Filtrar por gênero

1 สมการชีวิต

1 สมการชีวิต

ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง


Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

420 - ชนะกิเลสด้วย "ปัญญาวุธ" [6945-1u]
0:00 / 0:00
1x
  • 420 - ชนะกิเลสด้วย "ปัญญาวุธ" [6945-1u]

    ช่วงไต่ตามทาง:ภรรยาพาลูกหนีออกจากบ้าน

    - ผู้ฟังท่านนี้ ถูกภรรยาพาลูกหนีมากรุงเทพฯ โดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดความข้องใจ เป็นห่วง จิตใจไม่เป็นสุข นอนไม่หลับ

    - ได้เปิดวิทยุเจอรายการธรรมะรับอรุณ ได้ฟังพระสูตร ทำให้จิตใจสงบลง ระงับความคิดฟุ้งซ่านลงไปได้บ้าง

    - เมื่อจิตใจเบาเย็นอยู่ในภายใน จะเกิดปัญญาหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม ที่ไม่เนื่องด้วยอาชญาศาสตรา เป็นไปด้วยคุณธรรมคือความสามัคคี เมตตา อุเบกขา การให้อภัย เป็นทางออกที่เป็นกุศลธรรม ชนะทั้งสองฝ่าย ทั้งตัวเราก็ได้ประโยชน์คือมีกุศลธรรมเกิดขึ้นในจิตใจ อีกฝ่ายก็ได้รับความต้องการอย่างถูกต้อง มีกุศลธรรมเกิดขึ้น ด้วยการมีธรรมะเข้าไปแทรกเอาไว้

    - สิ่งสำคัญ คือ เมื่อเกิดปัญหาจะมี “เครื่องมือ” คือ “ปัญญา” ที่จะใช้งานเพื่อแก้จุดที่เป็นปัญหานั้นหรือไม่

    - “อาวุธ” ที่จะนำไปใช้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่มันเร่าร้อน กดดัน บีบคั้นในทุก ๆ ด้าน ก็คือ “ปัญญา” พระพุทธเจ้าใช้คำว่า “ปัญญาวุธ”

    - ผู้ฟังท่านนี้ ได้ใช้ธรรมะที่ได้ฟังมาปรับให้เกิดอาวุธ คือ ปัญญาในจิตใจของตน จัดการกับสิ่งที่เป็นอกุศลในใจให้มันออกไป (ความคิดฟุ้งซ่าน ตำหนิติเตียนผู้อื่น) ให้จิตใจยังเย็นสบายอยู่ได้ นี่คือตัวอย่างการใช้ปัญญาวุธ


    ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ปัญญาวุธ

    - ปัญญา = ความคิดเรื่องต่าง ๆ นั่นแหละคือปัญญาแล้ว เช่น วันนี้จะขายของอะไร ที่ไหน จะคุยกับหัวหน้ายังไง ขับรถไปไหน ความคิดทั้งหมดคือปัญญา

    - ทุกคนมีปัญญา แค่มีความคิดก็มีปัญญาแล้ว แต่จะถูกหรือผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง


    การใช้ปัญญาในทางที่ควร

    - ถ้าตริตรึกไปทางไหนมาก จิตจะน้อมไปทางนั้น จิตน้อมไปทางไหนมาก สิ่งนั้นจะมีพลัง

    - คนฉลาดกลับเป็นคนโง่ได้ และคนโง่ก็กลับเป็นคนฉลาดได้ ขึ้นอยู่กับแนวคิดของปัญญาว่าไปทางไหน

    - ควรใช้ปัญญาไปในทางที่ไม่คิดคดโกง ไม่เบียดเบียดผู้อื่น ไม่ตระหนี่ แบ่งปัน หาความสงบให้จิตใจ

