Filtrar por gênero
Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

- 1410 - 25690203pm--ทำอะไรก็เข้าใจจุดมุ่งหมายWed, 22 Apr 2026
- 1409 - 25690202pm--รับมืออย่างไรกับความเครียดTue, 21 Apr 2026
- 1408 - 25690201pm--มีโอกาสก็ไม่ทำเพราะใจใฝ่ธรรมMon, 20 Apr 2026
- 1407 - 25690131pm--คุณค่าของความดี ความจริงและความสุขSun, 19 Apr 2026
- 1406 - 25690130pm--อย่าผูกขาดความจริงSat, 18 Apr 2026
- 1405 - 25690128pm--มองให้เป็นก็เห็นประโยชน์ต่อทุกสิ่งFri, 17 Apr 2026
- 1404 - 25690127pm--ทำดีต้องมีอุปสรรคเสมอThu, 16 Apr 2026
- 1403 - 25690126pm--รักษาใจอย่าให้ไหลตามกระแสWed, 15 Apr 2026
- 1402 - 25690125pm--ฝึกจิตให้นิ่ง ทำใจให้สงบTue, 14 Apr 2026
- 1401 - 25690124pm--แก้ทุกข์ที่ใจMon, 13 Apr 2026
- 1400 - 25690123pm--ภาวนาอย่างไรในชีวิตประจำวันSun, 12 Apr 2026
- 1399 - 25690122pm--ธรรมที่มีอุปการะมากSat, 11 Apr 2026
- 1398 - 25690121pm--ฝึกจิตให้เป็นอิสระจากโลกธรรมFri, 10 Apr 2026
- 1397 - 25690120pm--เดินเพื่อสันติภาพThu, 09 Apr 2026
- 1396 - 25690119pm--อ่านใจตัวเองให้เป็นWed, 08 Apr 2026
- 1395 - 25690118pm--เห็นต่างกันได้ ไม่ต้องเกลียดกันTue, 07 Apr 2026
- 1394 - 25690117pm--เจออะไร ใจก็นิ่งได้ใจสงบMon, 06 Apr 2026
- 1393 - 25690108pm--หมั่นระบายขยะออกจากใจ
8 ม.ค. 69 - หมั่นระบายขยะออกจากใจ : เพราะความโกรธ ความโศก หรืออารมณ์อกุศล นอกจากบงการให้เราทำตามอำนาจของมันแล้ว ก็ยังบงการให้ใจเราหวนคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้โกรธ ทำให้เศร้าอยู่เสมอ เหมือนกับว่าเป็นการเติมเชื้อให้กับอารมณ์เหล่านี้ แล้ววิธีที่จะเติมเชื้อให้อารมณ์เหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็คือเกิดจากการที่ทำตามอำนาจของมัน และการที่หวนนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เกิดความโกรธ ทำให้เกิดโทสะ ทำให้เกิดความเศร้า ลองสังเกตดู คนที่เจ้าอารมณ์ ก็จะชอบจะหวนคิดกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งก็ทำให้จิตใจเราย่ำแย่ ทำให้ขยะเพิ่มพูนมากขึ้น สติสำคัญตรงนี้ เพราะสติช่วยทำให้ใจไม่ไปหวนนึก เพื่อปลุกอารมณ์ที่เป็นขยะ ให้เกิดขึ้นในใจ หรือหมักหมมสะสมในใจ ในด้านหนึ่งสติหรือความรู้สึกตัว ทำให้เราไม่ตกอยู่ในอำนาจของมัน สั่งให้ด่าเราก็ไม่ทำ สั่งให้ซึมเศร้าดำดิ่ง เราก็กลับกระตือรือร้น ขวนขวาย ไม่ยอมนั่งเจ่าจุกหรือซึมเซา ให้มีความกระฉับกระเฉง สั่งให้ใจหวนไปนึกถึงเหตุการณ์เก่าๆ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์โกรธ เศร้า เครียด ก็เพราะสติทำให้เกิดความรู้สึกตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน กลับมาอยู่กับสิ่งที่กำลังทำในปัจจุบัน
Fri, 03 Apr 2026 - 1392 - 25690107pm--หลงเมื่อไร ทำร้ายใจตนเองเมื่อนั้น
7 ม.ค. 69 - หลงเมื่อไร ทำร้ายใจตนเองเมื่อนั้น : ฉะนั้นถ้าเราใคร่ครวญเราก็จะรู้เลยว่า เมื่อเรามีความโกรธ มีความน้อยใจ เมื่อได้ยินใครพูดอะไรใส่หูเรา นั่นเป็นเพราะเราฟังอย่างไม่มีสติ เราก็เลยไปรับอารมณ์ของเขามาทำร้ายจิตใจเรา คำพูดของเขาทำร้ายจิตใจเราไม่ได้ หรือแม้แต่อารมณ์ของเขาก็ทำร้ายจิตใจเราไม่ได้ ถ้าใจเราไม่ไปรับอารมณ์ของเขาเข้ามาทำร้ายจิตใจเรา หรือพูดง่ายๆ คือว่า เราจะทุกข์หรือไม่ ไม่ใช่เพราะคำพูดของใคร หรืออารมณ์ของใคร แต่เป็นเพราะเราไปรับเอาอารมณ์ของเขามาทำร้ายจิตใจเรา นั่นก็เพราะเราไม่ได้ฟังอย่างมีสติ ฉะนั้นการฟังอย่างมีสติมีความสำคัญ และคำพูดเช่นนี้ก็ช่วยให้เราระลึกได้ว่า ถ้าเราฟังอะไรก็ตาม หรือเราได้ยินอะไรก็ตาม ถ้าเราเกิดทุกข์ขึ้นมา เราจะไปโทษคำพูดหรือโทษเสียงนั้นไม่ได้ เราต้องโทษใจเรา อย่างที่หลวงปู่บุดดาเคยเตือนลูกศิษย์
Thu, 02 Apr 2026 - 1391 - 25690106pm--ปฎิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรมWed, 01 Apr 2026
- 1390 - 25690105pm--ระวังใจไม่ให้ปรุงแต่ง
5 ม.ค. 69 - ระวังใจไม่ให้ปรุงแต่ง : มัยนี้เราถูกฝึกให้คิด ๆ ๆ จนกระทั่งวางความคิดไม่ได้ เพราะว่าความคิดมันต่อกันไปยาวเลย เวลาเดินเจริญสตินี่ รู้เลย สังเกตได้ มันคิดสารพัดเลย จากเรื่องนั้นไปเรื่องนี้ จากเรื่องนี้ไปเรื่องโน้น บางทีคิด 10 เรื่อง กว่าจะรู้ตัว แต่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่คิด 10 เรื่อง คิดเรื่องเดียว แต่คิดปรุงยาวไปเลย แล้วแต่ละเรื่องที่คิดนี่ก็ทำร้ายตัวเอง หรือไม่ก็สร้างผลเสีย เกิดโทษแก่ตัวเอง ความที่เราไม่ค่อยใส่ใจกับความคิดในหัว หรือว่าถนัดคิด จนกระทั่งไม่รู้เนื้อรู้ตัว มันสามารถจะซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเราได้ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่อะไรอื่น คือใจของเรา โดยเฉพาะใจที่ไม่ได้ฝึกฝน พระพุทธเจ้าตรัสไว้ โจรกับโจรทำร้ายกัน ก็ไม่ก่อความเสียหายมากเท่ากับจิตที่วางไว้ผิด จิตที่วางไว้ผิด ก็มีตั้งแต่จิตที่ชอบปรุงแต่ง แล้วปรุงต่อไปยาวเหยียด ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอคติเป็นตัวกระตุ้น อคติ หรือความหวงแหน หวงลูก ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความกลัว อารมณ์พวกนี้สามารถจะปรุง หรือจะเอาความคิดใดความคิดหนึ่ง เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมาปรุงเป็นสายยืดยาว ดังนั้น ถ้าหากว่าเราไม่อยากจะทำร้ายตัวเอง ก็ต้องรู้จักรู้ทันความคิด แล้วก็ตระหนักว่า ความทุกข์ก้อนใหญ่ของเรานั้นเกิดจากการปรุงแต่ง ซึ่งปรุงแต่งนั้นมีหลายระดับ แม้กระทั่งปรุงว่ามีตัวกู หรือปรุงว่าของกู ของกู นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่าคนไม่ค่อยตระหนัก เพราะมันลึกมาก เห็นไม่ค่อยชัด
Tue, 31 Mar 2026 - 1389 - 25690104pm--สร้างนิสัยใหม่ให้ใจMon, 30 Mar 2026
- 1388 - 25690103pm--รู้จักฉุกคิด ชีวิตเปลี่ยนSun, 29 Mar 2026
- 1387 - 25690102pm--จุดหมายชีวิตของผู้ใฝ่ธรรมSat, 28 Mar 2026
- 1386 - 25690101pm--บทเรียนชีวิตสำหรับปีใหม่Fri, 27 Mar 2026
- 1385 - 25681231pm--เป้าหมายอยู่ไกลใจอยู่กับปัจจุบัน
31 ธ.ค. 68 - เป้าหมายอยู่ไกลใจอยู่กับปัจจุบัน : ถ้าใจอยู่กับปัจจุบัน เผลอแป๊บเดียวครบปีแล้ว เผลอแป๊บเดียวถึงเป้าหมายแล้ว ในขณะที่ถ้าใจคอยมองหาเป้าหมาย ก็จะรู้สึกท้อรู้สึกเหนื่อย เมื่อไหร่จะถึงๆ เหมือนกับเวลาเราเดินทาง ถ้าเราใส่ใจกับการเดินทาง ใส่ใจกับสองข้างทาง วางเป้าหมายหรือจุดหมายปลายทางไว้ก่อน เราพบว่าประเดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว ในทางตรงข้าม ถ้าใจไปจดจ่ออยู่ที่จุดหมายปลายทาง ก็จะเครียด จะท้อ จะเหนื่อย เมื่อไหร่จะถึงๆ ฉะนั้นแม้เราจะมองไกล แต่ใจเราอยู่กับปัจจุบัน จะทำให้เราเห็นความสำคัญของการก้าวไปทีละนิดๆ ข้อสำคัญคืออย่าหยุด ทำบ่อยๆ ทำทุกวัน แล้วเป้าหมายที่ไกลก็จะถึงได้ไม่ยาก
Thu, 26 Mar 2026 - 1384 - 25681230pm--เปลี่ยนผิดให้เป็นถูก
30 ธ.ค. 68 - เปลี่ยนผิดให้เป็นถูก : แต่ว่าคนส่วนใหญ่ พอผิดครั้งแรกแล้วก็มักจะผิดครั้งที่ 2 แล้วครั้งที่ 2 มักจะหนักกว่าครั้งแรกเสมอ คนในสังคมก็ไม่ชอบคนที่ทำผิดแล้วปฏิเสธ ไม่ยอมรับผิด ไม่ยอมขอโทษ แต่พอตัวเองเจอแบบนั้นบ้าง ก็ทำเหมือนกับคนอื่น ที่ตัวเองเคยประณามเอาไว้ เพราะว่าอัตตาพาไป ต้องมีสติ ถ้ามีสติจะเห็นเลยว่า หลงเชื่ออัตตาไม่ได้ มันจะล่อหลอกยังไง ให้เป่าคดี ให้ปฏิเสธ แต่ถ้ามีสติมากพอ ก็กล้าที่จะขัดขืน ทำผิดก็ขอโทษ แม้ว่าจะเสียหน้า แต่ที่จริงที่เสียหน้าคืออัตตาเสียหน้า แต่ว่ากลับกลายเป็นดีสำหรับเรา เพราะทำให้คุณธรรมในใจงอกงามมากขึ้น เพราะฉะนั้นเตือนใจอยู่เสมอ ผิดครั้งแรกยังไม่เท่าไหร่ อย่าผิดครั้งที่ 2 ต้องทำให้มันถูก แล้วชีวิตก็จะเจริญ ไม่ว่าจะเป็นการเกี่ยวข้องกับผู้คน เกี่ยวข้องกับทรัพย์สมบัติ สุขภาพร่างกาย หรือว่าในการภาวนา การปฏิบัติธรรมก็ตาม
Wed, 25 Mar 2026 - 1383 - 25681229pm--รักษาใจให้ปลอดภัยจากอารมณ์
29 ธ.ค. 68 - รักษาใจให้ปลอดภัยจากอารมณ์ : ถ้าเราเวลาทำอะไร วางอย่างอื่นไว้ก่อน ให้มีสติอยู่กับสิ่งที่ทำ แน่นอน มันจะไม่ได้อยู่กับสิ่งที่ทำไปตลอด เดี๋ยวก็เผลอแวบไปโน่น คิดไปนี่ บางทีก็มีอารมณ์เกิดขึ้น ก็ประเดี๋ยวก็รู้ พอใจไหลไปตามความคิดและอารมณ์ ประเดี๋ยวก็เกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน อันนี้เป็นวิธีที่จะช่วยทำให้ใจเรารู้สึกตัว มีสติ มีสมาธิกับสิ่งที่ทำ และต่อไปก็จะมีวิธี มีอุบาย ในการรับมือกับอารมณ์อกุศลต่าง ๆ ที่เราเรียกว่านิวรณ์ มีความฟุ้งซ่าน ความง่วงเหงาหาวนอน มีความโกรธ หรือว่าการโหยหาสิ่งเสพ สิ่งเร้า หรือความเบื่อ ความเซ็ง ความลังเลสงสัย พวกนี้จะไม่อาจรบกวนจิตใจได้ถ้าเรามีสติรู้ทัน ไม่ปล่อยให้อารมณ์เหล่านี้เข้ามารบกวนรังควาน หรือว่ามาบีบคั้นใจ
Tue, 24 Mar 2026 - 1382 - 25681228pm--คุณค่าของการเดินทางภายใน
28 ธ.ค. 68 - คุณค่าของการเดินทางภายใน : มองในแง่หนึ่งการเดินทางภายนอกก็สามารถจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางภายในที่ทำให้เราค้นพบตัวเอง และค้นพบว่ามีบ้านของใจ ที่ให้ความสงบร่มเย็นแก่เราได้ แม้จะไม่ร่ำรวย หรูหรา อู้ฟู่ แม้จะไม่เจอสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจ แต่ความสงบที่พบได้นี้มีค่ามากกว่าเยอะเลย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะเพลิดเพลินกับการเดินทางภายนอกอย่างไร ก็อย่าลืมความสำคัญของการเดินทางภายใน ซึ่งเป็นการเดินทางที่จะให้คุณค่า ให้ความสุขกับเราอย่างแท้จริงไม่ว่าในยามผันผวนปรวนแปร ในยามแก่ชรา ในยามพลัดพราก ก็พบความสงบภายในได้
Mon, 23 Mar 2026 - 1381 - 25681224pm--สุขสำเร็จเพียงใดก็อย่าชะล่าใจ
24 ธ.ค. 68 - สุขสำเร็จเพียงใดก็อย่าชะล่าใจ : สิ่งที่ต่อต้านไม่ใช่ปัญญา ไม่ใช่ความรู้เนื้อรู้ตัว แต่คือกิเลส คืออัตตา ยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ ยิ่งมีความสุขมากเท่าไหร่ บางทีอัตตาก็พองโต และอะไรก็ตามที่ทำให้อัตตา หรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนเบาบางลง ยิ่งต่อต้าน เราก็ต้องรู้เท่าทัน ว่าตัวที่ทำให้เราไม่เห็นค่าของการปฏิบัติธรรม ทำให้เราประมาทกับชีวิต คืออะไรแน่ที่เป็นตัวการอยู่เบื้องหลัง ถ้าเราไม่ปล่อยให้มันครองใจ ใช้ปัญญาพิจารณา เราจะพบว่าอริยทรัพย์ก็ดี วิชาชีวิตก็ดี หรือการปฏิบัติธรรมการเจริญสติ คืออนาคต เพราะว่าความแก่ก็ดี ความเจ็บความป่วยก็ดี ความพลัดพรากสูญเสียก็ดี คือสิ่งที่รอเราอยู่ วันนี้อาจจะไม่เจอ แต่พรุ่งนี้หรือวันหน้าก็ต้องเจอ แต่ถ้าเราปฏิบัติธรรม เรามีวิชาชีวิต เรามีสิ่งที่ช่วยรักษาใจ มีภูมิรักษาใจ ถึงเวลาเจอความทุกข์ก็สามารถจะแคล้วคลาดผ่านไปได้ หรือยิ่งกว่านั้นคือสามารถจะเอาทุกข์มาเสริมสร้างธรรมให้เจริญงอกงาม เมื่อใดก็ตามที่เรามีความสุขอยู่ อย่าชะล่าใจ เปิดใจรับสิ่งที่จะช่วยเราได้ในอนาคต นั่นคืออริยทรัพย์ หรือว่าการปฏิบัติธรรม
Sun, 22 Mar 2026 - 1380 - 25681221pm--รู้ใจก็ไกลทุกข์
21 ธ.ค. 68 - รู้ใจก็ไกลทุกข์ : เราจะรู้จักใจของเรา ก็ต้องมีสติ เพราะเหตุนี้ต้องฝึกสติเพื่อให้เรารู้จักใจ รู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ พอรู้เท่าทันแล้ว ความคิดและอารมณ์เหล่านั้นก็มาบีบคั้น ทำร้าย หรือเผารนจิตใจได้ยาก และจริง ๆ แล้วถ้าหากว่าเรามีสติดูใจเรามากพอ สุดท้ายก็จะเห็นสิ่งที่เรียกว่าความลับของจักรวาล อยู่กลางใจของเรา ต่อเมื่อเรารู้จักใจดีพอ ก็จะเห็น แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น การที่เราเฝ้าดูใจ จะช่วยทำให้ความทุกข์ลดลง ความทุกข์ที่เกิดจากการวางใจผิด หรือการที่ใจไม่มีสิ่งป้องกัน ป้องกันอะไร ป้องกันไม่ให้ความคิดและอารมณ์ที่เป็นลบมันมาทำร้ายจิตใจ เพราะถ้าปล่อยให้มันทำร้ายจิตใจ ก็จะเป็นการซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ตัวเองอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า โจรกับโจรทำร้ายกัน ก็ยังไม่เท่าความฉิบหายที่เกิดขึ้นจากการที่วางใจไว้ผิด คือใจที่ไม่มีสติ ใจที่เราไม่รู้จักดีพอ
Sat, 21 Mar 2026 - 1379 - 25681220pm--หมั่นมองตน และนึกถึงคนอื่น
