Filtra per genere

1 สมการชีวิต

1 สมการชีวิต

ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง


Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

416 - คำชม-คำด่า สร้างเมตตา [6941-1u]
0:00 / 0:00
1x
  • 416 - คำชม-คำด่า สร้างเมตตา [6941-1u]

    - คำพูดไม่ดีเหมือนฝีกลัดหนอง หนองที่ออกมาจากปาก เหม็นด้วย กระทบจิตผู้อื่นด้วย หากเราอยู่ใกล้คนประเภทนี้ เราก็จะโดนอยู่เรื่อย


    คำด่า-คำชม เป็นสุดโต่งทั้งสองข้าง

    - ทำให้ผู้ฟังเกิดความพอใจหรือไม่น่าพอใจ เกิดกิเลส (ลุ่มหลง ยินดี พอใจ ขัดเคือง ไม่พอใจ)

    - หากผู้ฟังเกิดความโกรธจากสิ่งที่ได้รับฟัง ได้ชื่อว่ารับบาป รับโทสะ รับความโกรธตอบ รับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์นั้นต่อมาทันที

    - จิตใจที่ประกอบด้วยความโกรธจะมีความหยาบอยู่ในภายใน


    พระพุทธเจ้าสอนว่า

    “จิตต้องไม่แปรปรวน ต้องไม่กล่าววาจาอันเป็นบาป ต้องมีจิตเอ็นดูเกื้อกูลประกอบด้วยเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน อันเป็นจิตใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ แผ่ไปถึงทุกคนโดยปรารภคนที่ด่าว่าเรา”


    วิธีวางจิตต่อคำพูดคนอื่น

    ขั้นตอนที่ 1 ทำจิตให้มีเมตตา ไม่โกรธ

    - อุปมา 5 อย่าง

    (1) ทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน = ไม่ว่าจะพยายามขุดแผ่นดินทั้งหมดให้เป็นทะเลสาบก็ไม่มีทางเป็นไปได้

    (2) ทำจิตให้เหมือนอากาศ = ไม่ว่าจะพยายามวาดรูปลงในอากาศอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้

    (3) ทำจิตให้เหมือนน้ำ = ไม่ว่าจะพยายามต้มน้ำในแม่น้ำให้เดือดอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้

    (4) ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู = ซึ่งเกิดจากระบวนการทำที่ประณีต ไม่ว่าจะพยายามขึงแล้วตีให้มีเสียงดังกังวาลเหมือนกลองก็ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะหนังมีความอ่อนนุ่มไปแล้ว

    (5) ทำจิตให้เหมือนโจรที่เลื่อยตนเองเหมือนต้นไม้ให้หมดไปด้วยเลื่อยที่มีด้ามจับสองข้าง = ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้

    - ให้พิจารณาว่าตัวเราประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ เช่นเดียวกันกับอุปมาข้างต้น คำชมคำด่าที่เกิดกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ แผ่นดิน ผืนน้ำ อากาศ กระบวนการเกิดของร่างกาย ต้นไม้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีเยอะกว่ามาก

    - ดังนั้น เรื่องไม่จริง ไม่เป็นประโยชน์ คำหยาบคาย จิตที่มีโทสะ ไม่ถูกเวลา ย่อมไม่เป็นสาระแต่เป็นเรื่องเล็กน้อย

    - เมื่อสนใจสิ่งหนึ่ง สิ่งอื่นที่ไม่สนใจจะอ่อนกำลังลง เรื่องเล็กก็จะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่

    - จิตใจที่กว้างขวาง ไม่เห็นแก่สั้นไม่เห็นแก่ยาว ให้ได้ไม่มีประมาณ คือ “พรหมวิหาร” (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ความโกรธก็จะระงับไปได้ และช่วยเพิ่มความอดทน ทำให้จิตไม่แปรปรวน


    ขั้นตอนที่ 2 แผ่เมตตา

    - ด้วยจิตที่เปรียบกับความรักที่แม่มีต่อลูกฉันใด ให้เรามีความรักความปรารถนาดีด้วยจิตที่กว้างขวางกับบุคคลนั้นฉันนั้น เอาบุคคลนั้นเป็นอารมณ์ แล้วแผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย

    - อย่าไปกล่าวเรื่องที่จะต้องทุ่มเถียงกัน เพราะจะทำให้ต้องพูดมาก จิตฟุ้งซ่าน ไม่สำรวม จิตเหินห่างจากสมาธิ มารก็จะได้ช่องตรงนี้

    - เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร ต่อให้เขามองเราเป็นศัตรู ก็ให้เรามองเขาเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย มองด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่

    - ในชีวิตประจำวัน ก่อนออกจากบ้านให้แผ่เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาด้วยจิตแบบนี้ ทุกทิศทุกทาง โดยไม่มีประมาณ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืน เป็นทางสายกลาง ไม่สุดโต่งทั้งสองข้าง อยู่ในที่ใดกับใคร ที่แห่งนั้นก็จะมีความผาสุก ความผาสุกนี้จะเป็นที่พึ่งแก่เราได้ และจะทำให้เกิดปัญญา ไม่คิดเบียดเบียนใคร ได้ประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่น

    - ควรตั้งจิตต่อคำพูดคนอื่น ด้วยจิตที่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา รักษาจิตอย่างนี้ให้ได้ตลอดทั้งวันและในเวลาต่อ ๆ ไป ก็จะทำให้เกิดชัยชนะในชีวิตของเราได้

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 04 Oct 2026 - 58min
  • 415 - วิธีคลายกังวลจากภัยธรรมชาติ [6940-1u]

    Q1: วิธีรับมือคน Toxic

    A: คนพาล = คนโง่ที่แยกแยะกุศลกับอกุศลไม่ได้และทำในสิ่งที่เป็นอกุศล เบียดเบียนผู้อื่น

    วิธีรับมือคน Toxic

    (1) ต้องแยกแยะส่วนดี - ส่วนไม่ดีของคนนั้น

    - ถ้าเราเห็นแต่โทษของผู้อื่น เราก็เป็นคน Toxic เช่นกัน

    - ส่วนที่ไม่ดี ให้เราระมัดระวัง อย่าไปยุ่ง ใช้ความอดทน

    - แต่ถ้าเป็นคนที่รัก ก็ต้องพยายามทำให้เขากลับมาดีให้ได้ ดังนี้

    (ก) ให้เห็นความลำบากของเราที่จะปรับเปลี่ยนเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย

    (ข) แม้เขาจะขัดเคืองใจแต่ถ้าพอจะเปลี่ยนแปลงได้ เราก็ต้องบอกโดยให้เห็นว่าความขัดเคืองที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย

    (ค) แต่ถ้าเขาจะขัดเคืองใจมากและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ให้เราวางอุเบกขาในตอนนั้นแล้วค่อยหาจังหวะบอกกล่าวในภายหลัง

    (2) ไม่ตอบโต้คน Toxic ด้วยวิธีการเดียวกันกับเขา เช่น ด่าว่า นินทา

    - อย่าให้อกุศลของเขา คืบคลานมาถึงตัวเรา

    - เรื่องไม่ดีคนอื่น อย่าเอาไปพูด

    (3) มีสติ แยะแยะสิ่งดีสิ่งไม่ดี อดทน มีเมตตาและอุเบกขา


    Q2: เหตุที่มีคู่ดี

    A: ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ต้องเสมอกัน

    - ถ้ามีคู่ไม่ดี ไม่มีดีกว่า


    Q3: ขอพรให้เจอเนื้อคู่

    A: การจะได้สิ่งใด เพียงการอ้อนวอนขอร้องแล้วจะสำเร็จ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง โลกนี้จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร

    - ให้เราสร้างเหตุ โดยตั้งเจตนาในการทำความดี ให้ตั้งอยู่ในศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ให้ดี ก็จะดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามา

    - ให้มีกัลยาณมิตรที่ดี ดีกว่าไม่มี


    Q4: ทุกข์จากความผิดหวัง

    A: เหตุของความทุกข์ คือ ความอยาก

    - ถ้าเราไม่มีความอยาก ก็จะไม่ทุกข์

    - ให้มีสติ ทำความดี มีความเพียร มีปัญญา มีความอดทน ก็จะพบความสุขได้ในปัจจุบันทันที

    - กุศลธรรมนำมาซึ่งสุข อกุศลธรรมนำมาซึ่งทุกข์ ถ้าเราตั้งกุศลธรรมไว้ เราจะมีความสุขทันที


    Q5: วิธีคลายกังวลจากภัยธรรมชาติ

    A: คนฉลาดจะเตรียมการให้อยู่รอดไว้เสมอ ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติหรือไม่ก็ตาม