    - ควรมีมิตรที่ฉลาดมีปัญญา ไม่คบคนพาล


    อานุภาพของปัญญาวุธ

    - “ปัญญาวุธ” กำจัดจิตใจที่ไม่ดี กำจัดกิเลส ให้เป็นผู้ที่มีจิตใจที่สงบได้

    - ปัญญาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินชีวิตไปในทางต่าง ๆ

    - “ความคิด” เป็นตัวที่ทำให้เกิด “ปัญญา” ปัญญาเกิดจากการคิดธรรมดานี่แหละ แล้วคิดต่อเนื่องต่อไป ๆ ปัญญาก็จะพัฒนาเติบโต เช่น ปัญญาในการทำมาหากินที่ดี ไม่คดโกง เบียดเบียน จากนั้นพัฒนาไปในการแบ่งปันทรัพย์ที่หามาได้ ต่อมาก็พัฒนาปัญญาไปในทางทำให้จิตใจมีความสงบ เป็นต้น

    - เมื่อเรารู้จักคิดไปในทางที่ดี สัมมาทิฏฐิก็จะเกิดขึ้น จะค่อยพัฒนาสัมมาสังกัปปะ (ความคิด) ของเราไป ให้ไปตามทางที่ทำให้มีปัญญามากขึ้น ๆ เราจึงสามารถสร้างอาวุธ คือ ปัญญาสุดท้ายในการกำจัดกิเลสที่อยู่ในจิตใจของเรา ให้เราเป็นผู้ที่มีความสงบเย็น มีความพ้นทุกข์ รักษาตนให้พ้นจากภัยในวัฏฏะได้นั่นเอง

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 01 Nov 2026 - 56min
  • 419 - ส่งพ่อแม่ไปสถานพักฟื้นคนชรา [6944-1u]

    Q1: ทำความดี หลังออกพรรษา

    A: ให้พิจารณาอานิสงส์และโทษของการกระทำที่ตั้งใจทำช่วงเข้าพรรษา เช่น งดเหล้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก็จะตัดสินใจได้ว่าแม้ออกพรรษาแล้วก็ควรทำสิ่งนั้นต่อไป โดยเพิ่มไปทีละวัน ทีละเดือน ทีละหลายเดือนต่อไปได้

    - การตั้งสัจจะแล้วกระทำได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับจิต ให้ทำสิ่งนั้นได้ละเอียด/ได้ดียิ่งขึ้น

    - จึงควรรักษาความดีต่อไป เพราะคนรอบตัวย่อมได้อานิสงส์จากการทำดีของเรา

    - และควรเอาความชอบใจ/พอใจ ไปติดกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์


    Q2: วิพากษ์วิจารณ์หลังออกพรรษา

    A: ฆราวาส สามารถนำประเพณีปวารณาของสงฆ์ในช่วงออกพรรษา (การออกตัวให้ว่ากล่าวตักเตือนได้) มาปรับใช้ได้ จะทำให้เกิดความก้าวหน้าได้

    กรณีที่หนึ่ง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะเปลี่ยนได้

    - ก็ให้ทำ เพราะจะเกิดความดี จะดีทั้งตัวเราและตัวเขา โดยให้พิจารณาดังนี้

    (1) บอกไปแล้วจะลำบากเราหรือไม่

    (2) ลำบากมากหรือน้อย = ให้เห็นความลำบากเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเขาจะเปลี่ยนได้ ก็ควรจะทำ

    (3) ถ้าเขาจะขัดเคืองใจ = ให้เห็นว่าความขัดเคืองใจที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย

    กรณีที่สอง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยน

    - ก็ให้วางเฉย (อุเบกขา) ไว้ก่อน


    Q3: เหตุการณ์น้ำท่วม

    A: การไม่ประมาทในการเตรียมการ จะทำให้ทุกข์น้อยกว่า

    - แม้เตรียมการเรื่องทางกายไม่ทัน แต่ถ้าเตรียมจิตใจไว้แล้ว ก็จะทุกข์แค่ทางกาย

    - ต้องตั้งสติ อดทนอยู่กับทุกขเวทนาให้ได้ จากนั้น ทำจิตให้นิ่ง แล้วมองหาทางออกของปัญหาที่ถูกต้องต่อไป