20 ธ.ค. 68 - หมั่นมองตน และนึกถึงคนอื่น : ที่เราทุกข์เพราะเรามองเห็นแต่สิ่งแย่ ๆ หรือไปจดจ่อแต่สิ่งแย่ ๆ เช่น การกระทำและคำพูดของคนอื่น แต่ถ้าเรารู้จักมองสิ่งที่ดี ๆ แทนที่จะมองเห็นแต่ขยะที่เกลื่อนถนน มองเห็นท้องฟ้าที่สวยงาม แทนที่จะไปจดจ่ออยู่กับเงินที่หาย ก็มองขอบคุณที่ยังมีเงินอีกมากมายในกระเป๋าหรือในบัญชีธนาคาร ยังมีโทรศัพท์มือถือ ยังมีอะไรต่ออะไรอีกมากมาย ถ้าเรามองเป็นก็เห็นสุข แต่ถ้าเรามองไม่เป็นก็เห็นทุกข์ หรือว่าเป็นทุกข์เสียเอง เพราะฉะนั้นเวลาเรามีความทุกข์ ก่อนที่จะไปโทษใคร หันกลับมามองตัวเองก่อน เหมือนกับที่ชายตาบอดไปโทษคนที่เดินมาชนเขาโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่านี่เป็นเพราะโคมของตัวเองดับตั้งนานแล้ว
Fri, 20 Mar 2026 - 1378 - 25681219pm--สติที่จำเป็นต่อชีวิต
19 ธ.ค. 68 - สติที่จำเป็นต่อชีวิต : สติทีแรกช่วยทำให้แคล้วคลาดจากอันตราย ต่อไปจะช่วยทำให้ไม่เข้าหาอันตราย หรือไม่ไปก่อทุกข์ให้กับตัวเอง เจอสิ่งล่อเร้าเย้ายวนให้โลภ ให้โกรธ เจอคนมาต่อว่าด่าทอ โกรธขึ้นมา เจอเงินทองที่เขาทิ้งเอาไว้ เกิดอยากได้ แต่พอมีสติ ก็ไม่ทำตามความโกรธ ก็ไม่ทำตามความโลภ ก็เลยเลี่ยงไม่เกิดทุกข์ ไม่ไปก่อทุกข์ หรือเอาง่ายๆ แค่เดินลงบันได ใจลอย อยู่ดีๆ ก็มีสติขึ้นมา ก็เดินอย่างระมัดระวัง ไม่หกล้มไม่ตกบันได เดินเข้าห้องน้ำ แทนที่จะปล่อยใจลอย ก็มีสติ หลุดจากความคิด หลุดจากเรื่องราวที่กำลังคิด แม้ว่าจะเป็นเรื่องงานการซึ่งกำลังมีปัญหา เรื่องคนรัก บุพการีซึ่งกำลังเจ็บป่วย มีความห่วงกังวล แต่ว่าระหว่างที่เดินเข้าห้องน้ำได้สติขึ้นมา หลุดจากอารมณ์นั้น เดินอย่างระมัดระวัง ก็ไม่ลื่นไถล เพราะถ้าลื่นไถลแล้วอาจจะหัวกระแทกพื้น กะโหลกร้าว เส้นเลือดในสมองแตก บางทีคาที่เลย นี่เรียกว่านอกจากช่วยให้แคล้วคลาดจากอันตราย ยังช่วยให้ใจ หรือช่วยตัวเราไม่ไปก่อทุกข์ ดังนั้นสติที่ว่านี่มีคุณประโยชน์มาก แต่ว่าจะพึ่งพาอาศัยได้ก็ต้องฝึก ให้โอกาสสติเขาได้ทำงาน ยอม ซึ่งก็ต้องยอม ยอมให้ใจฟุ้ง ยอมให้ใจลอย เพราะว่าใจที่ฟุ้งนี่แหละที่จะเป็นแบบฝึกหัดให้กับสติ รวมทั้งอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็เป็นแบบฝึกหัดหรือการบ้าน ให้สติได้เติบโตด้วย นี่แหละคือสติที่จำเป็นต่อชีวิตของเรา
Thu, 19 Mar 2026 - 1377 - 25681218pm--ทำจริงจังแต่ไม่คาดหวังผล
18 ธ.ค. 68 - ทำจริงจังแต่ไม่คาดหวังผล : ใจเราก็เหมือนกัน บางครั้งก็เอาจริงเอาจัง เอาเป็นเอาตายกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่พอผ่านไปก็ไม่สนใจแล้ว นี่คือสิ่งที่เราสามารถจะเรียนรู้ได้จากการปฏิบัติ ได้เห็นว่าใจเอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่เที่ยง และสุดท้ายพบว่า เราบงการจิตใจไม่ได้เลย อ้าว ไหนว่าใจเป็นของเรา แต่ทำไมบงการไม่ได้ เบื่อ จะให้หายเบื่อ ก็ไม่ยอมทำตาม มันง่วง จะให้หายง่วง ก็ไม่ยอมทำตาม โกรธ จะให้มันสงบ มันก็ไม่ยอม ก็ไม่เชื่อ หงุดหงิด จะให้มันหายหงุดหงิด มันก็ไม่สน ก็เริ่มเห็นว่าใจไม่ใช่ของเราเลย แต่ว่าอยู่ในวิสัยที่จะฝึกได้ อยู่ในวิสัยที่จะอบรมได้ ให้เชื่อง โดยเฉพาะถ้าหากว่าสร้างสติ สร้างปัญญาให้เกิดขึ้น สติปัญญาก็จะควบคุมรักษาใจ ไม่ให้อารมณ์ที่เกิดขึ้นมาเผาลน มากรีดแทง มาบีบคั้นใจได้ นี่คือสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ระหว่างการปฏิบัติ แม้ว่าความคาดหวังหรือสิ่งที่คาดหวังก่อนมา อาจจะยังไม่เกิด หรือไม่ถึงระดับที่คาดหวัง แต่ก็ได้อะไรหลายอย่างที่มีคุณค่า หรือบางทีอาจจะมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่เราคาดหวัง หรือผลที่เราปรารถนาด้วยซ้ำ อันนี้ต้องฉลาดในการเฝ้ามอง แล้วก็จะเห็น เหมือนกับเราเดินทาง ถ้าคิดแต่จะไปถึงเป้าหมาย เราอาจจะลืมมองไปว่าสองข้างทางนี่สวยงาม ถ้าเราสนใจสองข้างทาง เราอาจจะพบวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็ตาม นักเดินทางที่ดี เขาจะไม่เอาแต่จดจ่ออยู่ที่จุดหมายปลายทาง เขาจะสนใจสองข้างทาง ไม่ว่าผู้คนหรือว่าทิวทัศน์ แล้วเขาก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ มากมาย ทำให้การเดินทางคุ้ม แม้จะยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็ตาม
Wed, 18 Mar 2026 - 1376 - 25681217pm--เว้นวรรคให้ชีวิต
17 ธ.ค. 68 - เว้นวรรคให้ชีวิต : ความคิดและอารมณ์ก็มาแล้วก็ไป ไม่เที่ยงเลย ในขณะเดียวกัน สติก็มีกำลังเร็วขึ้น ๆ รู้ทันได้เร็ว แล้วก็ระลึกได้เร็ว ระลึกอะไร ระลึกว่ากำลังทำอะไรอยู่ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่าย คนส่วนใหญ่ลืมว่ากำลังทำอะไรอยู่ เพราะความคิดพาให้ใจลอย หรือไม่ก็ความทรงจำก็ทำให้ไหลไปอดีต ความกังวลทำให้จมอยู่กับอนาคต แต่พอเรามีสติรู้ตัว มีสติเกิดความรู้เนื้อรู้ตัวขึ้น ใจสว่างเลย ความคิดและอารมณ์ก็เหมือนกับละลายหายไป แล้วต่อไปเราก็จะได้เรียนรู้ รู้จักจิตใจของเราได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่การปฏิบัติอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้ด้วย เรียนรู้เกี่ยวกับความจริงของกายและใจ ต่อไปก็จะขยายเป็นการเรียนรู้แจ่มกระจ่างในความจริงของชีวิต ทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นจากการที่เราต้องรู้จักเว้นวรรคให้ตัวเองบ้าง เว้นวรรคจากงานการ กิจวัตรที่ทำ มาให้เวลากับการปฏิบัติ จะที่วัดหรือที่ไหนก็แล้วแต่
Tue, 17 Mar 2026 - 1375 - 25681208pm--ตื่นจากความหลง
8 ธ.ค. 68 - ตื่นจากความหลง : เราสวดมนต์ทั้งที่หลงก็ยังสวดได้ ปากว่าไปแต่ใจไม่รู้อยู่ไหน แต่สังเกตดูเพราะว่านั่นจะเหมือนกับละเมอ ไม่ต่างจากคนละเมอ เพียงแต่ว่าละเมอที่เราที่เห็นส่วนใหญ่ร่างกายหลับ แต่ละเมอที่ว่าร่างกายไม่หลับ ร่างกายตื่น แต่ว่าใจนี้หลง แล้วพอเราตื่นจากหลง แม้จะเป็นความไม่รู้ตัว แต่ก็ช่วยทำให้ความทุกข์เบาบางลง เพราะแต่ก่อนหลงเข้าไปในความคิดทีไร ตามไปด้วยความทุกข์ แล้วก็สร้างความทุกข์ให้กับผู้อื่นด้วยความไม่รู้ตัว แต่พอเราเริ่มรู้ตัวมากขึ้น ตื่นจากความหลงได้บ่อยขึ้น ๆ เราก็จะพบกับความปลอดโปร่ง แล้วก็สามารถจะหลุดจากอารมณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกาะกุมจิตใจทำให้ทุกข์ได้ แต่เผลอเมื่อไหร่ก็ทุกข์ใหม่ จนกว่าจะเห็นความจริง รู้ความจริงว่าไม่มีเรา ไม่มีอะไรที่เป็นของเรา ไม่มีความยึดมั่นสำคัญหมายในตัวตน ถึงตอนนั้นแหละก็จะเรียกว่าไม่มีผู้ทุกข์อีกต่อไป จะเรียกว่าหมดทุกข์ก็ได้
Mon, 16 Mar 2026 - 1374 - 25681207pm--เสียงเตือนที่สำคัญ
7 ธ.ค. 68 - เสียงเตือนที่สำคัญ : ถ้าคนเรารู้จักเอาสิ่งที่ไม่ถูกใจเรามาเป็นเครื่องเตือนใจ ก็มีแต่จะประสบความเจริญ เอาทุกเหตุการณ์แม้กระทั่งความทุกข์มาเป็นเครื่องเตือนใจ เอาความสูญเสียพลัดพรากมาเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้หลงยึดติดในสิ่งต่าง ๆ เอาคำวิพากษ์วิจารณ์ หรือแม้กระทั่งคำต่อว่าด่าทอของคนอื่นมาเป็นเครื่องเตือนใจ ให้เรามีความอดทน หรือว่ารู้จักเฝ้าดูใจของตัว เฝ้าดูว่าเราทำอะไรที่ไปก่อความเดือดร้อนรบกวนรังควานคนอื่นหรือเปล่า ทำให้เขาต้องแสดงปฏิกิริยาอย่างนั้น สุดท้ายแล้วก็ต้องพึ่งสติของตัว เพราะถ้าพึ่งแต่คนอื่นอาจจะสายเกินไป สติจะเป็นที่พึ่งให้กับเราได้ เราก็ต้องสร้างสติให้รวดเร็วฉับไว จนสามารถจะเป็นที่พึ่งของเราอย่างแท้จริง เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะเกิดเหตุร้ายสายเกินการก็ได้
Sun, 15 Mar 2026 - 1373 - 25681206pm--เตรียมใจรับมือกับปัญหาที่ต้องเจอ
6 ธ.ค. 68 - เตรียมใจรับมือกับปัญหาที่ต้องเจอ : ถ้าเจอคำต่อว่าด่าทอแล้วก็ยังเป็นทุกข์ เจอคนที่ไม่น่ารัก แล้วก็ยังทุรนทุราย เจอความสูญเสียพลัดพรากแล้วก็ยังคับแค้นใจ ก็ยากที่จะรับมือกับความตาย หรือความเจ็บป่วยที่รุนแรงได้ มองในแง่นี้เหล่านี้ก็คือแบบฝึกหัด บางทีเราไม่ต้องเข้าหา มันมาหาเราเอง แต่ถ้าหากว่าชีวิตเราเรียบเกินไป ก็อาจจำเป็นต้องเข้าหามัน เหมือนกับที่โค้ชอ๊อดสร้างสถานการณ์เพื่อให้นักกีฬาของแกได้เข้าใจ ได้เรียนรู้ที่จะรับมือกับความไม่เป็นธรรม ซึ่งที่จริงแล้วนั่นเป็นแค่ปัญหาชนิดหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับเรา และมีอีกมากที่หนักหนากว่านั้น ใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ ให้มาเป็นแบบฝึกหัด ไม่ใช่มัวแต่บ่นโวยวายตีโพยตีพาย อันนั้นก็มีแต่ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ตัวเอง แต่ถ้าเราเปิดใจ เรียนรู้จากสิ่งนั้น ยอมรับ ก็ทำให้เรามีความพร้อมมากขึ้นในการรับมือกับปัญหาที่หนีไม่พ้น ที่หนักหนาสาหัส โดยเฉพาะความตายที่จะมาถึงกับเราในวันข้างหน้า
Sat, 14 Mar 2026 - 1372 - 25681205pm--ปรับจิตให้พอดี ใช้ชีวิตให้สมดุล
5 ธ.ค. 68 - ปรับจิตให้พอดี ใช้ชีวิตให้สมดุล : คนที่เพ่งเพราะการปฏิบัติผิด เวลาจะแก้ยากกว่าคนที่ส่งจิตออกนอก แล้วพยายามกลับมาดูจิตดูใจ คนที่ส่งจิตออกนอกแล้วพยายามกลับมาดูจิตดูใจ ดูเหมือนยาก แต่ว่าการเพ่ง แล้วพยายามแก้อารมณ์ให้คลายสู่ความพอดี กลับยากกว่า อันนี้เป็นเพราะว่าชอบตั้งท่าปฏิบัติ ทำใจไม่ได้ ถ้าบอกว่าไม่ต้องปฏิบัติ ก็จะเผลอปฏิบัติแต่อย่างนั้น แต่พอปฏิบัติทีไรก็ผิดทุกที เพราะว่าตั้งท่ามากไป ตั้งใจมากไป เลยใช้เวลานาน เรื่องแบบนี้เราแต่ละคนต้องรู้จักแก้อารมณ์ของตัวเอง เพราะบางอย่าง สิ่งที่จะช่วยเราได้ อาจจะไม่ใช่วิธีการมาตรฐานที่ครูบาอาจารย์แนะนำ ครูบาอาจารย์ส่วนใหญ่ก็แนะนำว่าอย่าส่งจิตออกนอก แต่บางครั้งถ้าจิตเพ่งเข้าใน ก็ต้องพยายามดึงออกไป ให้ไปรับรู้สิ่งภายนอก จะได้เกิดความพอดี แต่ว่าวิธีนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่ละคนต่างต้องหาวิธีการแก้ของตัวเอง เพื่อให้เกิดความพอดี เกิดความสมดุล นี่เป็นหัวใจของการปฏิบัติและการดำเนินชีวิต
Fri, 13 Mar 2026 - 1371 - 25681204pm--คิดให้ชัดก็ปฎิบัติได้ผล
4 ธ.ค. 68 - คิดให้ชัดก็ปฎิบัติได้ผล : เวลาปฏิบัติธรรม นอกจากความเพียร ความศรัทธาแล้ว ต้องมีความคิดที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร แล้วเวลาจะเอาการปฏิบัติธรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมาใช้ ก็ต้องถามก่อนว่า วิธีนั้นมีจุดมุ่งหมายอะไร ตรงกับที่เราต้องการไหม แล้วถ้าต้องการได้สติ ต้องการได้ปัญญา สมาธิ อะไรบ้างที่จะทำให้เกิดคุณธรรมเหล่านั้นในตัวเรา อันนี้เป็นเรื่องการคิดให้ชัด คิดให้ชัดทั้งในแง่ของวัตถุประสงค์ เป้าหมาย เรียกว่า อัตถัญญุตา แล้วคิดให้ชัดว่า มีหลักการอะไรที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ว่า ที่ต้องการ หลักการที่ว่าก็คือธรรมะนั่นเอง อันนี้เขาเรียกว่า ธัมมัญญุตา รู้เหตุ รู้ผล หรือรู้ผล รู้เหตุ ฉะนั้นถ้าเข้าใจชัด คิดชัด การปฏิบัติธรรมก็จะไม่ยาก สามารถจะประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตประจำวัน และสามารถที่จะนำพาผู้คนให้เข้าถึงธรรมะอย่างที่เราต้องการได้ แต่ถ้าคิดไม่ชัดแล้ว ก็จะเป็นเรื่องการทำตามรูปแบบ เสร็จแล้วก็ลงเอยด้วยความผิดหวัง เพราะไปบังคับยัดเยียด แล้วเขาไม่เอาด้วย หรือเกิดความงมงายขึ้นมา อันนี้เป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ใฝ่ธรรม ผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนมาก เพราะว่าคิดไม่ชัด จับหลักไม่ได้ ก็เลยปฏิบัติผิด หรือว่าไม่เกิดผล
Thu, 12 Mar 2026 - 1370 - 25681203pm--ปฎิบัติถูกเพราะจับหลักได้
3 ธ.ค. 68 - ปฎิบัติถูกเพราะจับหลักได้ : การฝึกสติก็ต้องอนุญาตให้ความหลงเกิดขึ้นได้ เพื่อที่จิตหรือสติจะจำได้ว่าไอ้ตัวหลงเป็นยังไง ไม่ว่าจะมาในรูปของความโกรธ ความโศก ความเศร้า ความคิดลบ ความคิดฟุ้ง พวกนี้เป็นตัวที่ทำให้จิตหลงได้ทั้งนั้น ถ้าจะให้จิตมีสติ ก็ต้องรู้ทันความหลง ความฟุ้งที่เกิดขึ้น แล้วต้องอนุญาตให้ความฟุ้งเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่บังคับจิตไม่ให้ฟุ้ง ไม่ให้คิด อันนี้คือวิธีการ คือหลักที่จะต้องรู้ นักปฏิบัติต้องจับหลักได้ จับหลักได้คือรู้ว่าต้องการอะไร ต้องการธรรมะอะไรให้เกิดขึ้นในใจ และธรรมะนั้นมีลักษณะอย่างไร จะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร มีอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย และวิธีการใดที่จะทำให้ธรรมะที่ว่าเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นสติ สมาธิ ความรู้สึกตัว ปัญญา ศรัทธา ปีติ ปราโมทย์ เมตตา กรุณา ฉะนั้นถ้าเข้าใจทั้งจุดมุ่งหมายคืออรรถ และเข้าใจหลักการคือเหตุปัจจัยที่จะทำให้เกิดธรรมะนั้นขึ้นมาได้ การปฏิบัติจึงจะมีโอกาสที่ไปได้ถูก แล้วเกิดเจริญงอกงาม ไม่เช่นนั้นก็ทำไปตามประเพณี ทำสักแต่ว่าทำ แล้วก็อาจจะทำให้เกิดความหลง ให้ทานก็ทำตาม ๆ กัน แต่จิตใจก็ไม่ได้มีความโลภน้อยลงเลย รักษาศีลก็กลับมีกิเลสมากขึ้น หรือภาวนาก็เกิดความหลงตัวลืมตน อันนี้เพราะว่าไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายของการปฏิบัติธรรม และไม่เข้าใจหลัก ก็เลยปฏิบัติผิด
