Filtra per genere
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

- 5152 - ความวิเวกเป็นเพื่อนที่ดีของเรา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 5 เม.ย. 2569
"ถ้าเรามักน้อยสันโดษ อยู่กับความสงบสงัด อยู่คนเดียวได้ มีลมหายใจเป็นเพื่อน สบายจะตายไป รู้สึกไป ไม่มีอะไรเป็นเพื่อนที่ดีเท่ากับความวิเวก ความวิเวกเป็นเพื่อนที่ดีของเรา อยู่ด้วยแล้วไม่วุ่นวาย อยู่กับคน อยู่กับคนอื่นวุ่นวาย อย่างไรก็วุ่นวาย วุ่นมากหรือวุ่นน้อยเท่านั้นเอง ฝึกตัวเองแบบนี้แล้วค่อยตั้งใจรักษาศีล สมาธิ ปัญญา จนเกิดวิมุตคือมรรคผล เกิดวิมุตติญาณทัศนะคือรู้ว่ากิเลสอะไรละแล้ว กิเลสอะไรยังไม่ละ รู้ทันไป ชีวิตเราก็จะสมบูรณ์ ไม่เสียชาติเกิด เราไม่เสียชาติเกิด สมมติว่าชีวิตนี้ยังไม่ได้มรรคผล แต่เราได้พยายามแล้ว ได้พยายามเต็มที่แล้วยังไม่ได้มรรคผล เราก็อิ่มอกอิ่มใจ ชาตินี้ไม่เสียเปล่าหรอก คล้ายๆ เราเรียนแต่ยังไม่จบดอกเตอร์ ไม่เห็นต้องเสียใจเลย ดีกว่าไม่เรียนอะไรเลย แล้วชาติต่อไปเราจะภาวนาง่าย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 5 เมษายน 2569
Wed, 22 Apr 2026 - 59min - 5151 - กรรมฐานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 เม.ย. 2569
"การภาวนาไม่เห็นมันจะยากอะไรเลย ทำอย่างนี้ก็ได้ ทำอย่างนี้ก็ได้ ที่ทำไม่ได้ มันทำไม่ถูกเรื่อง อย่างทำสมถะอย่างนี้ ไม่รู้จักเลือกอารมณ์ที่เหมาะกับตัวเอง เห็นเพื่อนเขาทำอย่างนี้ เราก็จะทำตามเขา เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ที่นี่หลวงพ่อเลยไม่เคยจัดคอร์ส เพราะหลวงพ่อสอนแต่ละคนไม่เหมือนกัน จัดคอร์สมันก็ต้องทำอะไรเหมือนๆ กัน ทำอะไรเหมือนๆ กัน ตอนนี้นั่งสมาธิ ตอนนี้เดินจงกรม ตอนนี้ทำอย่างนั้น ตอนนี้ทำอย่างนี้ ทุกคนทำแบบเดียวกัน มันไม่ได้ผลจริง เพราะจริตนิสัยคนไม่เหมือนกัน ทำอย่างนี้บางคนดี ทำอย่างนี้บางคนไม่ดี ทำแล้วไม่ดี หลวงพ่อก็เลยไม่ได้สอนให้มีคอร์ส ครูบาอาจารย์รุ่นก่อน ที่หลวงพ่อศึกษาเล่าเรียนด้วย ท่านก็ไม่ได้จัดคอร์ส เพราะท่านก็เข้าใจอยู่ จริตนิสัยคนมันแตกต่างกัน ไปเอามาทำแบบเดียวกัน มันไม่ได้ผล ฉะนั้นเราต้องดูตัวเอง กรรมฐานอะไรที่เหมาะกับเรา สังเกตตัวเองไป" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 4 เมษายน 2569
Mon, 13 Apr 2026 - 1h 00min - 5150 - รากของตัณหาคือความไม่รู้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 มี.ค. 2569
"การที่จิตเราเที่ยวแสวงหาภพไปเรื่อยๆ แล้วก็ก่อภพ ก่อชาติ ก่อทุกข์ไปเรื่อยๆ เพราะความอยากมันผลักดัน ตัณหาคือความอยากเป็นตัวสร้างภพ สร้างชาติ สร้างทุกข์ วิธีที่เราจะจัดการกับตัณหาไม่ใช่ไปห้ามมัน รากของตัณหาคือความไม่รู้ความจริง ไม่รู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจ 4 หรือตัวอวิชชา เพราะฉะนั้นรากของตัณหารากของความอยากก็คือตัวอวิชชา เราไม่รู้ความจริง ฉะนั้นอยากทำลายความอยากถาวรก็ต้องเรียนรู้ความจริง จนจิตเกิดวิชชาขึ้น รู้แจ้งอริยสัจรู้ความจริง ถ้าจิตรู้แจ้งอริยสัจแล้ว ตัณหาจะไม่เกิดอีก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 29 มีนาคม 2569