    Q4: AI

    A: ต้องมีวิจารณญาณและใช้สติสัมปชัญญะในการเสพ AI

    - ถ้าเพลินกับความสะดวกสบายจาก AI ก็จะเกิดความผิดพลาดได้


    Q5: ส่งพ่อแม่ไปสถานพักฟื้นคนชรา

    A: การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่

    (1) ทางกาย = ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ โดยอาจทำเองหรือจัดให้ผู้อื่นกระทำก็ได้

    (2) ทางใจ = ถ้าพ่อแม่ยังไม่มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ช่วยประดิษฐานให้ท่านมีสิ่งเหล่านั้น โดยอาจจัดแจงด้วยตนเองหรือจัดให้ผู้อื่นกระทำก็ได้

    - การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ทางใจ เป็นเรื่องสำคัญ เป็นการกระทำตอบพอสมกันได้

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 25 Oct 2026 - 55min
  • 418 - ละความไม่พอใจในที่ทำงาน [6943-1u]

    ช่วงไต่ตามทาง:ปัญหาในที่ทำงาน

    - การทำงานทุกที่ มีปัญหาอยู่เสมอ

    - เวลามีคนทำให้โกรธ/ไม่พอใจ หากเราตอบโต้กลับด้วยความโกรธ/ความไม่พอใจ เรื่องราวก็จะยิ่งขยายผล

    - ผู้ปฏิบัติธรรม จะชนะความโกรธได้ด้วยการไม่โกรธตอบ ชนะความอิจฉาริษยาได้ด้วยเมตตามุทิตา ชนะความตระหนี่ได้ด้วยการให้ ชนะความเพ่งเล็งหาโทษใส่ความได้ด้วยความสัตย์ความจริง (ความจริงใจ โอบอ้อมอารี)

    - เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ แสดงว่ามีสติ เพียงแต่ยังตัดไม่ได้ เพราะสติและปัญญามีกำลังน้อย ก็ต้องเพิ่มสติเข้าไป ด้วยการฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วตั้งใจใหม่ ตั้งปณิธานในวันใหม่ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะยิ้มสู้ จะไม่โกรธ จะแผ่เมตตาให้ทุกคนที่พูดด้วย ทุกที่ที่เดินไป ทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงแผ่เมตตาให้ตนเองด้วย”

    - วิธีตอบโต้ความไม่พอใจในที่ทำงาน 4 อย่าง ได้แก่ เมตตาจิต รักใคร่เอ็นดู ไม่เบียดเบียน และความอดทน ปัญญาก็จะเกิด เมื่อมีสติปัญญาเกิด ก็จะตัดความไม่พอใจ (โทสะ) ได้

    - ถ้าละความโกรธ/ความไม่พอใจในที่ทำงานได้ ไปที่ไหนเราก็จะสบายใจแน่นอน

    - อย่าไปคิดว่างานมันยาก งานมันหนัก งานมันเหนื่อย แต่ความยาก ความหนัก ความเหนื่อย นี่แหละ มีค่า มีความหมาย มีคุณธรรมที่เราใส่ลงไป คุณธรรมต่าง ๆ ที่ใส่ลงไป จะสามารถเอาชนะได้ เมื่อเราเอาชนะความโกรธความไม่พอใจในที่ทำงานได้ จิตใจเราก็จะเบา


    ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ:ฆราวาสธรรม 4

    - พระพุทธเจ้าเทศน์สอนอาฬวกยักษ์

    - ฆราวาสธรรม 4 ประการ ได้แก่

    (1) สัจจะ (ความจริง)

    - ให้เป็นคนดีจริง ๆ มีความจริงใจ ซื่อตรง ซื่อสัตย์ ไม่เป็นคนหลอกลวงหรือหน้าไหว้หลังหลอก

    - ผลที่ได้รับ คือ ความเคารพจากผู้อื่น ความจริงใจจากผู้อื่น

    (2) ทมะ (การข่มบังคับใจ)