Wed, 11 Mar 2026 - 1369 - 25681202pm--เห็นธรรมจากทุกข์
2 ธ.ค. 68 - เห็นธรรมจากทุกข์ : เวลาทุกข์อย่าทุกข์ฟรีๆ ให้หาประโยชน์จากความทุกข์ให้ได้ อย่างน้อยก็มาเป็นเครื่องฝึกใจให้มีสติ ถึงแม้ปัญญายังไม่ทันเกิดก็มีสติเอาไว้ มีสติเห็นความโกรธ มีสติเห็นความเศร้า มีสติเห็นความคับแค้น มีสติเห็นความเหงาความเครียด การที่เห็นอารมณ์เหล่านี้ ก็ช่วยทำให้สามารถยกจิตเหนืออารมณ์เหล่านั้นได้ แม้จะเป็นการพ้นทุกข์ชั่วคราว เพราะว่าปัญญายังไม่เกิด แต่ว่าสติที่เป็นเหมือนตาใน ที่ทำให้เห็นความโกรธ ความเศร้า ต่อไปก็จะเห็น แสดงสัจธรรมให้เห็นชัด ความไม่เที่ยง ความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ความโกรธก็ไม่ใช่เรา ความทุกข์ก็ไม่ใช่เรา อันนี้คืออนัตตานั่นเอง และถ้ามองไปลึกๆ ก็จะเห็นตัวสมุทัย ซึ่งก็หนีไม่พ้นอุปาทาน ไม่ว่าจะเป็นอัตตวาทุปาทาน ความยึดติดในความคิดว่ามีตัวตน ทิฏฐุปาทาน ความยึดติดในความเห็นความเชื่อ กามุปาทาน ความยึดติดในทรัพย์ ในสิ่งที่ให้ความสุขทางวัตถุ หรือแม้แต่ความยึดติดในแบบแผนวิธีการ สีลัพพตุปาทาน สุดท้ายก็ไม่หนีพ้นอุปทานทั้ง 4 อันนี้คือตัวสมุทัย ซึ่งถ้าเราเห็นชัดมากเท่าไร การที่จิตจะหลุดจากความยึดติดถือมั่นก็มีมากเท่านั้น ก็เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้ได้ในความทุกข์ เรียนรู้ได้จากทุกปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในทางโลกเขาบอกว่าปัญหาอยู่ไหน เงินอยู่ตรงนั้น ในทางธรรมก็เหมือนกัน ปัญหาอยู่ตรงไหน ธรรมะก็อยู่ตรงนั้น จะว่าไปปัญหาก็เป็นขุมทรัพย์ที่เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ธรรม เช่นเดียวกับความทุกข์
Tue, 10 Mar 2026 - 1368 - 25681201pm--สุขเพราะวาง
1 ธ.ค. 68 - สุขเพราะวาง : ปัญหาก็มีเอาไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีไว้กลุ้ม ถ้าเรายังไม่มีเวลาที่จะแก้ปัญหา ก็วางลง หนี้สินก็เหมือนกัน หนี้สินมีไว้เพื่อชำระ ไม่ใช่มีไว้เพื่อแบก ถ้าเราเริ่มรู้จักการแบก และรู้จักการวางบ้าง ก็จะช่วยได้ แต่จะให้คิดเอานี่วางไม่ได้ ต้องมีสติ เพราะว่าอย่างที่บอกไว้แล้วว่า เรายึด เราแบก เพราะความหลง ต่อเมื่อมีสติ มีความรู้สึกตัว จึงจะวางลงได้ เพราะเมื่อความหลงหายไป การวาง การปล่อยจึงจะเกิดขึ้นได้ ยังไม่ต้องถึงขั้นปล่อยวางความยึดถือในตัวกูของกู แค่วางความทรงจำที่เจ็บปวด วางปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ลุล่วง วางงานการที่ยังคาราคาซังอยู่บ้าง ลงจากใจ ถึงเวลานอนก็นอน ถึงเวลากินก็กิน วางทุกอย่างลง อาบน้ำก็อยู่กับการอาบน้ำ เราจะเริ่มพบกับความสงบ เป็นความสงบที่เกิดจากการวาง แม้จะวางได้ไม่ถึงที่สุด แต่ สติ และ ความรู้สึกตัว ช่วยทำให้เราพบกับความสุขอย่างแท้จริง ไม่ใช่ความสุขจากการได้ การมี แต่เป็นความสุขจากการปล่อย การวาง
Mon, 09 Mar 2026 - 1367 - 25681130pm--หนาวทั้งที อย่าทุกข์ฟรีๆ
30 พ.ย. 68 - หนาวทั้งที อย่าทุกข์ฟรีๆ : ถ้าเป็นเรื่องอารมณ์อกุศลเกิดขึ้นแล้วไม่รู้ ก็เท่ากับปล่อยให้เข้าไปเล่นงาน เล่นงานจิตใจเรา ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ แล้วคนเดี๋ยวนี้แก้ปัญหาความทุกข์ของตัวเองไม่ได้ พื้นฐานก็เพราะว่าไม่รู้ว่าตอนนี้มีความทุกข์แบบไหน ก็เลยไม่รู้ว่าทุกข์เพราะเรื่องอะไร หรือทุกข์เพราะสาเหตุใด ยังไม่ต้องลากไปถึงเรื่องของอุปาทาน กิเลส อวิชชา แค่ทุกข์เพราะเรื่องอะไรก็ตอบไม่ได้ ถ้าเราใช้โอกาสที่หนาว ๆ แบบนี้ มาฝึกใจ ดูกาย ดูจิต ดูเวทนา หรืออย่างน้อยก็ดูกายดูจิตก่อน ให้เห็นใจที่บ่น ใจที่โวยวาย ใจที่หงุดหงิด อันนี้ก็ถือว่าเป็นนักฉวยโอกาสแล้ว ฉวยโอกาสในทางธรรม แล้วจะทำอย่างนั้นได้ก็เรียกว่าไม่ได้ทุกข์ฟรี ๆ ทุกข์ทั้งทีก็ได้อะไรให้เกิดประโยชน์แก่จิตใจของตัวเองบ้าง
Sun, 08 Mar 2026 - 1366 - 25681129pm--มีโดยไม่ยึดเป็นเจ้าของ
29 พ.ย. 68 - มีโดยไม่ยึดเป็นเจ้าของ : ให้เตือนใจอยู่เสมอ เวลาดีใจ เพราะได้อะไรมา ได้เสพอะไรมา กินของอร่อย ฟังเพลงเพราะ ถ้าเรามีสติสักหน่อยก็ไม่เพลินกับมันมาก เพราะถ้าเพลินกับมัน ถึงเวลามันหายไป เสื่อมไป ก็ไม่ทุกข์ เวลาใจสงบก็เหมือนกัน สงบก็อย่าไปปลื้ม อย่าไปหลง อย่าไปดีใจ เพราะว่ามันก็ของชั่วคราวเหมือนกัน ไม่ช้าก็เร็วธรรมชาติก็เอาไป ถึงตอนนั้นก็ไม่ทุกข์ ฉะนั้นถ้าเราวางใจแบบนี้ ก็จะอยู่กับโลกที่มีความผันผวนแปรปรวน แม้จะไม่เที่ยงแต่ว่าใจก็ไม่ทุกข์ แม้ทุกอย่างจะไม่ใช่ของเรา สักวันธรรมชาติเอาไป และถึงตอนนั้นใจก็ไม่ทุกข์ เพราะรู้ว่าเป็นเช่นนั้นเอง
Sat, 07 Mar 2026 - 1365 - 25681120pm--ฝึกใจให้เห็นความจริง
20 พ.ย. 68 - ฝึกใจให้เห็นความจริง : การเจริญสติ เวลาที่ครูบาอาจารย์บอกให้เห็นๆ ก็เห็นอย่างที่ว่ามา เริ่มต้นจากการเห็นกายเคลื่อนไหว เห็นใจคิดนึก เห็นทั้งความคิดและอารมณ์ ต่อไปก็เห็นความคิดที่ไม่ดีเกิดขึ้น และยอมรับได้ ไม่ปกปิดไม่กดข่ม แล้วต่อไปก็มองทะลุเห็นกิเลส หรือตัวอวิชชา ที่อยู่เบื้องหลังความคิดที่ไม่ดี อารมณ์ที่ไม่ดี จะเรียกว่าตัวอุปาทานก็ได้ ต่อไปก็เห็นว่าพวกนี้ ความคิดก็ดี อารมณ์ก็ดี กิเลสก็ดี แม้กระทั่งความทุกข์ ไม่ใช่เรา แค่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกายกับใจ แล้วต่อไปก็เห็นถึงขั้นว่าไม่มีเรา มีแต่รูปกับนาม เกิดอาการแยกออกมา ที่เขาเรียกว่าแยกรูปแยกนาม ที่จริงรูปกับนามแยกกันอยู่แล้ว แต่ความหมายจริงๆ คือแยกตัวกูออกมาเป็นรูปกับนาม ไม่มีตัวกู ถ้าเราเห็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นต่อไป เห็นไตรลักษณ์ เห็นปรมัตถ์ เห็นสมมติไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็เห็นก่อน เห็นกายเคลื่อนไหว หรือรู้กายเคลื่อนไหวใจคิดนึก เห็นความคิดไม่ใช่เรา เห็นความโกรธไม่ใช่เรา เวลามันมีก็รู้แต่ว่าข้างในมันร้อน ข้างในมันขุ่นมัว แต่ไม่ใช่เราร้อน ไม่ใช่เราขุ่นมัว ทำไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นเอง อย่าไปบังคับให้เห็น แล้วก็ไม่ใช่เรื่องการใช้ความคิดด้วย แต่เป็นเรื่องของการที่รับรู้หรือรู้สึกได้ พูดภาษาชาวบ้านคือรับรู้ด้วยใจ แต่ที่จริงคือรับรู้หรือเห็นด้วยสติ จนเกิดการพัฒนากลายเป็นการเห็นด้วยปัญญา พอเห็นด้วยปัญญาก็อย่างที่เราสวดในบทติลักขณาทิคาถา เห็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เมื่อนั้นแหละก็จะเป็นหนทางออกจากทุกข์ได้
Sun, 01 Mar 2026 - 1364 - 25681119pm--ทำเต็มที่แต่ใจไม่เครียด
19 พ.ย. 68 - ทำเต็มที่แต่ใจไม่เครียด : ไม่ว่าเราทำอะไร เราเกี่ยวข้องกับจุดหมายปลายทางได้ถูกต้อง หรือเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ได้ถูกต้อง งานยากแค่ไหน เราไม่เครียด แต่ความเพียรก็ไม่ได้ลดหย่อนลงไปเลย ไม่ใช่ว่าหายเครียดเพราะเกียจคร้าน ยังทำความเพียรอยู่ แต่ไม่เครียด เรียกว่าทำเต็มที่ แต่ไม่ซีเรียส อันนี้แหละเป็นท่าทีที่ควรจะมาเอามาฝึกตน เวลาปฏิบัติธรรม หรือว่าเวลาทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าทางธรรมหรือทางโลก มีประโยชน์ทั้งนั้น
Sat, 28 Feb 2026 - 1363 - 25681118pm--ตัวช่วยและบททดสอบที่ควรมี
18 พ.ย. 68 - ตัวช่วยและบททดสอบที่ควรมี : ใครที่ทำอะไรไม่ถูกต้อง ผิดกติกา ผิดมารยาท ผิดระเบียบ พวกนี้เป็นบททดสอบได้ รวมถึงเวลาซื้อของ ซื้อของแพงกว่าคนอื่น แม่ค้าจ่ายเงินทอนไม่ครบ พวกนี้ก็เป็นบททดสอบ หรือของหาย บางทีโทรศัพท์หาย นั่นคือบททดสอบอย่างดีเลยว่า สติเราเอาอยู่ไหม เราจะรับมือกับความสูญเสียได้หรือเปล่า ถ้าเรามองแบบนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราจะเป็นของดี รวมถึงสิ่งที่เป็นอนิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ไม่น่าพอใจ หรือเหตุร้าย เช่น คำต่อว่าด่าทอ ความสูญเสีย พวกนี้เป็นอนิฏฐารมณ์ที่ไม่มีใครชอบ แต่จะกลายเป็นของดีทันทีสำหรับเรา ถ้าหากว่าเรามองว่านี่คือบททดสอบสติของเรา
Fri, 27 Feb 2026 - 1362 - 25681117pm--ตั้งใจแต่ไม่บังคับจิต
17 พ.ย. 68 - ตั้งใจแต่ไม่บังคับจิต : ทำไมตอนที่พยายามระงับความโกรธ ความโกรธไม่หาย ก็เพราะว่าพยายามใช้เวลากดข่ม แม้จะบริกรรมว่า โกรธหนอ โกรธหนอ แต่ว่าใจลึก ๆ ก็อยากจะให้ความโกรธหายไป ทนไม่ได้ แต่พอสุดท้าย เธอโกรธก็ได้ คือยอม อนุญาตให้มันเกิดขึ้นได้ พออนุญาตให้เกิดขึ้นได้ มันไปเลย เพราะตอนนั้นใจยอมรับแล้ว ไม่ผลักไส แค่รับรู้เฉย ๆ บางครั้งการอนุญาตให้อารมณ์ความคิดบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่ไม่ผลักไส ช่วยได้เยอะ เพราะว่ามันนำไปสู่การรู้ซื่อ ๆ รู้ซื่อ ๆ คือ ไม่ผลักไส ไม่ไหลตาม รู้ซื่อ ๆ ยอมรับ จะฟุ้งก็ยอมรับ เพราะฉะนั้นจึงบอกว่า การที่เรายอมให้หลง เป็นข้อดี เป็นความดีอย่างหนึ่ง ดีอย่างแรกคือ ดีที่รู้ว่าหลง ดีอย่างที่สองก็คือว่า ได้สติ พาใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว แล้วดีอย่างที่สามคือ ดีที่อนุญาตให้หลงได้ ฟุ้งได้ ถ้าไม่อนุญาตมันยิ่งก่อกวนรังควานเข้าไปใหญ่
Thu, 26 Feb 2026 - 1361 - 25681116pm--ทุกข์เพราะไม่รู้ใจ
16 พ.ย. 68 - ทุกข์เพราะไม่รู้ใจ : การปฏิบัติก็เพื่อสิ่งนี้ เห็นทั้งข้างนอก เห็นทั้งข้างใน และสุดท้ายก็จะพบว่า ข้างนอกไม่ได้เป็นเหตุแห่งทุกข์เลย ถ้าพูดถึงความทุกข์ใจ ไม่ว่าจะเป็นการกระทําคําพูดของใคร ดินฟ้าอากาศ ความสําเร็จ ความล้มเหลว แต่ว่าการปรุงแต่งในใจ รวมทั้งความหลง ไม่รู้ทันความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจ พยายามหมั่นฝึกเอาไว้ เห็นทั้งข้างนอก เห็นทั้งข้างใน เราจะได้ไม่ไปโทษสิ่งภายนอกมาก จนลืมที่จะดูแลใจเราให้มีสติให้มีปัญญาเป็นเครื่องคุ้มกันรักษาใจ แม้ว่าจะเผลอปล่อยให้อารมณ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นในใจ แต่ก็ยังไม่สายที่เราจะรักษาใจไม่ให้ทุกข์ ไม่ให้ถูกอารมณ์เหล่านี้ทําลายได้
Wed, 25 Feb 2026 - 1360 - 25681115pm--เห็นนอกเห็นในใจสงบ
15 พ.ย. 68 - เห็นนอกเห็นในใจสงบ : การที่เราฝึก มามีสติอยู่ความคิดและอารมณ์ หรือมีใจเห็นความคิดและอารมณ์นี้เป็นของดี เพราะฉะนั้นเวลายุงกัด ยุงตอม มดกัด หรือเสียงหมาเห่าเป็นของดีเลย มาฝึกให้เรามาดูใจว่าใจกระเพื่อมไหม มีความไม่พอใจเกิดขึ้นไหม มีความวิตก มีความกังวลเกิดขึ้นหรือเปล่า นั่นเป็นของดีโดยเฉพาะถ้ามองในแง่ของการฝึก ให้มาเห็นทั้งข้างนอกและเห็นทั้งข้างใน และที่จริงไม่ใช่เป็นเฉพาะฝึกเวลาปฏิบัติอย่างเดียว แม้ขณะในชีวิตประจำวันก็จำเป็นต้องมีสิ่งนี้ด้วย พอไม่อย่างนั้นเราก็จะโดนอารมณ์ท่วมทับ เวลาใครพูดไม่ดีกับเรา เราก็โกรธ ถูกความโกรธเล่นงาน สั่งให้เราด่ากลับไป ตอบโต้กลับไป แต่เราไม่เห็นความโกรธ เราปล่อยให้ความโกรธครอบงำเรา แทนที่เราจะรู้ทันแล้วก็วางมันลง หรือว่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นโดยที่ทำอะไรใจเราไม่ได้ ในชีวิตประจำวันที่เราทุกข์เพราะเราเห็นแต่ข้างนอก แต่เราไม่เห็นข้างใน อารมณ์ต่าง ๆ ก็เลยเล่นงานเรา รวมทั้งความคิดต่าง ๆ ก็ก่อกวนรังควาน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องหมั่นฝึกในชีวิตประจำวันด้วยไม่ใช่เฉพาะในการปฏิบัติเท่านั้น
Tue, 24 Feb 2026 - 1359 - 25681114pm--เรียนรู้จากทุกอย่างที่เกิดขึ้นMon, 23 Feb 2026
- 1358 - 25681113pm--สุขหรือทุกข์ก็อย่าทิ้งสติ