Sun, 12 Apr 2026 - 54min - 5149 - นิพพานมีจริง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 22 มี.ค. 2569
"พระนิพพานมีจริง ไม่ใช่โลกๆ หนึ่ง ไม่ใช่สวรรค์ บางที่สอนนิพพานเหมือนสวรรค์ มีพระพุทธเจ้านั่งเข้าแถว โอ๊ย น่าสงสารจังเลย อุตส่าห์ภาวนาจนเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พอธาตุขันธ์แตกแล้วก็ไปนั่งตัวแข็งๆ อยู่ น่าสงสาร นิพพานไม่ได้เป็นอย่างนั้น นิพพานคือสภาวะที่สิ้นตัณหา สิ้นความอยาก เมื่อสิ้นความอยากก็หมดความดิ้นรนปรุงแต่งของจิต หมดความอยากเรียกว่าวิราคะ หมดความดิ้นรนของจิตเรียกว่าวิสังขาร ก็เข้าถึงวิมุตติ ความปล่อยวาง จิตหลุดพ้นจากอะไร จากอาสวะที่ห่อหุ้ม อาสวะห่อหุ้มจิตอยู่ตลอดเวลา เวลาอริยมรรคเกิดครั้งที่หนึ่ง อริยมรรคก็จะแหวกอาสวกิเลสขาดสะบั้นออกไป แล้วไม่นานมันจะกลับมาปิดอีก แหวกครั้งที่สองก็ยังมาปิด ครั้งที่สามก็ยังมาปิด หลวงปู่ดูลย์ท่านเคยบอกหลวงพ่อ ต้องแหวก 4 ครั้ง อาสวะต้องถูกแหวกด้วยอริยมรรค 4 ครั้งมันถึงจะไม่กลับมาอีกแล้ว แตกกระจัดกระจายสลายตัวไป" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 มีนาคม 2569
Tue, 07 Apr 2026 - 1h 00min - 5148 - ธรรมะที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 มี.ค. 2569
"พวกเราก็ต้องดูตัวเอง เราควรทำสมถะด้วยอะไร ควรทำวิปัสสนาแบบไหน พระพุทธเจ้าบอกว่า "ธรรมะที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง 2 ประการ คือสมถะและวิปัสสนา" ต้องเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง ไม่ใช่หลับหูหลับตาทำไปเรื่อยๆ แล้วนึกว่าจะดี ไม่ได้มีปัญญาประกอบ ไม่ได้มีปัญญาตัวนี้ เป็นสัมปชัญญะ รู้ว่าอะไรควรแก่ตัวเรา ฉะนั้นเราต้องดูตัวเอง หลักของสมถะ เราต้องรู้จักเลือกอารมณ์ อารมณ์อะไรที่จิตไปอยู่แล้วมีความสุข เอาอารมณ์อันนั้นมาให้จิตรู้ เป็นเครื่องให้จิตรู้ แล้วรู้อย่างไร รู้ไปสบายๆ ไม่ต้องคิดมาก รู้อย่างเดียว รู้ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องไปคิด หลวงพ่อพุธท่านบอก "สมถะเริ่มเมื่อหมดความจงใจ วิปัสสนาเริ่มเมื่อหมดความคิด" ฉะนั้นอย่างเราจะทำสมถะ แล้วเราจงใจจะให้สงบ รับรองว่าไม่สงบ ตรงที่จงใจทำอันนั้น จงใจทำอันนี้ จิตมันมีโลภะ มันไม่เกิดสติจริง แล้วพอมันมีโลภะ มันก็จะเกิดการแสวงหา เกิดความดิ้นรนของจิต ที่จะให้จิตสงบ ก็เมื่อตั้งหน้าตั้งตาดิ้นรนแล้ว มันจะสงบได้อย่างไร" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 มีนาคม 2569
Mon, 06 Apr 2026 - 1h 00min - 5147 - หมดอยากก็หมดทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 มี.ค. 2569