    - การเตรียมการด้านสิ่งแวดล้อมภายนอก แต่ละคนมีไม่เท่ากัน ก็จัดการตามกำลังเท่าที่เตรียมการได้ ถ้าเตรียมการไว้มาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะน้อย

    - ส่วนการเตรียมการด้านจิตใจ ทุกคนสามารถทำได้เช่นเดียวกัน การจะรอดจากนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย ได้ ต้องตั้งอยู่ในกุศลธรรม รักษาศีล 5 ไม่ประมาท มีความอดทน เมตตา อุเบกขา ชาตินี้จะอยู่เป็นสุขและชาติหน้าก็จะไปดี เช่น สวรรค์

    - หากเรารักษาจิตใจไว้ดี ก็จะคลายกังวลได้แน่นอน


    Q6: เจ้าอาวาสปาราชิก

    A: การที่สังคมเห็นว่าการกระทำของเจ้าอาวาสไม่ดี ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สังคมยังแยกแยะถูกผิดได้

    - ซากศพอยู่ร่วมกับทะเลไม่ได้ จะถูกซัดขึ้นฝั่งเสมอ

    - ไม่ควรตั้งศรัทธาไว้ที่ตัวบุคคล แต่ควรตั้งศรัทธาไว้ที่ระบบ คือ การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า (ไม่ใช่ตัวพระพุทธเจ้า) การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แม้จะมีข่าวไม่ดีในตัวพระสงฆ์ ก็จะไม่ทำให้ศรัทธาเศร้าหมอง แต่จะทำให้ศรัทธายิ่งมีกำลังขึ้น

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 27 Sep 2026 - 51min
  • 414 - คุณค่าของชีวิต [6939-1u]

    เหตุปัจจัยแห่งความตาย

      - เหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เกิดไม่ยาก และเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอน 

      - เมื่อรัก/พอใจในสิ่งใดมาก หากไม่ได้สิ่งนั้นมา “จะตาย” ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตาย แต่อยู่ที่ “ความอยาก (ตัณหา)”

      - เพราะมีตัณหา จึงมีอุปาทาน (ความยึดถือ)

       เพราะมีอุปาทาน จึงมีภพ (สภาวะ) 

       เพราะมีภพ จึงมีความเกิด

       เพราะมีความเกิด จึงมีความตาย


    ความตายไม่ใช่เครื่องมือพ้นทุกข์

    - ความตายไม่ใช่ตัวแก้ปัญหา เพราะปัญหาอยู่ที่ความอยาก 

    - ถ้ายังมีตัณหาหรืออวิชชาอยู่ ก็เป็นเหตุให้ไปเกิดใหม่ ต้องเจอปัญหา เจอสิ่งที่เป็นทุกข์อีก และต้องตายอีก 

    - ความตายเป็นตัวทุกข์ ไม่ใช่เครื่องมือให้พ้นจากความทุกข์ 

    - ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ = ให้รู้ว่าเหตุปัจจัยของความตายคือการเกิด การเกิดมาจากภพ ภพมาจากอุปาทาน อุปาทานมาจากตัณหา ถ้ามีตัณหามากมีอุปาทานมาก ความทุกข์ก็จะมาก

    - การฆ่าตัวตายเป็นบาป (ยกเว้นบางกรณีในสมัยพุทธกาล) การฆ่าตัวตายด้วยทิฏฐิที่ไม่ถูกต้องอาจต้องไปเกิดในนรก ซึ่งเป็นภพที่มีความทุกข์มาก ความสุขน้อย


    ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีบุญ 

    - ภพของมนุษย์มีทั้งสุขทั้งทุกข์ปนกันไป ไม่ใช่มีแต่ทุกข์เพียงอย่างเดียว ต้องมีสุขบ้างอย่างแน่นอน อยู่ที่เราจะมองเห็นหรือไม่ 

    - การเห็นความจริงเพียงครึ่งเดียวว่าชีวิตมีแต่ความทุกข์เท่านั้น แล้วรับความจริงไม่ได้ จิตใจก็จะตกต่ำลง แต่หากจิตมีกำลังพอ จะมองเห็นอีกด้านหนึ่งของสุขและทุกข์ การคิดวนแต่เพียงด้านเดียวจะมองไม่เห็น ต้องเงยหน้าขึ้นมามองไปรอบ ๆ ถึงคนที่ยังมีความรักในเราอยู่ เช่น คนในครอบครัว ให้ตั้งสติไว้ ก็จะค่อย ๆ เห็น