13 พ.ย. 68 - สุขหรือทุกข์ก็อย่าทิ้งสติ : ที่เรามา ก็ถือว่าพวกเรามีโชค ที่เราไม่เจ็บไม่ป่วย ที่เรายังมีกำลังวังชา เอาสิ่งดีๆ เหล่านี้มาใช้เพื่อการปฏิบัติ เพื่อการฝึกฝนตน เพื่อให้มีสติ แล้วเพื่อเอามาใช้รับมือทั้งกับความสุข หรือว่าความพอใจที่เกิดขึ้น เพราะถ้าเราไม่สามารถจะวางใจให้ถูกต้องกับความสุข ความสบาย สิ่งที่ถูกใจแล้ว พอเจอความทุกข์ เจอความไม่สบาย เจอความไม่ถูกใจ เราก็ยิ่งทุกข์เข้าไปใหญ่เหมือนกันถ้าเกิดเราวางใจไม่ถูกกับคำชม คำสรรเสริญ เราหลงใหลได้ปลื้มกับมัน อยากโชว์อยากอวด ถึงเวลาเราเจอคำต่อว่าด่าทอ คำตำหนิ เราก็จะทุกข์
Sun, 22 Feb 2026 - 1357 - 25681104pm--รู้ทันอุบายของความโกรธ
4 พ.ย. 68 - รู้ทันอุบายของความโกรธ : การให้อภัยหรือแผ่เมตตา ช่วยได้มาก เพราะถ้าเราให้อภัยได้ แผ่เมตตาได้ ความโกรธก็อยู่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมที่จะให้เราให้อภัย เพราะว่าจะบอกเราว่าให้อภัยได้ยังไง เดี๋ยวก็ได้ใจสิ ให้อภัยไม่ได้ อันนี้เป็นเหตุผลของความโกรธ เพราะรู้ว่าถ้าเราให้อภัย ก็จะหายไปจากใจเรา และขณะเดียวกันก็พยายามให้เราส่งจิตออกนอก พุ่งไปที่คนที่เราต้องการแก้แค้น เพราะกลัวว่าถ้าเราหันมาดูใจ จะเห็น เห็นผู้ร้ายที่หลบซ่อนอยู่ในใจ ความโกรธกลัวถูกรู้ ถูกเห็น ถ้าถูกรู้เห็นเมื่อไหร่ ก็จะละลายหายไป เมื่อกลัวถูกรู้ถูกเห็น ก็เลยพยายามล่อให้ส่งจิตออกนอก ออกไปสนใจสิ่งอื่นแทน อย่าหันใจ อย่าเอาความใส่ใจ ความสนใจกลับมาที่ใจ เพราะเดี๋ยวจะเห็นความโกรธ แล้วจะอยู่ไม่ได้ ฉลาดมากแต่ว่าไม่เกินความสามารถของสติที่จะรู้ทัน แล้วก็จัดการกับความโกรธนั้นอย่างละม่อม ไม่ใช่ด้วยการกดข่ม แต่เพียงแค่รู้ เห็น แบบรู้ซื่อ ๆ ก็อยู่ไม่ได้
Sat, 21 Feb 2026 - 1356 - 25681103pm--อยู่กับตัวเองได้ก็ไกลทุกข์
3 พ.ย. 68 - อยู่กับตัวเองได้ก็ไกลทุกข์ : ที่จริงเพื่อนมีก็คือ ใจของเรา ถ้าเป็นมิตรกับตัวเองได้ แม้จะนอนติดเตียงก็ไม่ทรมาน ซึ่งก็ยากก็ต้องเริ่มต้นจากการที่แม้ชีวิตเราไม่เจ็บไม่ป่วย สุขภาพดี เราก็ยังอยู่กับตัวเองเป็น เป็นมิตรกับตัวเองได้ จะทำอย่างนี้ได้เพราะจากการปฏิบัติ หรือการมาอยู่วัดเป็นเรื่องยาก เพราะว่าถึงที่สุดแล้วเราไม่สามารถหนีตัวเองได้ แต่ว่าการที่เราหนีตัวเองไม่ได้นั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญก็คือว่าเราสามารถที่จะเป็นมิตรกับตัวเองให้ได้จากการปฏิบัติ ฉะนั้นถึงแม้จะลำบาก ที่จะต้องฝืนใจ แต่ว่ารางวัลที่ได้มีคุณค่ามาก เพราะจะทำให้เราอยู่กับตัวเองเป็น และสุดท้ายเราก็เป็นมิตรกับตัวเองได้ เวลาเจอภัย เจอเหตุร้าย ก็ไม่ปล่อยให้ใจมาซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเอง ตรงข้ามสามารถจะให้ใจ หรือสติ หรือธรรมะที่มี ซึ่งก็เกิดจากการฝึกตน จิตที่ฝึกไว้ดีแล้ว จะช่วยทำให้หนักกลายเป็นเบา ร้ายกลายเป็นดีได้ เจอความเจ็บป่วยก็กลับเห็นธรรมที่ทำให้ออกจากทุกข์ได้เร็วขึ้น นี้เพราะว่าเป็นมิตรกับตัวเอง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการที่เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองให้เป็น อันนี้สำคัญมาก แล้วก็เป็นสิ่งที่เราควรจะเริ่มทำให้เกิดเป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งของเรา ก่อนที่เราจะแก่ ก่อนที่เราจะเจ็บป่วย ก่อนที่เราจะสูญเสีย เพราะถ้าถึงตอนนั้นแล้ว เรายังอยู่กับตัวเองไม่เป็นจะทรมานมาก จิตที่ไม่ฝึกจะกลับมาทำร้ายเรายิ่งกว่าโจรทำร้ายโจรด้วยกัน และนี่ก็เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้
Fri, 20 Feb 2026 - 1355 - 25681031pm--อย่าปล่อยให้ความคิดลบดึงดูดใจเรา
31 ต.ค. 68 - อย่าปล่อยให้ความคิดลบดึงดูดใจเรา : เราฝึกในชีวิตประจำวันให้รู้กายเคลื่อนไหว ต่อไปก็จะรู้ใจคิดนึก รู้เอง เพราะสติบอกแล้วถึงตอนนั้นเราจะพบว่ารูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส รวมทั้งธรรมารมณ์ ไม่ว่าน่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ จะมีแรงดึงดูด หรือว่าสะกดใจเราได้น้อยลง รูปที่งาม หรือรูปที่น่าเกลียด เสียงที่เพราะ หรือเสียงที่ชวนรำคาญ จะทำอะไรใจเราไม่ได้ จะดึงดูด จะเย้ายวนสะกดใจเราไม่ได้ เพราะเรารู้วิธีที่จะแค่รู้ซื่อๆ แต่ก่อนก็ใช้วิธีเมิน แต่ตอนหลังแค่รู้ซื่อๆ ก็ทำให้หมดพิษสง ให้เราสังเกตว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่ไม่น่าพอใจ ทำไมถึงดึงดูดใจเราได้ ทำไมถึงครองใจเราได้ ทั้งๆ ที่ครองใจเราทีไร ดึงดูดใจทีไร ทุกข์ทุกที โกรธหงุดหงิดทุกที นั่นเป็นเพราะเราหลง เป็นเพราะเราขาดสติ เป็นเพราะเราไม่รู้จักวิธีที่จะเมิน หรือว่าพัฒนาไปสู่การรู้ซื่อๆ
Thu, 19 Feb 2026 - 1354 - 25681030pm--ธรรมะให้ผลถ้าปฎิบัติถูก
30 ต.ค. 68 - ธรรมะให้ผลถ้าปฎิบัติถูก : ความหมายของการให้คุณค่ากับปัจจุบันขณะ แต่เราก็สามารถจะวางแผนหรือนึกถึงอนาคตได้ เพื่อกลับมาเตือนใจให้เห็นความสำคัญของปัจจุบัน และใช้เวลาแต่ละนาทีในปัจจุบันให้มีคุณค่ามากที่สุด ถ้าเข้าใจความหมายนี้ การอยู่กับปัจจุบันก็ไม่ได้ขัดแย้งกับการนึกถึงอนาคต อยู่ที่ว่าจะนึกเพื่อให้เกิดความพะวงหรือกระตุ้นให้เกิดความไม่ประมาท เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมโดยสมควรแก่ธรรม เป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ใช่ว่าฟังธรรมแล้วก็ไปปฏิบัติแต่ปฏิบัติไม่ถูก ความขยันของเราก็อาจจะไม่เกิดผล ธรรมะจะให้ผลดี ต้องปฏิบัติให้ถูก จับหลักให้ได้ ก็จะทำให้เกิดความเจริญงอกงามในชีวิต
Wed, 18 Feb 2026 - 1353 - 25681029pm-ทักษะที่สำคัญสำหรับคนยุคนี้
29 ต.ค. 68 - ทักษะที่สำคัญสำหรับคนยุคนี้ : คนเราถ้าหากว่าคิดเก่ง คิดเป็น คิดเร็ว คิดไว ก็ง่ายมากที่จะทำตามความคิดทุกอย่าง แต่ถ้าเรามีสติ มีความรู้สึกตัว ก็ช่วยทำให้เราสามารถจะเป็นนายความคิดได้ ความคิดกลายเป็นบ่าว แล้วพอเป็นบ่าวแล้วก็จะเป็นบ่าวที่ดี แต่ถ้าไม่มีสติ ไม่มีความรู้สึกตัว ความคิดก็เป็นนายเรา พอเป็นนายแล้วเราก็แย่เลย ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ถ้าคิดเยอะ คิดมาก คิดไม่หยุด การที่จะหาคำตอบ หาความคิดดีๆ นั้น ได้ยากมาก แต่พอหยุดคิด รู้จักพักความคิด ให้จิตได้พัก ความคิดดีๆ ออกมาเยอะ แล้วมีประโยชน์ด้วย เพราะฉะนั้นศิลปะที่สำคัญหรือทักษะที่สำคัญสำหรับคนยุคนี้ ไม่ใช่แค่ คิดเก่ง คิดเป็นเท่านั้น ต้องมีสติ มีความรู้สึกตัวครองใจด้วย เพื่อที่จะกำกับความคิดให้เกิดประโยชน์ ถ้าคนสมัยนี้ไม่มีความสามารถในการรู้สึกตัว ไม่มีทักษะในด้านนี้ แม้จะมีความรู้เยอะ เรียนสูง ได้หลายปริญญา คิดเก่งอย่างไรก็เอาตัวไม่รอดในที่สุด
Tue, 17 Feb 2026 - 1352 - 25681028pm--จิตผ่องใสถ้าเข้าใจธรรม
28 ต.ค. 68 - จิตผ่องใสถ้าเข้าใจธรรม : ฟังธรรมก็เหมือนกัน บางคนก็ได้แต่พนมมือแต่ใจไม่รู้ลอยไปไหน ก็คิดว่าแค่ฟังธรรมจะได้บุญ แต่ที่จริงได้บุญเพราะว่ามีการใคร่ครวญ มีการทำความเห็นให้ตรงหรือที่เรียกว่าทิฏฐุชุกัมม์ ก็ดีไปอย่าง ระหว่างที่สวดมนต์ หรือ ฟังธรรม ไม่ไปผิดศีลที่ไหน ข้อดีก็มี แทนที่จะไปเล่นมือถือ แทนที่จะไปเล่นไพ่ กินเหล้า ก็มานั่งฟังธรรม สวดมนต์ก็ดี ช่วยรักษาศีล 5 ให้เกิดขึ้นอย่างน้อยก็ในช่วงเวลาที่มาฟังธรรมหรือมาสวดมนต์ แต่ว่าเราสามารถได้ประโยชน์จากการฟังธรรม การสวดมนต์ ถ้าเราเข้าใจจุดมุ่งหมาย แล้วก็พยายามปรับใจให้ได้บรรลุถึงจุดมุ่งหมาย การปฏิบัติธรรมต้องเข้าใจอรรถ รู้อรรถ อรรถนี้คือจุดมุ่งหมาย เป็นธรรมข้อสำคัญอย่างหนึ่งที่ว่าเป็นหนึ่งในสัปปุริสธรรม เราต้องเข้าใจอรรถคือจุดมุ่งหมาย ถ้าไม่เข้าใจจุดมุ่งหมาย ก็กลายเป็นการทำไปตามรูปแบบ เถรส่องบาตร แล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่ หรือไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ฉะนั้นการเจริญสติก็เช่นกัน ต้องเข้าใจว่าจุดมุ่งหมายคือเพื่ออะไร เพื่อไม่ให้ใจหลงเข้าไปในความคิด เข้าไปในอารมณ์ เพราะว่าความหลงนี่แหละเป็นตัวทำให้ทุกข์ ถ้าใจไม่หลง ความทุกข์ก็ลดลง หรือว่าหายจากความทุกข์ได้ และนี่คือจุดมุ่งหมายที่สำคัญของการเจริญสติ
Mon, 09 Feb 2026 - 1351 - 25681027pm--แก่อย่างไร ใจไม่ทุกข์Sun, 08 Feb 2026
- 1350 - 25681026pm--พลิกความคิด จิตก็เปลี่ยน
26 ต.ค. 68 - พลิกความคิด จิตก็เปลี่ยน : บางครั้งก็มีความคาดหวังเพื่อเป็นแรงกระตุ้น แต่บางครั้งก็รู้ว่าความคาดหวังเป็นตัวการทำให้เกิดทุกข์ก็วางมันลง หรือไม่ก็ลดให้มันต่ำลง เพราะถ้าความคาดหวังต่ำ ความจริงที่เกิดขึ้นก็อาจจะสูงกว่าความคาดหวัง ก็กลายเป็นความสุขความพอใจ แต่ถ้าเราไม่รู้ตรงนี้ เราก็จะโดนความคิดหลอก หลอกให้เราทุกข์ และมุมมองที่แข็งกระด้างก็จะคอยกระตุ้นซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้เรา เพราะเราไม่รู้จักตั้งคำถามกับมุมมองหรือความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉะนั้นสรุปแล้วก็คือว่าเวลาเรามีความทุกข์ อย่าไปโทษสิ่งอื่นมาก ลองกลับมาดูใจเรา สมุทัยในอริยสัจ 4 คืออันนี้ พวกเราเรียนเรื่องอริยสัจ 4 มาเยอะ แต่พอมีความทุกข์ เราใช้สมุทัยไม่เป็น ไม่สามารถสาวหาเหตุแห่งทุกข์ได้อย่างแท้จริง ไปเอาอะไรมาเป็นเหตุแห่งทุกข์ก็ไม่รู้ ก็เลยแก้ทุกข์ไม่ได้สักที และสุดท้ายก็อยู่ที่ไหนก็ทุกข์เพราะความคิด ที่เป็นตัวการแห่งความทุกข์ติดเราไปตลอด ย้ายที่ ย้ายสถานที่ ย้ายที่ทำงาน ย้ายที่อยู่ก็ยังทุกข์อยู่ ยังเครียดอยู่ ยังหงุดหงิดอยู่ก็เพราะว่าความคิดไม่เปลี่ยน เปลี่ยนแต่สิ่งภายนอก
Sat, 07 Feb 2026 - 1349 - 25681025pm--อะไรเกิดขึ้นก็ดีทั้งนั้น
25 ต.ค. 68 - อะไรเกิดขึ้นก็ดีทั้งนั้น : ถ้าเราจับหลักได้ การจะเอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยากอะไร แต่ยากตอนที่เริ่ม เพราะว่าอะไรก็ตามที่เราไม่เคยทำ พอเริ่มทำใหม่ ๆ ยากเสมอ เพราะขัดกับความเคยชินเดิมๆ ขัดกับนิสัยเดิม จึงเกิดการต่อต้านขัดขืน ทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก แต่พอเราทำไปเรื่อย ๆ ทำทีละนิดทีละหน่อย ก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย จนพอกลายเป็นนิสัยใหม่แล้ว ก็จะทำโดยอัตโนมัติไปเลย เหมือนกับคนที่ตื่นสาย ใหม่ ๆ จะตื่นเช้าเรื่องยากมาก แต่พอตื่นเช้าเป็นนิสัยแล้ว สิ่งที่ยากกว่าก็กลายเป็นการตื่นสาย ตื่นเช้ากลับเป็นเรื่องง่าย ตื่นสายกลายเป็นเรื่องยาก ก็อยู่ที่การทำบ่อย ๆ ทำสม่ำเสมอ จึงบอกว่าให้เอาปริมาณไว้ก่อน คุณภาพตามมาทีหลัง
Fri, 06 Feb 2026 - 1348 - 25681024pm--ชีวิตเปลี่ยนได้เพราะใจมีพลัง
24 ต.ค. 68 - ชีวิตเปลี่ยนได้เพราะใจมีพลัง : สติของเราแต่ก่อนก็แบบนี้ เห็นเฉพาะความคิดและอารมณ์ที่โผล่ขึ้นมา ความคิดและอารมณ์หายไปเมื่อมีสติรู้ทัน แต่พอเกิดขึ้นบ่อยๆ เอะใจ แล้วก็มองทะลุเห็นตัวอัตตาที่อยู่เบื้องหลัง พอเห็นเท่านั้นแหละ ตัวอัตตาหนีหน้าไปเลย พ่ายแพ้ไปเลย อับอาย สุดท้ายความคิดและอารมณ์ที่เคยโผล่ขึ้นมารบกวนเราบ่อยๆ ก็จะหายไป อันนี้เป็นพลังของสติที่สามารถจะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรม และความคิดของเราได้ ไม่ต้องอาศัยศรัทธาในตัวหลวงพ่อ ไม่ต้องอาศัยความเห็นใจหมอ ซึ่งอันนั้นก็ดีอยู่ แต่ว่าเรายังต้องอาศัยคนอื่นอยู่ ต้องมีหลวงพ่อที่เราศรัทธา ต้องมีหมอที่เขาเอื้อเฟื้อเรา แต่บางทีเราไม่มีอย่างนั้น ไม่มีบุคคลเหล่านั้น เราสามารถจะพึ่งตัวเองได้ก็โดยการที่มีสติรู้ทัน เพราะฉะนั้น สติช่วยทำให้เหตุผลของกิเลสไม่สามารถครอบงำใจเราได้ ขณะเดียวกัน ความคิดที่เรามี หรือเหตุผลดีๆ ที่เรามี ก็สามารถจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ เพราะว่าใจคล้อยตาม หรือใจมีพลังที่จะผลักดันให้เราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามสิ่งที่เห็นว่าดี ว่าถูกต้อง
Thu, 05 Feb 2026 - 1347 - 25681023pm--รู้งี้ไม่ดีเท่ารู้ซื่อๆ
23 ต.ค. 68 - รู้งี้ไม่ดีเท่ารู้ซื่อ ๆ : นอกจาก รู้งี้ แล้ว อีกอย่างที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ก็คือ รู้แล้ว เวลาใครบอกว่า รู้แล้ว แสดงว่าปิดรับความรู้แล้วเหมือนกับน้ำเต็มแก้ว คนที่คิดว่า รู้แล้ว รู้แล้ว ใจเขาจะไม่รับ พ่อแม่บางทีก็บอก รู้จักลูกแล้ว รู้แล้วว่าลูกเป็นอะไร หรือไปเยี่ยมคนป่วยก็รู้แล้วว่าเขานิสัยใจคอยังไง ก็เลยไม่คิดที่จะฟัง ไม่คิดที่จะเปิดใจเรียนรู้ ด้วยการฟัง ด้วยการถาม รู้แล้ว กับ รู้งี้ ต้องพยายามอย่าให้เกิดขึ้น แต่ว่ารู้ซื่อ ๆ จะต้องพยายามทำให้เกิดขึ้นให้ได้ เริ่มจากการรู้กายรู้ใจ แล้วก็พัฒนาเป็นการรู้ซื่อ ๆ ต่อไปจะเป็นการรู้ระดับวิปัสสนาเลยทีเดียวที่ช่วยทำให้พ้นทุกข์ได้ เราต้องพัฒนาขวนขวายเพื่อให้ความรู้ของเรากลายเป็นการรู้ซื่อ ๆ ขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อมีความโศก ความเศร้า ความทุกข์เกิดขึ้นในใจ ถ้ายังทำให้เกิดมีไม่ได้ ก็ยังไม่สายที่จะสร้างให้มีขึ้นจนเป็นธรรมชาติหนึ่งของจิตใจเรา