    - การฝึกฝนตน ปรับจิตใจตน แก้ไขนิสัยตน ให้มีลักษณะที่ดีขึ้นมา ด้วยสติปัญญา

    - ผลที่ได้รับ คือ ไม่มีเวรกับใคร ยับยั้งตนไม่ให้ทำชั่วทำผิดได้ การงานออกมาดี

    (3) ขันติ (ความอดทน)

    - ความอดทน ขยันหมั่นเพียร พยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ทำจริง แน่วแน่จริง ไม่เพลินไปกับสิ่งมาล่อลวง

    - ผลที่ได้รับ คือ การงานสำเร็จ เป็นหลักให้กับผู้อื่นได้

    (4) จาคะ (การสละออก)

    - การให้ การบริจาค เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น แสดงถึงการไม่ผูกเวร

    - ผลที่ได้รับ คือ ฝึกจิตให้ละความตระหนี่ เป็นการละกิเลส


    ฆราวาสธรรม 4 ประการ นอกจากทำให้ปัจจุบันอยู่เป็นสุข ไม่ผูกเวรกับใคร ฝึกฝนตน รักษาทรัพย์ได้ มีมิตร มีบริวาร แล้ว ยังทำตนให้มีความสุขในโลกหน้าได้อีกด้วย

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 18 Oct 2026 - 1h 00min
  • 417 - เตรียมใจสู้มะเร็ง [6942-1u]

    Q1: เตรียมใจสู้มะเร็ง

    A: ต้องมีการเตรียมตัว 3 ช่วง

    (1) ช่วงยังไม่ป่วย

    ทางกาย = ให้เลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทำประกัน

    ทางใจ = ให้พิจารณาว่า เราต้องมีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ล่วงพ้นไปไม่ได้ รวมถึงความแก่และความตายด้วย

    (2) ช่วงป่วยแล้ว

    ทรัพย์สิน = ให้ทำพินัยกรรม จัดการให้เรียบร้อย

    คนรอบตัว = ทำหน้าที่ทิศ 6

    ร่างกายของเรา = แจ้งความประสงค์เรื่องการให้ช่วยชีวิตถึงขั้นไหน บริจาคอวัยวะ/ร่างกาย จัดการศพ

    (3) ช่วงใกล้ตาย

    ทรัพย์สิน = ให้พิจารณาว่า เป็นของไม่เที่ยง อยู่กับใครก็เป็นของคนนั้น เราเอาไปด้วยไม่ได้ อย่าห่วง ควรละความยึดถือในสิ่งของนั้น

    คนรอบตัว = ให้พิจารณาว่า บุคคลเหล่านั้นมีกรรมเป็นของตน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ต้องไปห่วงเขา กิจที่เราต้องทำต่อเขา เราได้ทำแล้ว ถ้าติดต่อไม่ได้ ก็ให้ตั้งจิตที่ประกอบด้วยเมตตานึกถึงเขา

    ร่างกายของเรา = ให้พิจารณาว่า กายนี้เป็นของเน่าเปื่อย เป็นรังของโรค ให้เราเข้าใจ ให้เห็นความไม่เที่ยงในกายนี้ แล้ววางลงเสีย อย่ามีความกังวลใจ รักษาด้วยสติและปัญญา ปล่อยวางเวทนาในกาย เมื่อกายกับใจแยกกันได้ จิตใจก็จะสบาย


    Q2: “สติ” เครื่องมือดึงจิต

    A: เครื่องมือที่ทำให้จิตมีกำลัง คือ “สติ”

    - “สติ” = เกิดจากศรัทธาและความเพียร

    - “ศรัทธา” = ความมั่นใจ ความลงใจ ในวิธีการปฏิบัติ ทุกข์เป็นที่ตั้งของศรัทธา ธรรมะเป็นทางออกของทุกข์ กัลยาณมิตร เป็นตัวเชื่อมจากทุกข์ไปสู่ศรัทธาได้