    ทางออกของปัญหาในโลกนี้ 

    - ปัญหาในโลกนี้มีทางออกหลายทาง ซึ่งความตายไม่ใช่ทางออกของปัญหา 

    - “หากลำพังเพียงการตายแล้วจะทำให้ปัญหาจบลงตรงนั้น โลกนี้จะไม่มีปัญหาอะไร” แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ปัญหาในโลกนี้ยังคงมีอยู่

    - ตัณหา (ความอยาก) คือ ต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ จึงต้องกำจัดตัณหา 

    - จิตใจเราต้องมีเมตตา ให้อภัย ทั้งต่อตัวเราและผู้อื่น จิตใจจะเริ่มเบาขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นตามความเป็นจริงของชีวิตว่า สุขก็มี ทุกข์ก็มี ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องดี ๆ ในชีวิต ยังมีอยู่

    - หากไม่เหลือใครในชีวิต ก็ยังมีพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยังมีคำสอนของท่านอยู่


    การมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า

    - การมีชีวิตอยู่ด้วยความดี เมตตากรุณา ให้อภัย เห็นตามความเป็นจริงว่า สุขก็มีทุกข์ก็มี วินาทีนั้นการมีชีวิตอยู่ของเราก็จะมีคุณค่า มีความหมาย 

    - ชีวิตมีค่า เมื่อใส่ปัญญา ความดี ความเมตตากรุณา ความอดทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเห็นตามความเป็นจริงในสุขทุกข์ ลงไปในชีวิตได้ 

    - การที่เราใส่สิ่งใดลงไปในชีวิต ชีวิตเราก็จะมีค่ามีราคาตามสิ่งนั้นขึ้นมา ชีวิตเรา เราเลือกได้ การเลือกได้นั้นคือการตั้งสติ ระลึกให้ได้ มองให้เห็น ทำความเข้าใจชีวิต ชีวิตในโลกนี้ยังมีโอกาสอยู่เสมอ

    - เหตุการณ์ในชีวิตต่าง ๆ เป็นเครื่องเตือนสติให้เห็นว่าชีวิตมี 2 ด้าน ทั้งสุขและทุกข์ แล้วดำรงชีวิตให้มีคุณค่า ด้วยปัญญา ความดี เมตตากรุณา ให้อภัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นตามความเป็นจริง เข้าใจชีวิต ให้ทำในขณะที่มีชีวิตอยู่ ชีวิตจะมีคุณค่าด้วยสิ่งเหล่านี้

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 20 Sep 2026 - 56min
  • 413 - "สลิ้งแตก" กับ "การระงับโทสะ" [6938-1u]

    Q1: “สลิ้งแตก” กับ “การระงับโทสะ”

    A: เมื่อถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะด้วยคำจริงหรือคำเท็จ ไม่ว่าคำนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะในเวลาที่สมควรหรือไม่สมควร ไม่ว่าจะด้วยวาจาสุภาพหรือคำหยาบ ไม่ว่าบุคคลที่กล่าวหาจะมีจิตเมตตาหรือไม่ ก็ตาม 

    - เราไม่ควรโกรธหรือมีจิตใจหวั่นไหวไปตามคำกล่าวหานั้น 

    - ต้องมี “ความอดทน” ดั่งช้างอาชาไนยเมื่ออยู่ในสนามรบต้องนิ่งเพื่อไม่ให้คนขี่ตกลงมา และต้อง “ละความโกรธ” เพื่อไม่ให้เก็บกด

    - ถ้าคำกล่าวหานั้นไม่เป็นธรรม ก็ไม่ต้องกังวลใจ

    - ถ้าคำกล่าวหานั้นเป็นธรรม ก็เปลี่ยนแปลงตามคำกล่าวหานั้น เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น