Wed, 04 Feb 2026 - 1346 - 25681022pm--หาตัวช่วยเพื่อสร้างสติ
22 ต.ค. 68 - หาตัวช่วยเพื่อสร้างสติ : ชีวิตของเราทั้งวัน ถ้าเราไม่ทำนั่นทำนี่ เราก็เจอนั่นเจอนี่ แค่สองอย่างนี้แหละ แต่ถ้าเราฝึกสติเอาไว้ดี จนกระทั่งเห็นกายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่ ก็เท่ากับว่าเราปฏิบัติได้ทั้งวัน เพราะทั้งวันเราจะมีแค่ 2 อย่าง คือถ้าไม่ทำนี่ทำนั่น ก็เจอนั่นเจอนี่ เจอทางตาเจอทางหู ถ้าหากว่าเราทำได้ 2 อย่างนี้ ก็เรียกว่าทำได้ทั้งวัน รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเกิดผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่อันนี้ก็เป็นหลักที่นำไปปฏิบัติที่บ้านได้ เพราะว่าอยู่ที่บ้านไม่มีใครจะมาชี้แนะเรา แต่ถ้าเราจับหลักได้ การปฏิบัติก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ยากและต่อเนื่อง ขอเพียงแต่ใจไม่ร้อน เอาปริมาณไว้ก่อน แล้วก็หาตัวช่วยเยอะๆ อาจจะเป็นเพื่อนที่ร่วมปฏิบัติด้วยกัน หรือสิ่งแวดล้อม อาจจะรวมถึงการมีวินัย งดใช้โทรศัพท์บางช่วง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องขวนขวายหาตัวช่วยเพื่อให้ความคิดอ่อนแรง และสติก้าวหน้ามากขึ้น ถ้าเราหาตัวช่วย การปฏิบัติก็จะต่อเนื่อง และที่สำคัญคือให้รู้จักแก้อารมณ์ได้ด้วยตัวเอง ใช้กายเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาทางใจ เกี่ยวเนื่องกัน อันนี้ก็เป็นการบ้านที่ฝากเอาไว้
Tue, 03 Feb 2026 - 1345 - 25681021pm--สร้างภูมิคุ้มใจให้เข้มแข็ง
21 ต.ค. 68 - สร้างภูมิคุ้มใจให้เข้มแข็ง : การที่จะไม่มีอนิฏฐารมณ์เกิดขึ้นกับชีวิตของเราเลย เป็นไปไม่ได้ จะไม่มีอารมณ์ลบอารมณ์ร้ายเกิดขึ้นในใจเรา ยากสำหรับปุถุชน แต่ถึงแม้เกิดขึ้น ใจเราไม่ทุกข์ก็ได้ เพราะเรามีสติเป็นเครื่องรักษาใจ หรือว่าภูมิคุ้มใจ เพราะฉะนั้นแม้ว่าเราจะต้องเจอกับเสียงดัง เจอกับความผิดหวัง เจอกับความเหนื่อยความยาก แต่ถ้าเรารู้จักพัฒนาสติ จนกระทั่งเรารู้จักรู้ซื่อ ๆ รับมือกับอารมณ์ภายใน แล้วก็สิ่งกระทบภายนอกได้ ใจเราก็เป็นปกติได้ และนี่จะทำให้เราเป็นอิสระจากสิ่งภายนอก ที่มนุษย์เราต้องเป็นทุกข์ หรือต้องเป็นทาสสิ่งภายนอก เพราะคิดว่าจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อสิ่งภายนอกถูกใจ แต่ถ้าสิ่งภายนอกไม่ถูกใจ ก็จะหงุดหงิดขึ้นมา เช่น เสียงดัง คนไม่น่ารัก ทางลำบาก แมลงเยอะ คนเราถ้าหากว่าไม่รู้จักฝึกสร้างภูมิคุ้มใจ โดยเฉพาะการมีสัมมาสติ เราจะเป็นทาสสิ่งภายนอก จะสุขหรือทุกข์ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอก แต่ว่าการเจริญสติ หรือว่าสัมมาสติ ทำให้เราเป็นอิสระ เป็นไทจากสิ่งภายนอก สิ่งภายนอกจะไม่น่ารัก จะลำบาก จะเป็นลบยังไง แต่ใจเราก็เป็นบวก หรือว่าใจเราก็เป็นกลางอยู่เสมอ เรียกว่าไม่ว่าจะเจออะไรที่เรียกว่าทุกข์ แต่ว่าใจไม่ทุกข์ อย่างนี้เราทำได้
Mon, 02 Feb 2026 - 1344 - 25681020pm--สติคือพื้นฐานของชีวิต
20 ต.ค. 68 - สติคือพื้นฐานของชีวิต : นักปฏิบัติหลายคนนี้ทำไม่กี่วันจะเอาคุณภาพแล้ว ฉะนั้นต้องมีสติ ต้องทำความรู้สึกตัว อย่าเพิ่งเอาคุณภาพ เอาปริมาณก่อน ทำเยอะ ๆ ให้สติได้ทำงานลองผิดลองถูก จะทำงานเชื่องช้าก็ไม่เป็นไร เพราะว่าต่อไปถ้าเราให้โอกาสให้พื้นที่แก่สติ สติก็จะเติบโตมากขึ้น แล้วก็จะช่วยเราให้ระลึกรู้ได้ไว ไม่ใช่แค่รู้ว่ากำลังทำอะไร แต่รู้แม้กระทั่งว่ากำลังทุกข์อยู่ กำลังเศร้าอยู่ กำลังโกรธอยู่ รู้แล้วก็วาง รู้แล้วก็ปล่อย ไม่ตกไปอยู่ในอำนาจของอารมณ์เหล่านั้น ก็ทำให้ใจพบกับความสงบได้ สงบเพราะว่าวางความคิดและอารมณ์ที่เคยรบกวนจิตใจของเรา ทำไปเรื่อย ๆ ทำไปเยอะ ๆ แล้วความระลึกได้ ความรู้ตัวก็จะเกิดได้ถี่ขึ้น เร็วขึ้น
Tue, 27 Jan 2026 - 1343 - 25681019pm--รักษาใจด้วยสัมมาสติ
19 ต.ค. 68 - รักษาใจด้วยสัมมาสติ : พอใจเผลอนึกไปถึงเรื่องราวในอดีตที่ทำให้เกิดความโกรธ พอมีความโกรธขึ้นก็รู้เลย หรือพอใจเผลอไปนึกถึงเหตุการณ์ในอนาคต เกิดความกังวล เกิดความเครียดเรื่องงานเรื่องการ เรื่องหนี้สินขึ้นมา ก็รู้เลย รู้เพราะอะไร เพราะว่าสติมาบอก เรียกว่าเรามีเครื่องรักษาใจ มีธรรมะเป็นเครื่องรักษาใจ ซึ่งก็เกิดขึ้นจากการที่เรามาเฝ้าดูจิตใจบ่อย ๆ ฝึกฝนจิตใจบ่อย ๆ ไม่ใช่มัวแต่ส่งจิตออกนอก ใหม่ ๆ ก็เผลอส่งจิตออกนอก แต่ก็รู้ตัวได้ไวว่า นี่เผลอส่งออกไปแล้ว กลับมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็คือมารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ระลึกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ใช่แค่ระลึกถึงคำสอนของครูบาอาจารย์ ระลึกถึงพุทธภาษิตที่ช่วยเตือนใจให้เรากลับมามีสติ อันนั้นก็มีประโยชน์แต่ต่อไปต้องพัฒนาความระลึกได้ให้ถึงขั้นที่ว่าพอใจเผลอไป ก็กลับมารู้เนื้อรู้ตัวโดยที่ไม่ต้องมีเสียงเตือน กลับมาเองเพราะว่าระลึกได้ ถ้าเราฝึกอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ต่อไปการรู้เนื้อรู้ตัวก็จะกลายเป็นเรื่อง เรียกว่ากลายเป็นธรรมชาติของใจ จะรื้อถอนนิสัยเดิม ๆ ที่เป็นนิสัยชอบหลง ชอบใจลอย ชอบส่งจิตออกนอก จะกลับมาเกิดความรู้เนื้อรู้ตัว รู้กายรู้ใจได้ไว แล้วจะกลายเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก โอ้ ใจเราทำอย่างนี้ได้ด้วย อันนี้ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะสติ นั่นก็คือสัมมาสติ
Mon, 26 Jan 2026 - 1342 - 25681011pm--อยู่ในโลก อย่าทิ้งธรรม
11 ต.ค. 68 - อยู่ในโลก อย่าทิ้งธรรม : สติช่วยทำให้ความเศร้าโศกเสียใจ ความโกรธ ไม่สามารถคุกคามบีบคั้นรังควานจิตใจได้ ไม่ใช่ไม่มีอารมณ์ความโศก ความเศร้า ความโกรธมี แต่มันทำอะไรใจไม่ได้ แต่ต่อไปถ้ามีปัญญาถึงขั้น อารมณ์เหล่านั้นก็เกิดขึ้นได้ยาก เพราะว่าเมื่อสูญเสียทรัพย์ก็ไม่ทุกข์ เพราะว่าไม่ได้ยึดติดถือมั่นในทรัพย์เหล่านั้นตั้งแต่แรก ความไม่ยึดติดถือมั่นในทรัพย์ ในร่างกาย ในงานการ ในคนรัก รวมทั้งหน้าตา พอสิ่งเหล่านั้นปรวนแปรไป ความทุกข์ ความเศร้าโศก ความเสียใจ ความคับแค้นใจ ความโกรธ มันก็เกิดขึ้นได้ยาก แต่ถึงแม้จะไม่มีปัญญาถึงขั้นชนิดปล่อยวางได้ แต่หากมันมีอารมณ์เศร้าโศกโกรธเคืองเกิดขึ้นมาในใจ ก็ยังมีสติเป็นด่านสุดท้ายที่จะช่วยรักษาใจไม่ให้ทุกข์ มีความโกรธเกิดขึ้นก็รู้ว่าโกรธ มีความเศร้าเกิดขึ้นก็รู้ว่าเศร้า รู้แล้ววาง ไม่แม้กระทั่งกดข่มหรือผักไส และแน่นอนก็ไม่คล้อยตามอารมณ์เหล่านั้นด้วย ไม่ปล่อยให้มันครอบงำใจ ธรรมะนี่ เฉพาะ 2 อย่างที่สำคัญ ก็ช่วยเราได้มากมาย ยังไม่ต้องพูดถึงสมาธิ ยังไม่ต้องพูดถึงอิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งถ้าหากว่าระดมกำลังเข้ามา รวมถึงสันโดษ ปัสสัทธิ ปีติ วิริยะ อุเบกขา ธัมมวิจยะ สติ เหล่านี้เป็นโพชฌงค์ 7 ที่ถ้าเราระดมเข้ามา มันก็ช่วยเรา ในเวลาเจริญ ก็ไม่เพลินกับความเจริญ หรือความสุข ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่หลง ไม่ลืมตัว ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และเมื่อถึงเวลาที่มันเสื่อมตามเหตุตามปัจจัย ก็ไม่ทุกข์ ด้วยเหตุนี้จึงบอกว่า แม้เราจะต้องกลับไปใช้ชีวิตทางโลก แม้เราจะมีจุดมุ่งหมายที่เป็นความสำเร็จทางโลกแต่ก็อย่าทิ้งธรรม เพราะถ้าทิ้งธรรมแล้ว ความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็จะไม่ยั่งยืน และจะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง ยังไม่ต้องพูดถึงว่า หากว่าไม่สำเร็จ หรือหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น เรียกว่าอนิฏฐารมณ์ แม้เกิดขึ้น ใจก็ไม่ทุกข์ เพราะเรามีสติ มีปัญญา และธรรมะอีกมากมายที่ช่วยรักษาใจเอาไว้
Sun, 25 Jan 2026 - 1341 - 25681011pm--ดูแลศรัทธา อย่าให้ความหลงครอบงำ
11 ต.ค. 68 - ดูแลศรัทธา อย่าให้ความหลงครอบงำ : การทอดกฐินเป็นงานบุญที่ชาวพุทธไทยนิยมทำกัน ถือว่าได้บุญมาก จึงจัดเป็นงานใหญ่(กว่าผ้าป่า) เพราะนอกจากเป็นงานบุญที่จำกัดเวลา (คือภายใน ๑ เดือนนับแต่ออกพรรษา) วัดหนึ่งยังทำได้แค่ครั้งเดียวในรอบปี แต่ที่ผู้คนอาจลืมไปก็คือ การทอดกฐินมีจุดมุ่งหมายส่งเสริมสามัคคีธรรมในหมู่สงฆ์ ทั้งสามัคคีที่เกิดขึ้นในระหว่างจำพรรษา (จนสามารถมีฉันทามติมอบผ้าให้แก่พระรูปหนึ่งโดยไม่มีเสียงคัดค้าน) และสามัคคีในการช่วยกันทำผ้ากฐินให้เป็นสบงหรือจีวรภายในวันนั้น ผลสืบเนื่องคือการส่งเสริมสามัคคีในหมู่ฆราวาสที่ร่วมกันทอดกฐิน ซึ่งสมัยก่อนร่วมกันปั่นด้าย ทอผ้า ตัดเย็บเป็นจีวรให้เสร็จภายในวันเดียว (เรียกว่า จุลกฐิน) แม้ทุกวันนี้ผู้คนจะให้ความสำคัญกับเงินทำบุญ ซึ่งเป็น “บริวารกฐิน” มากกว่า จีวร ซึ่งเป็น “องค์กฐิน” แต่ก็ไม่ควรลืมจุดมุ่งหมายพิเศษของบุญกฐิน คือการส่งเสริมสามัคคี ซึ่งนอกจากทำให้เกิดความสุขใจแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมให้เจริญงอกงาม “สามัคคี” จึงมักคู่กับคำว่า “ธรรม”
Sat, 24 Jan 2026 - 1340 - 25681010pm--รู้มากกว่าหลง ใจโปร่งเบา
10 ต.ค. 68 - รู้มากกว่าหลง ใจโปร่งเบา : เห็นความโกรธ เห็นความทุกข์ เห็นความเครียด ซึ่งการที่จะมีสติเห็นอารมณ์เหล่านี้ได้ ต้องเกิดจากการปฏิบัติ เกิดจากการที่จิตกลับมารู้สึกตัวบ่อย ๆ รู้สึกตัวบ่อย ๆ เคยหลงไปแล้ว กลับมารู้สึกตัว ตอนที่กลับมารู้สึกตัว จะเห็นเลยว่า อารมณ์อะไรที่ทำให้เราทุกข์ ตอนนี้เรียกว่ารู้ทันอารมณ์ รู้ทันความคิด พอรู้แล้วก็จะวางได้เร็ว เพราะฉะนั้น การปฏิบัติด้วยการฝึกจิตให้มีสติ มีความรู้สึกตัว คือเรื่องสำคัญ ฉะนั้น ถ้าเรามาวัดแล้วเราไม่ได้มาปฏิบัติตรงนี้ หรือไม่เข้าใจตรงนี้ ก็เสียโอกาส แต่พอรู้แล้ว เข้าใจแล้ว ก็ต้องกลับไปปฏิบัติต่อที่บ้าน จะมาทำที่วัดอย่างเดียวไม่พอ นั่นก็คือว่า ทำอะไรก็ทำด้วยความรู้สึกตัว ตั้งแต่ตื่นนอน เก็บที่นอน อาบน้ำถูฟัน ก็ทำด้วยความรู้สึกตัว หลักง่าย ๆ คือ ตัวอยู่ไหนใจอยู่นั่น ใจจะแวบไปไหน แวบไปที่มือถือ แวบไปที่งานการที่รออยู่ ก็ดึงกลับมา ใหม่ ๆ มันไปยาว กว่าจะกลับมาก็ช้า แต่ต่อไปจะกลับได้เร็ว นี่เป็นวิธีฝึกในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องมาเจาะจงทำในคอร์ส หรือในวัด แต่ถ้าทำในคอร์สหรือในวัด แล้วทำจนจับหลักได้ ก็นำไปปฏิบัติต่อที่บ้านได้ และเราจะพบว่า ความรู้สึกตัวสำคัญอย่างไร และเราจะพบว่า ชีวิตเราแต่ละวัน เมื่อรู้มากกว่าหลง ทำให้จิตใจโปร่งเบาสบายขึ้นมาก
Fri, 23 Jan 2026 - 1339 - 25681009pm--สร้างนิสัยใหม่ให้ชีวิต
9 ต.ค. 68 - สร้างนิสัยใหม่ให้ชีวิต : หลายคนยังไม่ค่อยเห็นโทษของนิสัย ที่มันครองจิตครองใจตัว โดยเฉพาะนิสัยใจลอย นิสัยที่ชอบหลง แต่ถ้าหากว่าเปลี่ยนนิสัยใหม่จะช่วยได้มาก แต่นิสัยใหม่นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมาแทนนิสัยเก่าได้ง่าย มีคำพูดว่านิสัยเก่าตายยาก Old habits die hard เป็นสำนวนของภาษาอังกฤษ เวลาเราจะทำความรู้สึกตัว จะทำให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน แต่โดนความหลงกินตลอดเวลาถึง 80-90% คืออยู่ในความหลงความลืมตัว ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องทำซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ จนกระทั่งเริ่มรู้เนื้อรู้ตัว จากรู้ตัวแค่ 10-20% ก็เป็น 30-40% แล้วตอนหลังก็รู้ตัวมากกว่าหลง ต้องทำบ่อย ๆ การปฏิบัติถึงสำคัญ เพราะว่าทำให้เราสะสมนิสัยใหม่ เหมือนกับเราจะเปลี่ยนเส้นทางน้ำ แต่ก่อนเส้นทางน้ำมันไหลแรง น้ำก็ไหลไปทางเดิม พอเราจะสร้างทางน้ำใหม่ เราขุดดินเพื่อสร้างทำน้ำใหม่ แต่น้ำก็ไม่ค่อยไหลไปสู่ทางใหม่ ยังไหลไปทางเก่าจนกระทั่งทางใหม่ที่เราขุดลึก กว้าง ทีนี้แหละน้ำก็จะไหลไปทางใหม่แล้ว แต่ตราบใดที่ทางใหม่ยังไม่ลึก ยังไม่กว้าง น้ำก็ยังคงไหลไปทางเดิม แต่ถ้าทางน้ำใหม่กว้างและลึก น้ำก็จะไหลไปทางใหม่ แล้วทางเก่าก็จะเริ่มแห้งขอด การสร้างนิสัยใหม่ก็เหมือนกัน ต้องใช้ความเพียรพยายาม ต้องใช้ความอดทน แต่ว่าก็ให้ผลที่คุ้มค่า