    - “ความเพียร” = การลงมือทำจริง แน่วแน่จริง ในการปฏิบัติ

    - “ปัญญา” = หากมีปัญญาพิจารณาได้แล้ว กายกับจิตก็จะแยกกัน สุขภาพกายก็จะไม่มีผลต่อสุขภาพจิต


    Q3: เด็ก Gen Beta

    A: ควรฝึกตั้งเด็กคำถาม เพราะคำตอบสามารถหาได้ง่ายจาก AI

    - คำถามที่ดี = ไปในเรื่องความดี ทางที่เป็นกุศลธรรม


    Q4: ทุกข์จากโลก Online

    A: เหตุแห่งทุกข์ ไม่ใช่การรับรู้ข่าวสารจาก Social media แต่เกิดจาก “ความอยาก/ไม่อยาก” ที่จะเป็น/ไม่เป็นเหมือนสิ่งที่เห็นในโลก Online

    - ต้องกำจัดความอยาก ด้วยการสำรวมระวัง โดยมอง 2 มุม ทั้งมุมกว้างแบบรวม ๆ และมุมแยกเป็นส่วน ๆ อย่าให้บาปอกุศลเกิดขึ้นว่าอยาก/ไม่อยาก

    - ควรจำกัดเวลาในการดู Social media เพื่อไม่ให้เกิดความเพลิน


    Q5: ธรรมะสำหรับผู้เกษียณอายุ

    A: ช่วงเกษียณอายุถือว่ามีโอกาสว่างเกิดขึ้นแล้ว ที่จะทำในสิ่งที่ทำตอนทำงานไม่ได้ ให้ลิสรายการ แล้วทำเลย

    - ต้องมีสิ่งที่ทำ เพื่อตั้งอิทธิบาท 4 ขึ้น ก็จะมีความมุ่งหมายในการมีชีวิตอยู่ เช่น ทำงานบ้าน ธุรกิจอื่น จิตอาสา ท่องเที่ยว ปฏิบัติธรรม

    - ยิ่งเวลาชีวิตเหลือน้อย ยิ่งต้องทำความดีให้มาก


    Q6: สุขแท้จริงอยู่ที่ใจ ไม่ใช่สิ่งของ

    A: ผู้ครองเรือน ถ้าไม่ทิ้งของเก่าแล้วซื้อของใหม่ สะสมของมากขึ้น ก็จะรก ติดถิ่นที่อยู่

    - ทุกเดือน ทุกปี ต้องมีการกำจัดออก

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 11 Oct 2026 - 49min
  • 416 - คำชม-คำด่า สร้างเมตตา [6941-1u]

    - คำพูดไม่ดีเหมือนฝีกลัดหนอง หนองที่ออกมาจากปาก เหม็นด้วย กระทบจิตผู้อื่นด้วย หากเราอยู่ใกล้คนประเภทนี้ เราก็จะโดนอยู่เรื่อย


    คำด่า-คำชม เป็นสุดโต่งทั้งสองข้าง

    - ทำให้ผู้ฟังเกิดความพอใจหรือไม่น่าพอใจ เกิดกิเลส (ลุ่มหลง ยินดี พอใจ ขัดเคือง ไม่พอใจ)

    - หากผู้ฟังเกิดความโกรธจากสิ่งที่ได้รับฟัง ได้ชื่อว่ารับบาป รับโทสะ รับความโกรธตอบ รับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์นั้นต่อมาทันที

    - จิตใจที่ประกอบด้วยความโกรธจะมีความหยาบอยู่ในภายใน


    พระพุทธเจ้าสอนว่า

    “จิตต้องไม่แปรปรวน ต้องไม่กล่าววาจาอันเป็นบาป ต้องมีจิตเอ็นดูเกื้อกูลประกอบด้วยเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน อันเป็นจิตใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ แผ่ไปถึงทุกคนโดยปรารภคนที่ด่าว่าเรา”