    Q2: แชร์เรื่องไม่ดีของคนอื่น

    A: เมื่อต้องพูดถึงคนอื่น 

    (1) เรื่องไม่ดี ถ้าไม่มีคนถาม ก็ไม่ต้องพูด 

    (2) เรื่องไม่ดี ถ้ามีคนถามแบบเจาะจง ก็ให้พูดนิดเดียว 

    (3) เรื่องดี ให้พูดเลยโดยไม่ต้องมีคนถาม

    (4) เรื่องดี ถ้าถูกถามจี้ ก็ให้อธิบายโดยรายละเอียด


    Q3: ธรรมชาติแปรปรวน 

    A: ธรรมชาติ ก็เป็นอนัตตา เปลี่ยนแปลงได้เพราะมีเหตุปัจจัย

    - ทางรอดจากภัยธรรมชาติ คือ ให้ตั้งจิตอยู่ในกุศลธรรม จิตจะไปสวรรค์หรือนิพพานได้ 


    Q4: AI ทำแทนมนุษย์

    A: มนุษย์เหนือกว่า AI ในเรื่องการมีความรู้สึก มีเมตตา เห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่


    Q5: โรคซึมเศร้า

    A: การตริตรึกเรื่องใดมาก จิตจะน้อมไปในอาการอย่างนั้น จิตน้อมไปทางไหน จิตนั้นจะมีพลัง

    - เมื่ออารมณ์ผิดเพี้ยนอยู่บ่อย ๆ จะทำให้ชีวเคมีในร่างกายไม่ปกติ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า

    - จึงต้องมีสติ ไม่ให้คิดไปทางลบ 

    - ให้จด 25 วิธี ที่จะทำให้เรามีความสุข ความสบายใจ ได้ทันที เพื่อออกจากความคิดลบนั้น ไว้ล่วงหน้า


    Q6: ทุจริตคอร์รัปชัน

    A: เกิดจากกิเลสในใจของคน

    - ต้องกำจัดกิเลส ด้วยมรรค 8 

    - สนับสนุนความซื่อสัตย์สุจริต อย่าให้ค่านิยมกับวัตถุสิ่งของจนเกินไป


    Q7: อารมณ์ชั่ววูบ

    A: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ ก็จะช่วยยับยั้งความคิดที่ไปในทางอกุศลได้ ให้มีแต่ความคิดที่เป็นกุศล

    - อาจทำตาม 25 วิธีที่จะทำให้เรามีความสุขได้ทันที ที่จดไว้ล่วงหน้า

    - ให้สร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัว ด้วยคนที่เป็นบัณฑิต ถ้าเราไม่ดึงเขามาในทางที่ดี เขาก็จะดึงเราไปในทางไม่ดี


    Q8: การจากไปอย่างกะทันหัน

    A: จะเกิดได้ทั้งความเศร้าและปัญญา

    (1) หากเห็นข่าวคนเสียชีวิต ที่เราไม่รู้จัก = ให้เตือนสติตัวเองว่าเราก็ต้องเป็นแบบนั้นเช่นกัน ล่วงพ้นไปไม่ได้ ให้ตั้งตนไว้ในความดี

    (2) หากพบเห็นคนเสียชีวิตต่อหน้า ที่เราไม่รู้จัก = ต้องคิดว่าความตายอยู่ไม่ไกล ต้องทำความดีไว้เสมอ 

    (3) คนที่เรารู้จักเสียชีวิต = ต้องคิดว่าต้องเร่งทำความดี

    (4) ตัวเราเจ็บป่วยใกล้เสียชีวิต = ต้องคิดว่าจิตของเราจะตั้งอยู่ในกุศลธรรมได้หรือไม่

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 13 Sep 2026 - 56min
  • 412 - โสด ชีวิตคู่ อยู่เป็นสุข [6937-1u]

    โสด VS แต่งงาน

    - ถ้ายังไม่แต่งงาน = ให้อยู่เป็นโสด 

    - ถ้าจะแต่งงาน = อย่าเลือกคู่ครองจากสิ่งภายนอก เช่น รูปร่างหน้าตา เพราะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ให้เลือกที่คุณธรรมภายใน ได้แก่ ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา

    - ถ้าแต่งงานแล้ว = ก็อย่าคิดเลิก ถ้าไม่เวิร์คก็ต้องอดทน ปรับตัวให้อยู่ด้วยกันต่อไปให้ได้

    - ตั้งแต่วันแต่งงาน ชีวิตไม่ได้เป็นของเราโดยสิ้นเชิงอีกต่อไป แต่เป็นของกันและกัน ต้องเกี่ยวเนื่องกับครอบครัวของอีกฝ่ายหรือลูก จึงต้องช่วยกันรักษา ถ้าฝ่ายหนึ่งรักษาแต่อีกฝ่ายไม่รักษา ก็จะเกิดความบกพร่องในด้านที่ไม่รักษานั้น แต่ถ้าเรารักษาให้ดี ความดีก็จะเกิดขึ้นแก่เรา