Thu, 22 Jan 2026 - 1338 - 25681008pm--อย่าเพิ่งแก่ ถ้ายังไม่เป็นมิตรกับตัวเอง
8 ต.ค. 68 - อย่าเพิ่งแก่ ถ้ายังไม่เป็นมิตรกับตัวเอง : จะมาเอาบุญ จะมาหาความสงบ จะมาหาเพื่อนแก้เหงา ก็ดีทั้งนั้น แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าหากว่าเรารู้วิธีที่จะอยู่กับตัวเองให้เป็นเมื่อกลับไปบ้าน ไม่มีเพื่อน เราก็อยู่ได้มีความสุข หรือแม้เวลาไปไหนมาไหนไม่ได้ อยู่บ้าน ไม่มีลูกไม่มีหลานห้อมล้อม ก็ยังมีความสุขได้ อยู่กับความรู้สึกตัว อยู่กับความสงบภายใน ถึงเวลาเจ็บป่วยนอนติดเตียง ก็ไม่ทุรนทุราย เพราะว่าดูแลความคิดจิตใจได้ อันนี้คือสิ่งจำเป็น ถ้ายังไม่ทันแก่ก็ต้องสั่งสม ฝึกปรือ ให้ตนสามารถจะเป็นมิตรกับตัวเองให้ได้ อยู่กับตัวเองให้เป็น และยิ่งแก่ยิ่งต้องฝึกเอาไว้ อย่าดูแคลน ถึงแม้ตอนนี้จะมีเพื่อนฝูงมิตรสหายเยอะ แต่วันที่เราจะอยู่คนเดียวใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หรือมาถึงแล้วก็ได้ แต่ถ้าเราอยู่กับตัวเองเป็น เราก็จะไม่มีคำว่าเหงา ไม่มีคำว่าเคว้งคว้าง มีความอบอุ่นใจอยู่เสมอ เพราะเราเป็นมิตรกับตัวเองได้แล้ว
Wed, 21 Jan 2026 - 1337 - 25681007pm--เป็นมิตรกับความทุกข์Tue, 20 Jan 2026
- 1336 - 25681006pm--ความคิดไม่ใช่เราMon, 29 Dec 2025
- 1335 - 25681002pm--ทำเต็มที่ ปล่อยวางผล
2 ต.ค. 68 - ทำเต็มที่ ปล่อยวางผล : การรู้ซื่อ ๆ จะเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าไม่มีความคาดหวัง แต่ถ้ามีความคาดหวังมีความอยากแล้วก็รู้ซื่อๆ ได้ยาก เพราะจะมีการตัดสินว่า คิดแบบนี้ไม่ดี ฟุ้งไม่ดี สงบนี้ดี พอมีการตัดสินแล้ว ก็มีปฏิกิริยา อะไรที่ไม่ดีก็พยายามกดข่ม หรือไม่อย่างนั้นก็บังคับจิตให้ไม่คิด ไม่ปรุงอย่างนั้น แต่พอเจออะไรที่ดีก็ปล่อยใจลอย หลงเคลิ้ม ซึ่งก็กลายเป็นอุปสรรค เพราะว่าเมื่อวานนี้ปฏิบัติได้ดีมากเลย สงบ แต่วันนี้ไม่เห็นเป็นอย่างเมื่อวานเลย เกิดการเปรียบเทียบขึ้นมา ก็เลยไม่พอใจ หงุดหงิดขึ้นมา ทำไมวันนี้ไม่เป็นอย่างเมื่อวาน นี่แสดงว่าไม่อยู่กับปัจจุบันแล้ว ยังไปหลงใหลกับผลของเมื่อวาน เป็นเพราะเราไม่รู้ทัน ว่าใจไปอยู่กับอดีตไปแล้ว ไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับปัจจุบันคือวางอดีต วางอนาคต ไม่มีการเอามาเปรียบเทียบ เมื่อเราทำโดยวางความอยากหรือความคาดหวังมากเท่าไร การปฏิบัติก็จะก้าวหน้าได้มากเท่านั้น พูดง่ายๆ คือว่าให้เราทำเหตุให้เต็มที่ แต่ปล่อยวางผล ถ้าประกอบเหตุเต็มที่แล้ว ผลย่อมทนอยู่ไม่ได้ ย่อมปรากฏเองในที่สุด
Sun, 28 Dec 2025 - 1334 - 25681001pm--ทุกข์วันนี้เพื่อสุขวันหน้า
1 ต.ค. 68 - ทุกข์วันนี้เพื่อสุขวันหน้า : ทุกข์กายนี่เกิดขึ้นได้แม้ใจเราไม่ยินยอม แต่ทุกข์ใจ มันอยู่ที่ใจเราด้วย หลวงพ่อกงมาท่านจึงบอกว่า ถ้าอยากพ้นทุกข์ ก็ต้องเข้าหาทุกข์ ถ้ากลัวทุกข์ ก็ไม่มีวันพ้นทุกข์ สำหรับคนที่ชีวิตเขาสบาย เขาต้องเข้าหาทุกข์ แต่บางครั้งไม่ต้องเข้าหา ทุกข์มาหาเรา ก็ให้มองว่าทุกข์เป็นของดี เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะพ้นทุกข์ ก็ต้องเข้าหาทุกข์ อย่างที่หลวงพ่อกงมาว่า ถ้ากลัวทุกข์ ก็ไม่พ้นทุกข์ ถามเราว่าเรากลัวทุกข์ไหม เราพยายามหนีทุกข์ไหม แล้วพอเราเจอทุกข์ เราบ่นโวยวายตีโพยตีพายไหม ทุกข์ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่เราไม่ชอบ สิ่งที่เราไม่พอใจ เวลาเจอสิ่งเหล่านี้ ในแง่ดีคือ ก็ดีนะ ไม่ต้องเข้าหา ไม่ต้องไปหา มันมาหาเราเอง มาเพื่อให้เราได้เรียนรู้ ถ้าเราบ่นโวยวายตีโพยตีพาย เพราะคิดว่าฉันน่าจะสบายกว่านี้ เราก็จะเจอความลำบากในวันหน้า แต่ถ้าทุกข์ในวันนี้ ก็มีโอกาสที่จะสบายในวันหน้าได้ ไม่ใช่เพราะวันหน้าราบรื่น แต่เพราะเรามีวิชาที่จะรับมือกับความทุกข์ที่จะถาโถมมาในวันหน้าได้
Sat, 27 Dec 2025 - 1333 - 25680930pm--ใช้ความสุขทำความดี
30 ก.ย. 68 - ใช้ความสุขทำความดี : คนเราก็เหมือนกัน แม้ไม่ใช่พระ ชีวิตทางธรรมของเราก็เจริญงอกงามได้ถ้าเรามีความสุขเป็นตัวหล่อเลี้ยง เพราะไม่เช่นนั้นก็ทำให้อยากจะไปหาสิ่งเสพ อยากจะไปหาเงิน อยากจะไปหาวัตถุมาปรนเปรอ ทำให้ความเป็นพระบกพร่อง ทำให้ความเป็นนักปฏิบัติธรรมหรือผู้ปฏิบัติธรรมมันย่อหย่อนหรือว่ามัวหมอง เรามีความสุขแล้ว เราไม่ได้นิ่งเฉย เราก็นำความสุขมาใช้ในการปฏิบัติธรรม ทำความเพียร ทางโลกใช้ความสุขทำกำไร แต่ว่าทางธรรมใช้ความสุขเพื่อทำความดี แล้วก็ฝึกจิตจนเข้าถึงความสุขที่ประณีต อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า จิตที่ฝึกไว้ดีแล้วย่อมนำสุขมาให้ แต่จะฝึกจิตให้ดี ก็ต้องมีตัวมีความสุขเป็นตัวหล่อเลี้ยง จนกระทั่งได้พบความสุขที่ประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไป ฉะนั้นถ้าเราอยากจะให้ชีวิตของเรา ชีวิตทางธรรม หรือชีวิตพรหมจรรย์ของเราเจริญยั่งยืน ก็ต้องทำให้ความสุขเกิดขึ้นในใจเรา ซึ่งไม่ใช่ความสุขจากสิ่งเสพ เป็นความสุขจากชีวิตที่เรียบง่าย เป็นความสุขจากการที่ได้เจริญสติ ทำสมาธิ แล้วความสุขนั้นจะเป็นตัวหล่อเลี้ยงขับเคลื่อนให้เราทำความดี ทำให้เข้าถึงความจริง จนกระทั่งพ้นจากความทุกข์ในที่สุด
Fri, 26 Dec 2025 - 1332 - 25680928pm--เปลี่ยนจากรู้สึกมาเป็นรู้
28 ก.ย. 68 - เปลี่ยนจากรู้สึกมาเป็นรู้ : การพัฒนาตัวรู้ขึ้นมา ในแง่หนึ่งช่วยทำให้เราไม่ต้องผ่านความเจ็บปวดเสียก่อน ไม่ต้องรอให้เจ็บปวดเสียก่อนถึงค่อยมาขยับเข้าหาธรรม เรารู้ก่อนที่จะปวด เหมือนกับม้าตัวแรกที่รู้ก่อนที่จะเจออะไรอีกมากมาย และถ้ารู้ถึงจุดหนึ่ง เวลาเจอความเจ็บความปวดที่ไม่ปรารถนา ก็เอาอยู่ ความรู้ ถ้ารู้แบบรู้ตัว หรือรู้สัจธรรมความจริงได้มากพอ ปวดก็ปวดไปแต่ไม่มีผู้ปวด เห็นความปวดแต่ไม่มีผู้ปวด อันนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะพัฒนาไปให้ได้ แต่ในระหว่างนั้น ถ้ายังพัฒนาไปไม่ถึง อย่างน้อยก็เห็นคุณค่าของความปวดความทุกข์ว่ามีประโยชน์ เพราะว่าเราส่วนใหญ่ก็เป็นม้าประเภทที่ 2, 3, และ 4 ที่ว่าต้องเจอความปวดเสียก่อน ถึงจะขยับ เหมือนกับตัวอย่างที่เล่าเรื่องที่เนปาล บังคลาเทศ ที่ทำให้ต้องเกิดความรู้สึกก่อนถึงจะตื่นตัวขึ้นมา มันก็มีประโยชน์ แต่ว่าก็อย่าไปหยุดตรงนั้น ต้องพัฒนาจากความรู้สึกปวด เป็นความรู้สึกเฉย ๆ เป็นความรู้ตัวขึ้นมา แล้วความรู้นี้เองที่จะไปรับมือความเจ็บความปวดได้ในวันข้างหน้า
Thu, 25 Dec 2025 - 1331 - 25680927pm--เจออะไรก็ไม่ลืมตัว
27 ก.ย. 68 - เจออะไรก็ไม่ลืมตัว : ฝึกในชีวิตประจำวัน เวลาทำอะไร กินข้าว หรือว่าเวลาทำงาน ได้ยินได้ฟังเรื่องอะไรก่อนหน้านั้นที่ทำให้เกิดความไม่พอใจ เกิดความโกรธ เกิดความเสียใจ หรือเกิดความตื่นตระหนก ก็รู้จักวางลงบ้าง กลับมาอยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำในเวลานั้น บางทีกำลังกินข้าวอยู่ นึกเป็นห่วงงาน ก็รู้จักวางงานลงบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นใจนึกถึงงาน เลยลืมไปเลยว่ากำลังกินอะไร หรือบางทีนึกถึงงาน จนลืมลูก กำลังคุยกับลูก กำลังฟังลูก ลูกมีปัญหาชีวิต มีปัญหาในโรงเรียน แต่พ่อหรือแม่นี่ใจกลับหมกมุ่นครุ่นคิดกับงาน จนไม่ได้เปิดใจฟังลูก ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของลูก ลูกก็รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้ฟังเขาเลย ก็กลายเป็นว่าการทำงานหน้าที่ของพ่อแม่ที่พึงมีต่อลูก เสียไปเพราะว่าไม่มีสติ หลายคนถามว่าสติทำงานอย่างไร สติคืออะไร ก็ตอบง่าย ๆ สติคือ การระลึกรู้ ทำให้ไม่ลืมหน้าที่ที่ควรทำ หรือหน้าที่ที่กำลังทำอยู่ แล้วก็ไม่ลืมตน รวมทั้งไม่ลืมสัจธรรมความจริงที่จะต้องเกิดขึ้นกับชีวิตของตน ไม่ช้าก็เร็ว ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
Wed, 24 Dec 2025 - 1330 - 25680926pm--ชีวิตทีต้องตระเตรียม และต้องฝึกฝนตนอยู่เสมอ
26 ก.ย. 68 - ชีวิตทีต้องตระเตรียม และต้องฝึกฝนตนอยู่เสมอ : เวลามาวัดถ้าเราคาดหวังความสบาย หวังความสงบ นี่ถือว่าประมาทแล้ว ชาวพุทธเราต้องเป็นผู้ใฝ่ฝึกฝน ใฝ่พัฒนาตน แล้วยิ่งถือว่าความไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญ ถือว่าการตระเตรียมการฝึกฝนเป็นเรื่องสำคัญ เราจะฝึกฝนจากอะไร เราก็ฝึกฝนจากของจริง สิ่งที่มากระทบใจ สิ่งที่มากระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย อนิฏฐารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่ไม่น่าพอใจ แทนที่จะปล่อยใจให้เป็นทุกข์กับมัน ก็สามารถยกจิตให้เหนือความทุกข์ได้ ถ้าเรามองแบบนี้ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของเราในแต่ละวัน ๆ ก็ถือเป็นของดี เราได้มีโอกาสฝึกฝน เราได้มีโอกาสซักซ้อม จุดหมายสำคัญคือการรักษาใจให้สงบได้ไม่ว่ามีอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา อันนี้เป็นสิ่งที่เราควรตั้งจุดมุ่งเอาไว้ เวลามาวัด เวลามาปฏิบัติธรรม หรือว่าเวลาใช้ชีวิต เจอความราบรื่น เจอความสบาย เจอความสงบ อันนี้ก็ดีแล้ว แต่ให้รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นของไม่เที่ยง ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเจอกับสิ่งที่เสียดแทงใจ สิ่งที่ทำความไม่สบายกายไม่สบายใจ อย่างที่เราสวดทุกวัน ประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รัก พลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รัก ถ้าเจอแล้วใจจะเป็นปกติได้อย่างไร ต้องคิดด้วย ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ ต้องฝึกต้องซ้อมจากของจริงก่อนที่จะไปเจอสิ่งที่หนักหนาสาหัส ถ้าเราแสวงหาแต่สิ่งที่สบายสิ่งที่ถูกใจ อันนี้แสดงว่าเรากำลังประมาทแล้ว เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เราตายใจ นิ่งนอนใจ แล้วก็ละเลยในการทำความเพียรได้
Tue, 23 Dec 2025 - 1329 - 25680924pm--อัศจรรย์พบได้ในปัจจุบัน
24 ก.ย. 68 - อัศจรรย์พบได้ในปัจจุบัน : เคยพาคนเดินรอบสระตอนเช้าๆ ระยะทางก็ไม่ยาวเท่าไหร่ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็รอบสระแล้ว พอเดินเสร็จ ก็ถามเขาว่า ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องไหม หลายคนบอกว่าไม่ได้ยิน เขาสงสัยว่ามีด้วยหรือ ที่จริงมี จิ้งหรีดร้องตามจุดต่างๆ รอบสระ แต่ทำไมเดินผ่านจุดนั้นไม่ได้ยิน เพราะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใจตอนนั้นลอย คิดโน่นคิดนี่ พอคิดโน่นคิดนี่ใจก็ไม่ว่าง ใจไม่ว่างก็เหมือนกับน้ำในแก้วที่เต็ม เติมน้ำใส่ลงไปก็ล้นออกหมด ใจที่ปิดรับเสียงนกร้อง เสียงจิ้งหรีด ก็เพราะว่ามันเต็มไปด้วยความคิด แล้วที่เต็มไปด้วยความคิดเพราะว่าตอนนั้นใจไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ใจอยู่กับอนาคตบ้าง อยู่กับอดีตบ้าง แต่ถ้าเกิดว่าเราเอาใจอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ใช่แค่รู้ใน คือรู้กายรู้ใจเท่านั้น ยังรู้นอกด้วย นกร้อง จิ้งหรีดร้องก็ได้ยิน แต่ว่าไม่ได้พะวง บางคนส่งจิตออกนอก พอได้ยินเสียงนกร้อง นึกว่านกอะไรน่ะที่ร้อง นกกระเต็นหรือเปล่า คงอพยพกันมา หรือบางทีก็นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เคยได้ยินเสียงนกร้องขณะที่อยู่ในสวน เดินเล่นกับแฟนซึ่งตอนนี้เลิกกันเรียบร้อยแล้ว เกิดความอาลัยอาวรณ์ เพราะเสียงนกร้องเตือนให้ระลึกถึงความหลังวันวานอันหวานชื่น ก็ยาวไปเลย อันนั้นก็ไม่ใช่ เพราะถ้าหากว่าอยู่กับปัจจุบัน มีสติ มีความรู้สึกตัว ได้ยินเสียงนกร้อง แต่ไม่ปรุงแต่ง ไม่ไหลไปอดีต ไม่ลอยไปอนาคต ไม่จมอยู่ในอารมณ์ แล้วพอใจเปิดรับ พร้อมจะเปิดรับสิ่งต่างๆ ก็จะเห็นสิ่งสวยงามได้
Mon, 22 Dec 2025 - 1328 - 25680923pm--อย่าเผลอให้ความคิดทำร้ายใจเรา
23 ก.ย. 68 - อย่าเผลอให้ความคิดทำร้ายใจเรา : ถ้าเราศึกษากาลามสูตร จะพบว่าท่านสอนให้ไม่เชื่อความคิด แม้บางอย่างจะดูแล้วมีเหตุมีผล อย่าเชื่อเพียงเพราะมันสมเหตุสมผล อย่าเชื่อเพียงเพราะการอนุมาน อนุมานก็เป็นเรื่องของความคิด อย่าเชื่อเพราะสอดคล้องกับตรรกะ ถึงแม้ว่าถูกต้องตามตรรกะ หรือมีเหตุมีผล ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อ เพราะว่าความจริงอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ผลีผลามด่วนสรุป หลงเชื่อตามความคิด หรือหลงเชื่ออะไรก็ตามที่มันสอดคล้องกับความคิดของเรา เราก็ถูกหลอกได้ยาก ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้เราเป็นทุกข์ เสียเงินเสียทอง หรือบางทีก็หน้าแตกก็มี การมีสติ ช่วยให้เรารู้จักทักท้วงความคิด และรู้จักเลือกใช้ความคิดที่มีประโยชน์ เป็นกุศล แล้วก็ช่วยทำให้เราสามารถจะเป็นนายความคิดได้ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้ความคิดมาเป็นนายเรา จนพาชีวิตจิตใจของเราเข้ารกเข้าพง