    วิธีวางจิตต่อคำพูดคนอื่น

    ขั้นตอนที่ 1 ทำจิตให้มีเมตตา ไม่โกรธ

    - อุปมา 5 อย่าง

    (1) ทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน = ไม่ว่าจะพยายามขุดแผ่นดินทั้งหมดให้เป็นทะเลสาบก็ไม่มีทางเป็นไปได้

    (2) ทำจิตให้เหมือนอากาศ = ไม่ว่าจะพยายามวาดรูปลงในอากาศอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้

    (3) ทำจิตให้เหมือนน้ำ = ไม่ว่าจะพยายามต้มน้ำในแม่น้ำให้เดือดอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้

    (4) ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู = ซึ่งเกิดจากระบวนการทำที่ประณีต ไม่ว่าจะพยายามขึงแล้วตีให้มีเสียงดังกังวาลเหมือนกลองก็ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะหนังมีความอ่อนนุ่มไปแล้ว

    (5) ทำจิตให้เหมือนโจรที่เลื่อยตนเองเหมือนต้นไม้ให้หมดไปด้วยเลื่อยที่มีด้ามจับสองข้าง = ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้

    - ให้พิจารณาว่าตัวเราประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ เช่นเดียวกันกับอุปมาข้างต้น คำชมคำด่าที่เกิดกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ แผ่นดิน ผืนน้ำ อากาศ กระบวนการเกิดของร่างกาย ต้นไม้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีเยอะกว่ามาก

    - ดังนั้น เรื่องไม่จริง ไม่เป็นประโยชน์ คำหยาบคาย จิตที่มีโทสะ ไม่ถูกเวลา ย่อมไม่เป็นสาระแต่เป็นเรื่องเล็กน้อย

    - เมื่อสนใจสิ่งหนึ่ง สิ่งอื่นที่ไม่สนใจจะอ่อนกำลังลง เรื่องเล็กก็จะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่

    - จิตใจที่กว้างขวาง ไม่เห็นแก่สั้นไม่เห็นแก่ยาว ให้ได้ไม่มีประมาณ คือ “พรหมวิหาร” (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ความโกรธก็จะระงับไปได้ และช่วยเพิ่มความอดทน ทำให้จิตไม่แปรปรวน


    ขั้นตอนที่ 2 แผ่เมตตา

    - ด้วยจิตที่เปรียบกับความรักที่แม่มีต่อลูกฉันใด ให้เรามีความรักความปรารถนาดีด้วยจิตที่กว้างขวางกับบุคคลนั้นฉันนั้น เอาบุคคลนั้นเป็นอารมณ์ แล้วแผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย

    - อย่าไปกล่าวเรื่องที่จะต้องทุ่มเถียงกัน เพราะจะทำให้ต้องพูดมาก จิตฟุ้งซ่าน ไม่สำรวม จิตเหินห่างจากสมาธิ มารก็จะได้ช่องตรงนี้

    - เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร ต่อให้เขามองเราเป็นศัตรู ก็ให้เรามองเขาเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย มองด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่

    - ในชีวิตประจำวัน ก่อนออกจากบ้านให้แผ่เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาด้วยจิตแบบนี้ ทุกทิศทุกทาง โดยไม่มีประมาณ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืน เป็นทางสายกลาง ไม่สุดโต่งทั้งสองข้าง อยู่ในที่ใดกับใคร ที่แห่งนั้นก็จะมีความผาสุก ความผาสุกนี้จะเป็นที่พึ่งแก่เราได้ และจะทำให้เกิดปัญญา ไม่คิดเบียดเบียนใคร ได้ประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่น

    - ควรตั้งจิตต่อคำพูดคนอื่น ด้วยจิตที่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา รักษาจิตอย่างนี้ให้ได้ตลอดทั้งวันและในเวลาต่อ ๆ ไป ก็จะทำให้เกิดชัยชนะในชีวิตของเราได้

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    Sun, 04 Oct 2026 - 58min
Mostrar mais episódios

Podcasts semelhantes a 1 สมการชีวิต