    - การอยู่ครองเรือน อย่าอยู่ด้วยความรักแบบชู้สาว ด้วยความพอใจหรือไม่พอใจ แต่ให้อยู่ด้วยคุณธรรม คือ ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา อยู่ด้วยหน้าที่ของความเป็นสามีภรรยา อยู่ด้วยกิจที่ควรทำ อยู่ด้วยความเมตตา การครองเรือนของเราก็จะไปได้ 


    หน้าที่ของสามีและภรรยาที่มีต่อกัน 

    - สามีภรรยา เป็นทิศเบื้องหลังในเรื่องทิศ 6 หากรักษาทิศนี้ไม่ดี ทิศนี้ก็จะเป็นภัย

    - หน้าที่ของสามีต่อภรรยา = ยกย่อง ไม่ดูหมิ่น ไม่ประพฤตินอกใจ มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้ และให้เครื่องประดับ

    - หน้าที่ของภรรยาต่อสามี = จัดแจงการงานอย่างดี สงเคราะห์คนข้างเคียงดี ไม่ประพฤตินอกใจ ตามรักษาทรัพย์ที่มีอยู่ ขยันขันแข็งในหน้าที่การงานทั้งปวง


    ภรรยา 7 จำพวก

    ไม่ดี = 1. เสมอด้วยเพชฌฆาต 2.เสมอด้วยโจร 3. เสมอด้วยนาย 

    ดี = 4. เสมอด้วยมารดา 5. เสมอด้วยพี่สาวน้องสาว 6.เสมอด้วยเพื่อน 7.เสมอด้วยทาสี


    10 วิธีอยู่ร่วมกับพ่อแม่สามีอย่างเป็นสุข

    1.ไฟในอย่านำออก 2. ไฟนอกอย่านำเข้า 3. พึงให้กับคนที่ให้เท่านั้น 4.ไม่พึงให้กับคนที่ไม่ให้ 5.พึงให้กับคนที่ทั้งให้และไม่ให้ 6.นั่งให้เป็นสุข 7.บริโภคให้เป็นสุข 8.พึงนอนให้เป็นสุข 9.บำเรอไฟ 10.นอบน้อมเทวดาภายใน


    เมื่อเจอเรื่องไม่น่าพอใจ

    - ให้อดทน โดยทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน ที่ใครจะมีคนมาขุดให้ไม่เป็นแผ่นดินย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนแม่น้ำ ที่ใครจะมาจุดไฟเผาให้แม่น้ำเดือดย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนอากาศ ที่ใครจะมาเขียนรูปให้ปรากฏบนอากาศย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู ที่ใครจะเอาไม้มาทุบตีให้มีเสียงย่อมเป็นไปไม่ได้

    - ให้เอาชนะความเท็จด้วยคำสัตย์ เอาชนะความไม่เข้าใจด้วยความเข้าใจ เอาชนะความเกลียดด้วยความรัก เอาชนะคำโกหกด้วยความจริง


    เมื่อคิดจะเลิกกัน

    - ให้อีกฝ่ายเป็นคนขอเลิก ส่วนเราให้ประคับประคองชีวิตคู่ให้ไปต่อด้วยกันได้และให้เราตั้งอยู่ในการรักษาศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา เมตตา กรุณา ไว้ให้ดี ถ้าอีกฝ่ายมีบุญสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองมารักษาศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ให้เสมอกับเราได้ ก็จะอยู่ด้วยกันต่อไปได้ แต่ถ้าเขาไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้เขาก็จะแยกจากเราไปเอง เช่น เรารักษาศีล แต่อีกฝ่ายไม่รักษาศีล เขาจะไม่พอใจเรา มีแนวโน้มที่เขาจะไปหาคนอื่นที่ไม่รักษาศีลเหมือนกัน 


    โดยสรุป: 

    การอยู่เป็นโสดประพฤติพรหมจรรย์นั้นดีกว่า แต่ค่านิยมของสังคมในปัจจุบัน นิยมการมีคู่ครอง เมื่อเลือกที่จะมีคู่ครองแล้ว ก็รักษาให้ดีด้วยวิธีการที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ ก็จะประคับประคองชีวิตคู่นั้นให้มีความราบรื่น มีกำลัง มีความมั่งคั่ง

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 06 Sep 2026 - 58min
Mostra altri episodi

Podcast simili a <nome>