Sun, 21 Dec 2025 - 1327 - 25680922pm--ในเสียมีได้
22 ก.ย. 68 - ในเสียมีได้ : ถ้าเกิดถูกปล้นจนไม่เหลืออะไรเลย ก็ยังเรียกว่าเท่าทุนได้ ที่จริงยังได้กำไร เพราะว่าในหัวเราก็ยังมีความคิด มีสติปัญญา มีความรู้ ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนที่เราเกิดมา เราไม่มีอะไรในหัวเลย อย่าว่าแต่ไม่มีเสื้อผ้าเลย แม้กระทั่งความรู้ ประสบการณ์ รวมทั้งเครือข่ายผู้คนที่รู้จัก ไม่มีเลย แต่ว่าพอเราโตขึ้น แม้เราจะไม่เหลืออะไรเลย อย่างน้อยเราก็มีความรู้ มีสติปัญญาอยู่ในหัว มีเครือข่ายความสัมพันธ์คนรู้จัก ถูกไฟไหม้จนทรัพย์สมบัติไม่เหลือ ก็ยังสามารถฟื้นตัวได้ อาศัยเครือข่ายญาติพี่น้อง เครือข่ายเพื่อนฝูง ทำมาหากิน ก็สามารถจะตั้งเนื้อตั้งตัวได้ ฉะนั้นเรามองแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เมื่อเราสูญเสียไปมากมาย อย่างน้อยเราก็เท่าทุน แต่ถ้าเราฉลาดอีกหน่อย เราก็พบว่าเราได้ ได้เรียนรู้ ได้สติปัญญา ได้เรียนรู้สัจธรรม ถ้ามีปัญญา มันมีแต่ได้ไม่มีเสีย หรือถึงไม่ได้ ยังมองไม่เห็นว่าได้อะไร อย่างน้อยก็เท่าทุน ให้เราคิดแบบนี้บ้าง เพราะว่าชีวิตเราต้องเจอกับความสูญเสีย ไม่ใช่ว่าได้อย่างเดียวแล้วก็เสียด้วย ถ้าเรามองเห็นว่าที่เสียไป แต่เราก็ได้อะไรหลายอย่างกลับมา หรือถึงมองไม่เห็นว่าได้อะไร อย่างน้อยก็เท่าทุนเพราะว่าก่อนหน้านั้นเราไม่มีอะไรเลยเหมือนกัน
Sat, 20 Dec 2025 - 1326 - 25680920pm--ออกจากทุกข์เพราะวางใจถูก
20 ก.ย. 68 - ออกจากทุกข์เพราะวางใจถูก : ถ้าดีกว่านั้นก็คือมีปัญญา เห็น เข้าใจ ความจริงของชีวิต เข้าใจสัจธรรม เข้าใจว่า สังขารเป็นทุกข์ ไม่น่ายึดถือ ยึดถือเมื่อไหร่ก็เป็นทุกข์เมื่อนั้น หรือเห็นไปถึงขั้นว่า ไม่มีเรา ที่ทุกข์นี่ไม่ใช่เรา เป็นกายที่ทุกข์ ไม่มีเราทุกข์ ไม่มีเราป่วย ใครเขาด่า แม้เสียงด่ากระทบหู ก็ไม่ทุกข์ เพราะไม่มีตัวกูไปรับ เพราะว่าไม่มีความยึดติดถือมั่นในตัวกู ไม่มีตัวกูที่จะทุกข์เพราะคำด่า แบบนี้เรียกว่า ต้องเห็นสัจธรรม แต่จะทำกันได้ ต้องมีปัญญา ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่ตัวอย่างที่พูดมา ทำได้ ปุถุชนคนทั่วไป ขอเพียงแค่มีสติ แล้วรู้จักคิด เรียกว่าคิดนอกกรอบก็ได้ หรือว่าคิดออกจากความเคยชิน เพราะถ้าอยู่กับความเคยชิน ก็ไปกังวลอยู่กับอนาคต ไม่สามารถจะพาจิตกลับมาอยู่กับปัจจุบัน และเห็นสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ได้ หรือไม่เช่นนั้นก็คิดตัดพ้อชะตากรรม ว่าทำไมแม่ต้องมาดูแลลูก ทำไมลูกไม่เป็นฝ่ายดูแลแม่ อันนี้เป็นการมองตามกระแส แต่พอมองหลุดออกจากกระแส หลุดจากกรอบ ก็รู้สึกว่า โชคดีที่เราป่วย แทนที่จะเป็นแม่ป่วย ลูกป่วยดีแล้ว จะเป็นแบบนี้ได้ต้องมองออกมานอกกรอบ แล้วจะออกมานอกกรอบอย่างนี้ได้ต้องอาศัยสติช่วย ไม่อย่างนั้นก็จะจมอยู่กับกระแสความคิด หรือความเคยชินเดิม ๆ ซึ่งก็มีแต่ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์มากขึ้น
Fri, 19 Dec 2025 - 1325 - 25680919pm--รู้กายรู้ใจได้ทุกที่
19 ก.ย. 68 - รู้กายรู้ใจได้ทุกที่ : รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ เห็นใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่ คนเราทั้งวันก็ทำแค่ 2 อย่าง ถ้าไม่ทำนั่นทำนี่ ก็เจอนั่นเจอนี่ แต่ถ้าหากว่าเราจับหลักได้ว่า ไม่ว่าทำอะไรก็รู้กายเคลื่อนไหว หรือเจออะไรก็ตาม เช่น มีการกระทบ แล้วเกิดความคิด อารมณ์ขึ้นมา ก็รู้ทันความคิดและอารมณ์นั้น รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ ถ้าทำได้ 2 อย่างนี้ ก็เรียกว่าปฏิบัติได้ทั้งวันแล้ว เพราะว่ามีแต่ทำกับเจอ เท่านั้นแหละตลอดเวลาที่เราตื่นมา การปฏิบัติหากว่า เราก่อรูปสร้างนิสัยขึ้นมาจากการที่มาปฏิบัติที่นี่ได้จะเป็นทุนสำหรับการนำไปทำต่อที่บ้าน ที่ทำงาน หรือถึงแม้จะไม่ได้อะไรอย่างที่หวังที่นี่ แต่ว่าถ้าไปทำต่อ สิ่งที่คาดหวังเอาไว้ย่อมประสบพบเห็นแน่ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา แต่เวลาจะไม่มีความหมาย จะช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ ไม่สำคัญเท่ากับว่าได้ทำต่อเนื่อง ไม่ปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
Thu, 18 Dec 2025 - 1324 - 25680918pm--ปัญหาอยู่ตรงไหน ธรรมอยู่ตรงนั้น
18 ก.ย. 68 - ปัญหาอยู่ตรงไหน ธรรมอยู่ตรงนั้น : เวลามีปัญหาในการปฏิบัติธรรม ลองมองดูให้ดี อย่าเพิ่งหงุดหงิด อย่าเพิ่งโวยวาย เราก็จะเห็นธรรมที่เกิดขึ้น แต่เราจะเห็นได้ชัด ถ้าเรามีสติ เพราะสติทำให้เห็นธรรม ไม่ใช่เข้าไปเป็นผู้ทุกข์ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ เห็นทุกข์ แต่ไม่เป็นผู้ทุกข์ เห็นความเศร้า เห็นความโศก เห็นความโกรธ แต่ไม่เป็นผู้เศร้า ไม่เป็นผู้โกรธ ไม่เป็นผู้โศก แม้กระทั่งเห็นความปวด แต่ไม่เข้าไปเป็นผู้ปวด พอเราเห็นความโกรธ เห็นความโศก เห็นความเศร้า เราก็จะเห็นธรรมชาติของมันว่า เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ และต่อไปก็จะเห็นตัวการที่อยู่เบื้องหลัง ความโกรธ ความโศก ความเศร้า เรียกว่าอุปาทาน อุปาทานคือ ความยึดมั่นถือมั่น ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นกู เป็นของกู ยึดมั่นในตัวกู ของกู หรือความสำคัญมั่นหมายว่านี่กูนะ ที่มีอยู่ รวม ๆ มี 3 ตัว ก็คือ ตัวกู ของกู แล้วก็นี่กูนะ แต่แค่ 2 ตัว ถ้ารู้ทันก็พอเพียงแล้ว ตัวกู ของกู หรือที่เรียกว่าอหังการ มมังการ ต้องมีสติถึงจะเห็น เห็นทะลุความโกรธ เห็นทะลุความโศก เห็นทะลุความเศร้า ว่ามีตัวการชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งบางทีเราก็เรียกว่ากิเลส หรือจะเรียกว่าความหลงก็ได้ หลงคือไม่เข้าใจความจริง ไม่เข้าใจว่ามันไม่เที่ยง ไม่เข้าใจว่ามันเป็นทุกข์ ไม่เข้าใจว่ามันไม่ใช่ตัวตน ก็คือไปหลงยึดว่ามันเที่ยง หลงยึดว่ามันเป็นสุข หลงยึดว่ามันเป็นเรา ของเรา
Wed, 17 Dec 2025 - 1323 - 25680917pm--รู้กายเมื่อไหร่ ก็รู้ตัวเมื่อนั้น
17 ก.ย. 68 - รู้กายเมื่อไหร่ ก็รู้ตัวเมื่อนั้น : ใจเรามีความสามารถในการเชื่อมโยงสองสิ่งเข้าด้วยกัน เช่น เชื่อมโยงระหว่างกลิ่นกับรสของอาหาร หรือบางทีเสียงอย่างหมา ถ้าได้กินอาหารทุกครั้งที่มีเสียงกระดิ่ง พอมีเสียงกระดิ่งดัง มันก็จะน้ำลายไหล ทั้งที่ไม่มีอาหารมารออยู่ข้างหน้า เพราะพอได้ยินเสียงกระดิ่ง มันก็นึกถึงอาหารขึ้นมา ก็เลยน้ำลายไหล เพราะว่าอาหารทำให้มันนึกถึงรสชาติที่อร่อย จิตเราก็เหมือนกัน พอเราปฏิบัติบ่อย ๆ จะเกิดความเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนไหวทางกาย หรือความรู้สึกทางกาย เข้ากับความรู้สึกตัว พอรู้สึกว่ากายเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ จะรู้สึกตัวเมื่อนั้นเลย นี่เป็นตัวช่วยทำให้เราสามารถจะมีความรู้สึกตัวในชีวิตประจำวันได้หากเราได้ปฏิบัติเยอะ ๆ ทั้งในรูปแบบและในชีวิตประจำวัน อันนี้เป็นอานิสงส์ที่ต่อไปเราก็จะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ
Tue, 16 Dec 2025 - 1322 - 25680916pm--พบมิตรที่ใจ
16 ก.ย. 68 - พบมิตรที่ใจ : ความสามารถในการยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นคุณสมบัติหรือทักษะที่ประเสริฐมาก ที่จะช่วยลดความทุกข์ของเราได้เยอะ แล้วเราจะพบว่าความทุกข์ของเรา โดยเฉพาะความทุกข์ใจ ล้วนแล้วแต่เป็นอาการที่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ เสียงไม่ได้ทำให้เราทุกข์ แต่ใจที่ปฏิเสธผลักไสต่อเสียงนั้นทำให้เราทุกข์ เช่นเดียวกัน ความฟุ้งไม่ได้ทำให้เราทุกข์ แต่ใจที่ปฏิเสธผลักไสไม่ยอมรับ ทำให้เราทุกข์ ถ้าเราเรียนรู้ รู้แบบรู้ซื่อ ๆ รู้ด้วยใจที่เป็นกลาง เราจะได้เรียนรู้จากความฟุ้ง แทนที่จะมีความทุกข์เกิดขึ้น นี่คือทักษะที่สำคัญ แม้เราจะไม่ได้ความสงบอย่างที่คาดหวัง แต่เราจะได้ของดีอย่างที่เราคิดไม่ถึง
Mon, 15 Dec 2025 - 1321 - 25680915pm--รู้ตัวได้ไว ใจก็หายทุกข์
15 ก.ย. 68 - รู้ตัวได้ไว ใจก็หายทุกข์ : ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การทำการงาน สัมมาสติมีประโยชน์มาก มีประโยชน์ถึงขั้นที่จะพาเราพ้นทุกข์ได้ เพราะช่วยทำให้เกิดปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งที่เรียกว่าโลกุตรธรรม และสามารถที่จะทำให้จิต ยกจิตอยู่เหนือความยึดติดถือมั่น ซึ่งเป็นธรรมดาโลกได้ ก็ให้เราเข้าใจว่า สติที่เรากำลังฝึกนี้คืออะไร และจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าเราปฏิบัติถูก เราก็จะไม่วิตกกังวลกับความคิดที่เกิดขึ้นเยอะ เพราะหน้าที่ของเราก็แค่ดูมันเฉย ๆ ไม่ใช่ไปบังคับให้มันมีน้อยลง จะมีมากหรือน้อยไม่สำคัญ อยู่ที่ว่ารู้ทันหรือเห็นมันแบบรู้ซื่อ ๆ หรือเปล่า อันนี้คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้สัมมาสติของเราเจริญก้าวหน้า
Sun, 14 Dec 2025 - 1320 - 25680914pm--ฝึกใจให้แค่รู้
14 ก.ย. 68 - ฝึกใจให้แค่รู้ : ความรู้สึกตัวก็เหมือนกัน ก็อยู่กับเรา แต่เราอาจจะไม่ค่อยสังเกต แต่จะตระหนักรู้หรือสังเกตชัด ก็ต่อเมื่อมีความหลง แล้วกลับมารู้ตัว ที่จริงแล้วความหลงก็เป็นตัวฝึกสติ ให้รู้ทันได้เร็วได้ไว เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือว่า การฝึกตนหรือการปฏิบัติธรรม ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของการให้ ใจดีมีเมตตา หรือการกดข่ม การหักห้ามใจ เราทำอย่างนั้นมาเยอะแล้ว เราลองมาฝึกการเห็นการรู้ แต่ก่อนที่จะไปรู้ความคิด รู้อารมณ์ ต้องมารู้กายก่อน รู้กายไม่ใช่เห็นว่ามือกำลังขยับ เท้ากำลังเขยื้อน ไม่ใช่ใช้ตาเนื้อ แต่ใช้ตาใน ก็คือสติ เราจะสังเกตว่า บ่อยครั้งเราเดินเราไม่ค่อยรู้กาย เพราะตอนนั้นใจลอย ยกมือสร้างจังหวะแต่ไม่ค่อยรู้สึกว่ามือยก เพราะว่าใจลอย ใจไปรับรู้เรื่องราวที่เป็นอดีต หรือกำลังครุ่นคิดกับอนาคต ก็เลยไม่รับรู้กาย เดินก็มีแต่กายที่เดิน แต่ว่าไม่รู้สึกว่ากายเดิน จนกว่าจิตจะกลับมารู้เนื้อรู้ตัว หรือกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว พอจิตกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็รู้เนื้อรู้ตัว รู้ว่ามือเคลื่อนไหว เท้าเขยื้อนขยับ ฉะนั้นให้เรามีสติรู้กายไปก่อน ต่อไปก็จะรู้ใจ รู้ทันความคิด รู้ทันอารมณ์ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการที่เรายอมให้อะไรต่างๆ เกิดขึ้นกับกายและใจโดยที่ไม่ผลักไส ไม่ไปควบคุม เราควบคุมใจมามากแล้ว เราลองมาดูใจและเห็นมันอย่างที่มันเป็น โดยที่ไม่ไปแทรกแซง
Sat, 13 Dec 2025 - 1319 - 25680913pm--จิตพัฒนาเพราะรู้จักหาตัวช่วย
13 ก.ย. 68 - จิตพัฒนาเพราะรู้จักหาตัวช่วย : รู้จักหาประโยชน์จากคำต่อว่า ก็เอาคำต่อว่าเป็นตัวช่วย ช่วยเราได้หลายอย่าง มาช่วยฝึกขันติของเราก็ได้ มาช่วยให้เราเห็นความโกรธที่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะคนส่วนใหญ่เป็นปุถุชนพอเจอคำต่อว่าก็เกิดความโกรธ แต่ความโกรธเป็นแบบฝึกหัด เป็นโจทย์ให้กับนักปฏิบัติว่าเราจะรับมือได้อย่างไร แล้วที่จริงความโกรธก็สอนให้เราเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้ด้วย สอนให้เห็นไตรลักษณ์ได้ไม่น้อยไปกว่าความดีใจ ความยินดี หรือความสุข เพราะฉะนั้นนักปฏิบัติต้องรู้จักหาตัวช่วย อย่าไปรอตัวช่วยเวลาอยู่วัด เวลามาเข้าคอร์ส ออกไปข้างนอกก็มีตัวช่วยมีเยอะแยะ แม้กระทั่งคนในบ้านที่เคยทำให้เราหงุดหงิดหัวเสีย จนกระทั่งต้องหนีมาอยู่วัด แต่พอเราเข้าใจธรรมะระดับหนึ่ง มีสติเริ่มจะแก่กล้าขึ้น เราก็กลับไปเพื่อที่จะรับมือกับสิ่งที่กระทบต่าง ๆ โดยรู้จักหาตัวช่วยมาให้กับการเจริญสติเพื่อรู้ทัน พออินทรีย์แก่กล้า สิ่งกระทบนั้นจะเป็นตัวช่วยชั้นดี ช่วยขัดเกลากิเลส ช่วยลดละความยึดติดถือมั่น ทำให้เห็นอุปาทาน เพราะทุกครั้งที่เราโกรธ เป็นเพราะความยึดติดถือมั่นเรียกว่าอุปาทาน อาจจะเป็นยึดติดถือมั่นในทรัพย์สมบัติเรียกว่ากามุปาทาน ยึดติดถือมั่นในความคิดความเห็นของเราว่าความคิดของเราถูกเรียกว่าทิฏฐุปาทาน หรือยึดติดถือมั่นในตัวกูคืออัตตวาทุปาทาน หรือยึดติดถือมั่นในวิธีการว่าต้องแบบนี้ ๆ ยึดติดในรูปแบบ ต้องยกมือแบบนี้เรียกว่าสีลัพพตุปาทาน พวกนี้เวลาตราบใดที่ยังฝังอยู่ในใจ ก็พร้อมจะกระตุ้นทำให้เกิดความโกรธ ทำให้เกิดความไม่พอใจ แล้วถ้าเรารู้จักพิจารณาความโกรธ ความไม่พอใจ แม้กระทั่งความทุกข์ เราจะเห็นอุปาทานที่คอยชักใยซ่อนอยู่เบื้องหลัง สุดท้ายเราก็จะเห็นผู้ร้าย ผู้ร้ายตัวจริง แท้จริงคือตัวชักใยให้เกิดความทุกข์
Fri, 12 Dec 2025 - 1318 - 25680912pm--สติจำเป็นต่อชีวิตอย่างไร
12 ก.ย. 68 - สติจำเป็นต่อชีวิตอย่างไร : การที่ใจเราจะหลงไปบ้าง หรือหลงไปบ่อยๆ เพราะเราไม่มีการบังคับจิตไม่ให้อยู่กับที่ แต่เราปล่อยให้มันไป ไปทีไรมันก็หลงทุกที หลงเข้าไปในความคิด หลงเข้าไปในอารมณ์ หลงเข้าไปในอดีต หลงเข้าไปในอนาคต แต่พอเราฝึกสติ เราก็ฝึกวิธีที่จะให้จิตกลับมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็รู้สึกตัว กลับมารู้สึกตัวบ่อยๆ สติเราก็จะไวขึ้น ต่อไปเวลามีอะไรมากระทบทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย หรือแม้แต่ทางใจ เกิดอาการสั่นไหวใจกระเพื่อม เกิดอารมณ์ตามมา เช่น ความโศกความเศร้า ความโกรธ เราก็จะรู้ทัน เห็นมันได้เร็ว แล้วเราจะรู้วิธีว่า ทำยังไงถึงจะเห็นโดยไม่เข้าไปเป็น เมื่อเรารู้วิธีที่จะเห็นโดยไม่เข้าไปเป็น เราก็จะพบว่าความสงบเกิดขึ้นได้แม้ไม่บังคับจิต ความสงบเกิดขึ้นกับใจได้แม้เปิดตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง เป็นความสงบที่เกิดจากการรู้ ไม่ใช่ความสงบที่ตัดการรับรู้ หรือการปิดตา หรือการปิดโทรศัพท์มือถือ หรือว่าปิดประตูหน้าต่าง ตัดการรับรู้โลกภายนอก ซึ่งทำให้เราสงบได้ชั่วคราว ความสงบที่สำคัญก็คือ สงบแม้จะรับรู้ รับรู้คือรับรู้ทางตา รับรู้ทางหู หรือแม้กระทั่งใจเกิดเผลอคิดนึกอะไรไป หรือเมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นมาจากการกระทบ ไม่ว่าจะเพราะมีสิ่งล่อเร้าเย้ายวนให้เกิดความยินดี หรือยั่วยุให้เกิดความโกรธ อารมณ์เหล่านี้ก็ทำให้ใจหวั่นไหวกระเพื่อมไม่ได้เลย เป็นความสงบเพราะรู้ รู้เพราะว่ามีสติ รู้ทันความคิด รู้ทันอารมณ์ เห็นโดยไม่เข้าไปเป็น เป็นความสงบที่เกิดจากความรู้สึกตัว เพราะเราจะรู้สึกตัวได้ เราต้องวาง ต้องวางอดีต วางอนาคต แล้วพอเรารู้สึกตัวได้ การวางก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย และไม่ว่าเราจะวางก่อนรู้สึกตัว หรือวางหลังจากรู้สึกตัว สิ่งที่เกิดขึ้นคือความโปร่งความเบา ซึ่งเราก็เรียกอีกอย่างว่าความสงบ
Thu, 11 Dec 2025 - 1317 - 25680911pm--ยอมรับความจริงได้ ใจคลายทุกข์
11 ก.ย. 68 - ยอมรับความจริงได้ ใจคลายทุกข์ : บางครั้งความคาดหวังก็ทำร้ายเรา สิ่งที่ทำให้คนเรายอมรับความทุกข์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ก็เพราะเรามีความคาดหวังที่ตรงข้าม คาดหวังว่าจะอายุยืน คาดหวังจะไม่เจ็บไม่ป่วย พอความจริงสวนทางกับความคาดหวัง ทุกข์เลย และทำให้ยอมรับความจริงไม่ได้ หลายคนไม่ค่อยตระหนัก ความคาดหวังสามารถทำร้ายเราได้ แม้ความคาดหวังจะไม่ได้เกินเลยไปสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามันสวนทางกับความจริงแล้ว ก็สามารถทำร้ายเรา แต่คนไม่ค่อยตระหนัก อย่างที่เราสวดทุกเช้ามีประโยคหนึ่ง ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์ ไม่ได้นี่ไม่เป็นไร แต่ที่ทำให้ทุกข์เพราะว่าปรารถนาแล้วไม่ได้ การที่เราไม่ได้ ไม่ทำให้เราทุกข์ แต่ตัวที่ทำให้ทุกข์ คือความปรารถนาหรือความคาดหวัง
Wed, 10 Dec 2025 - 1316 - 25680910pm--ทุกข์เบาบาง เมื่อวางใจถูก
10 ก.ย. 68 - ทุกข์เบาบาง เมื่อวางใจถูก : เวลามีอะไรร้าย ๆ เกิดขึ้นกับเรา สิ่งสำคัญคือใจ ถ้าเราวางใจให้ดี มันก็จะไม่ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเอง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุกข์มันจะจางคลายลง ถ้าเราวางใจให้ถูก วางใจให้เป็น
Mon, 01 Dec 2025 - 1315 - 25680909pm--ฝนสอนธรรม
9 ก.ย. 68 - ฝนสอนธรรม : เราจะตั้งมั่นที่จะเตรียมตัวให้พร้อม เหมือนกับถ้าไม่อยากให้ฝนตกมาเปียก เราก็สร้างบ้าน สร้างอาคาร มุงบังให้แน่นหนา ฝนตกแต่ตัวไม่เปียก ดังอุปมาอุปไมย หมายความว่า ถ้าเรามีเครื่องรักษาใจ อย่าว่าแต่ฝนเลย แม้ว่าเหตุร้ายต่าง ๆ ที่ใคร ๆ ไม่ประสงค์แม้เกิดขึ้น ก็ไม่ทำให้ใจทุกข์ได้ นี้คือความสำคัญหรือเหตุผลที่เราต้องมาฝึกจิตรักษาใจ เพราะว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตนี้ที่ควบคุมไม่ได้เลย และฝนก็เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้น จะว่าไปแล้ว ฝนเขาก็มาสอนธรรมให้กับเรา แทนที่เราจะบ่นว่าฝนตกทำไม ทำไมมาตกเวลานี้ เราก็มาถามตัวเราเองว่า ฝนสอนอะไรเรา ให้แง่คิดอะไรกับเราบ้าง
Sun, 30 Nov 2025 - 1314 - 25680908pm--ชีวิตเปลี่ยนเพราะตั้งคำถามถูก
8 ก.ย. 68 - ชีวิตเปลี่ยนเพราะตั้งคำถามถูก : ความทุกข์เกิดจากความคาดหวังของเรา เป็นความคาดหวังที่ไม่สอดคล้องกับความจริง รถติดไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่การที่เราตั้งความหวังไม่ตรงกับความจริง นั่นก็หมายความว่า เหตุแห่งทุกข์อยู่ที่ใจเรา ไม่ใช่เพราะรถติด รถติดแต่จิตไม่ตกก็ได้ ถ้าเราวางใจเป็น เช่นเดียวกัน เวลาใครมาส่งเสียงดัง หรือว่าโทรศัพท์มือถือไม่ปิด มีเสียงสัญญาณ มีเสียงเข้ามา เราก็รำคาญ อาจจะนึกในใจว่า ทำไมเขาไม่ปิดโทรศัพท์มือถือ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าที่นี่เขาให้ปิดโทรศัพท์มือถือ ถ้าถามแบบนี้ มันทำให้เราหงุดหงิดง่าย แต่ถ้าเราถามใหม่ว่า ทำไมเราต้องหงุดหงิดกับเสียงโทรศัพท์ด้วย พอถามอย่างนี้ ก็ทำให้เรากลับมาดูตัวเองว่า เราหงุดหงิดเพราะอะไร แล้วเราก็จะพบคำตอบว่า เหตุแห่งทุกข์ หรือเหตุแห่งความหงุดหงิดอยู่ที่ใจเรา เพราะว่าถ้าเราวางใจถูก เสียงโทรศัพท์ดัง ใจเราไม่ทุกข์ก็ได้ เพราะมีสติ รู้ทัน เวลาจิตกระเพื่อม เมื่อมีเสียงกระทบหู ฉะนั้น การตั้งคำถามเวลาเจอเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจไม่ว่า รูป รส กลิ่น เสียง ที่มากระทบ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิต ถ้าเราตั้งคำถามถูกจะได้ประโยชน์ เป็นคำถามที่ชวนให้กลับมาใคร่ครวญตัวเอง เป็นคำถามที่ชวนให้กลับมาดูแลใจตัวเอง แต่ถ้าเราตั้งคำถามไม่ถูก ก็กลายเป็นการซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับจิตใจ ลองถามตัวเองว่า ที่เราทุกข์ทุกวันนี้ เป็นเพราะเราตั้งคำถามผิดหรือเปล่า ไม่ใช่เฉพาะในการดำเนินชีวิต แม้กระทั่งในเวลาทำงานด้วย
Sat, 29 Nov 2025 - 1313 - 25680907pm--น้อมใจสู่วิถีธรรม
7 ก.ย. 68 - น้อมใจสู่วิถีธรรม : แม้ปัญหาบางอย่างต้องไปจัดการภายนอกด้วย แต่ก็ทำด้วยใจที่สงบ เรียกว่าทำกิจและทำจิตด้วย วิถีโลกเขาทำกิจอย่างเดียว จัดการกับสิ่งภายนอก ใครไม่ดีก็จัดการเอาออกไป หรือไม่ก็เล่นงาน แต่ว่าในทางวิถีธรรม เมื่อมีความไม่พอใจเกิดขึ้นในใจ เราก็จัดการที่ใจเรา เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากภายนอกย่างเดียว ปัญหาเกิดขึ้นจากใจของเราด้วย วิถีธรรมก็นำไปสู่การแก้ที่ใจ มีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น เห็นมันชัด ๆ แต่ว่าก็ไม่ลืมที่จะมาดูแลใจให้ถูกต้องเสียก่อน เพราะถ้าไม่ดูแลใจให้ถูกต้อง ปล่อยให้ใจไม่ถูกต้อง สิ่งที่ทำไป ก็จะนำไปสู่ปัญหา นี่คือวิถีธรรมที่เราต้องเข้าใจ ต่างจากวิถีโลกมาก แต่บางคน ที่จริงจะว่าไปก็เกิดขึ้นกับหลายคนมาก เวลามาปฏิบัติธรรมมาวัด แต่ว่าใจก็ยังคิดแบบโลก ๆ อยู่ อยากมั่งอยากมี อยากเด่นอยากดัง อยากให้คนชม หรือว่าเวลามีความทุกข์ใจเกิดขึ้น ก็คิดแต่จะจัดการกับสิ่งที่อยู่ภายนอก ไม่ได้มองว่าใจของเราก็เป็นปัญหาที่เราต้องจัดการเหมือนกัน ต้องเข้าใจความแตกต่างให้ดี ระหว่างวิถีโลกกับวิถีธรรม เพื่อที่ว่าเวลาเรามาวัด เราก็จะไม่เอาวิถีโลกมาใช้ในการแก้ปัญหา และมีความพยายามที่จะน้อมใจเข้าสู่วิถีธรรม เพราะนั่นคือสิ่งที่จะช่วยทำให้จิตใจเราเจริญงอกงาม ช่วยให้พบกับความสงบเย็นอย่างแท้จริง
Fri, 28 Nov 2025 - 1312 - 25680906pm--ความรูสึกที่ควรมีให้มาก
6 ก.ย. 68 - ความรูสึกที่ควรมีให้มาก : เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกตัวขึ้นมามันจะวาง เกิดความเบาขึ้นมา คนที่ท้อ คนที่เหนื่อยหน่าย หรือคนที่งัวเงีย อารมณ์พวกนี้จะหายไปเลย แล้วจะทำให้เราไม่ได้เป็นทาสของความรู้สึก ถ้าคนเราเป็นทาสของความรู้สึก โดยเฉพาะเป็นทาสสุขเวทนา ชีวิตก็มีแต่จะผิดศีลผิดธรรมได้ง่าย แต่ถ้าเรารู้สึกตัวเมื่อไหร่ ก็จะมั่นคงอยู่ในศีลมั่นคงอยู่ในธรรม และเจริญก้าวหน้าจนพบธรรมที่ลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้ความรู้สึกตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เรามาฝึกกันที่นี่ หลายคนถามว่าทำไมไม่เน้นเรื่องสมาธิ ไม่เน้นเรื่องความสงบ อันนั้นเป็นผลพลอยได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีความรู้สึกตัว แต่ถ้าเอาความสงบเป็นหลักก็อาจจะเกิดความสงบประเภทที่จมอยู่ในความหลงก็ได้ หรือมีสมาธิแต่ไม่มีสติ แต่ถ้ามีสติเมื่อไหร่การเกิดสมาธิก็ไม่ใช่เรื่องยาก และสติเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกตัว และทำให้ใจนี่พบกับความสงบ ความโปร่ง ความเบาได้ เพราะว่าวางสิ่งที่ทำให้จิตใจว้าวุ่น ฉะนั้นมาเรียนรู้เรื่องความรู้สึกตัว ทำความเข้าใจความรู้สึกตัวให้ดีๆ
Thu, 27 Nov 2025 - 1311 - 25680905pm--อย่าให้ความอยากเอาชนะครองใจเรา
5 ก.ย. 68 - อย่าให้ความอยากเอาชนะครองใจเรา : เรื่องนิสัยหรือว่าความอยากเอาชนะ มันเป็นเรื่องที่น่ากลัว ข้อดีมันก็มี แต่เราต้องระวัง เพราะถ้าเราไม่รู้เท่าทันมัน อย่างน้อย ๆ มันก็ทำให้เราเสียเวล่ำเวลาไปกับการเล่นเกม เล่นการพนัน เป็นบ้าเป็นหลังกับการเอาชนะคู่แข่ง คู่ต่อสู้ ความต้องการเอาชนะ ถ้าเรารู้จักควบคุมมันให้พอดี มันก็มีประโยชน์ เจออุปสรรคก็ไม่ยอมแพ้ จะสู้ แต่ถ้าเราควบคุมไม่ดี มันทำให้เกิดอุปสรรคทั้งการปฏิบัติและในความสัมพันธ์กับผู้อื่น มันก็เป็นตัวเดียวกับความต้องการอวดว่า กูเก่ง กูแน่ มีอะไรก็อยากจะอวด อยากจะโชว์ แต่ถ้าเจอคู่แข่ง ก็ต้องการเอาชนะ ยอมไม่ได้ เวลามีการโต้เถียงกันก็ไม่ยอมแพ้ เอาชนะให้ได้ เสร็จแล้วก็ถึงขั้นเลิก พ่อแม่ตัดลูก ผัวกับเมียทะเลาะกัน ก็เลิกรากัน เพราะว่าความต้องการเอาชนะ มันก็นำไปสู่ความบาดหมางกันในที่สุด ฉะนั้น คุมมันให้ดี รู้ทันมันให้ได้ ไม่งั้นมันพาชีวิตจิตใจของเรานี้จมดิ่งไปสู่ความทุกข์เลย
Wed, 26 Nov 2025
Podcasts semelhantes a Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)
นิทานชาดก 072
อานุภาพหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) Dhamma
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม dhamma.com
People You May Know FAROSE podcast
คืนเผาผี Ghost Night Ghost Night
Sleep - Meandering Piano Meandering Piano
หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง nipparn
พระธรรมเทศนา พระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ Peaceful
SONDHI TALK sondhitalk
คุยให้คิด Thai PBS Podcast
หน้าต่างโลก Thai PBS Podcast
อ่านแล้วอ่านเล่า Thananon Domthong
Human-ศาสตร์ THE STANDARD
The Secret Sauce THE STANDARD
THE STANDARD PODCAST THE STANDARD
ToppJirayut Topp Jirayut
ปลดล็อกกับหมอเวช นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล
5 นิทานพรรณนา ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
ธรรมเทศนาวัดป่านานาชาติ ปี ๒๕๓๑-๒๕๔๔ (แผ่นที่ พระอาจารย์ชยสาโร Ajahn Jayasaro (ชยสาโร ภิกขุ ชยสาโรภิกขุ Bhikku)
พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ
พุทธวจน พุทธวจน
ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส วัดป่า ดอนหายโศก ฟังธรรมะ donhaisok
หลวงพ่อจรัญ ทักขญาโณ หลวงพ่อจรัญ ทักขญาโณ
ฟังธรรมครูบาอาจารย์กรรมฐาน ☉เอกโหรา♃