"ต้นตอรากเหง้าของความอยากที่แท้จริง คือการไม่รู้ความจริงของชีวิต เพราะเราไม่รู้ความจริงของชีวิต เราไม่ยอมรับความจริงของชีวิต เราก็เกิดความอยาก ทันทีที่เกิดความอยาก จิตใจก็ไม่สงบแล้ว จิตใจก็ดิ้นรนวุ่นวาย ใจเราก็มีความทุกข์ขึ้นมา ฉะนั้นการที่เราไม่รู้ความจริงของชีวิต ตัวนี้เรียกว่าอวิชชา เป็นรากเหง้าทำให้เกิดตัณหา เกิดความอยาก ความอยากก็ทำให้เกิดความดิ้นรนของจิตใจ ความดิ้นรนของจิตใจเกิดขึ้น จิตใจก็มีความทุกข์ ถ้าเราภาวนาเยอะๆ เวลาที่เรามีความสุข หรือเราสนุกสนานอะไรขึ้นมา ถ้าเราสังเกตใจของเราให้ดี เราจะเห็นว่าใจเรากระเพื่อมหวั่นไหว เวลาที่มีความสุข ใจยังมีภาระเกิดขึ้นเลย ใจไม่ได้มีความสุขจริง ใจทำงานทั้งวันทำงานทั้งคืน เหน็ดเหนื่อยที่สุดเลย ร่างกายเราทำงาน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง 12 ชั่วโมง เราก็ได้พักแล้ว แต่จิตใจทำงานทั้งวันทั้งคืน ไม่เคยหยุดเลย นอนหลับไปยังฝันเลย ฉะนั้นจิตใจมันทุกข์สาหัส" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มูลนิธิเพื่อการเผยแผ่ธรรมภาคภาษาจีน 20 มีนาคม 2569
Sun, 05 Apr 2026 - 56min - 5146 - จิตผู้รู้คือตัวทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 15 มี.ค. 2569
"วิธีจะเห็นความจริง ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา บอกแล้ว มีสติรู้มัน จิตตั้งมั่นเป็นกลาง เห็นมันตามที่มันเป็น ก็จะรู้ความจริงไม่ใช่ตัวเรา เราก็จะเรียกว่าเรารู้ทุกข์แจ่มแจ้ง รู้ขันธ์ 5 แจ่มแจ้ง แต่แจ่มแจ้งจริงต้องพระอรหันต์ แจ่มแจ้งจริงๆ ต้องเป็นพระอรหันต์ แล้วตัวที่จะทําให้เราแจ่มแจ้งคือ จิต รูป เวทนา สัญญา สังขาร ง่าย จิตทําอย่างไรจะเห็นว่าจิตเป็นทุกข์ เห็นไตรลักษณ์ยังไม่พอ ถ้าเราเห็นไตรลักษณ์ มันระดับหนึ่ง จิตจะปล่อยวางจิตได้ แล้วก็จะหยิบฉวยจิตอีก ต้องเห็น ทุกข์ ทุกขสัจ ไม่ใช่ความทุกข์ทรมาน เห็นทุกขสัจ จิตคือตัวทุกข์ ถ้าภาวนาเราจะพบครูบาอาจารย์ท่านสอน ท่านไม่เห็นตัวไหนมีความทุกข์เหมือนตัวจิตผู้รู้เลย จิตผู้รู้เป็นตัวที่ทุกข์ที่สุด ถ้าพวกเราภาวนา เราจะพบจิตผู้รู้คือตัวทุกข์ ถ้าเห็นอย่างนี้จิตจะสลัดคืนจิตให้โลกไป คือจะทิ้งขันธ์ทั้งหมดได้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 15 มีนาคม 2569
Sun, 29 Mar 2026 - 1h 03min - 5145 - จุดตั้งต้นคือความรู้สึกตัว : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 14 มี.ค. 2569
"เรื่องความรู้สึกตัวเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้ารู้สึกตัวไม่ได้ ปฏิบัติไม่ได้จริง แน่มาจากไหนก็ทำไม่ได้หรอก เก่งที่สุดคือได้แค่เพ่งเอาไว้ เป็นสมถะ จะเดินปัญญามันทำไม่เป็น ทำไม่ได้ คนทั่วไปเขาชอบคิดว่าตัวเองรู้สึกตัว ในความเป็นจริงแล้ว คนที่รู้สึกตัวได้ มีน้อยเต็มที นับตัวได้เลย ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะเราเกิดมากับความหลง มีชีวิตอยู่กับความหลง แล้วก็ตายไปพร้อมกับความหลง หลงคือสภาวะที่มันลืมตัวเอง มันลืมกายลืมใจตัวเอง ลองวัดใจตัวเองดู แต่ละวันๆ เราไปดูคนอื่นกับดูตัวเอง อันไหนมากกว่ากัน เราไปฟังคนอื่นพูด กับการฟังเสียงในหัวใจตัวเอง อันไหนมันจะมากกว่ากัน สิ่งที่พวกเราคุ้นเคย จิตมันอยู่ข้างนอกหมด สนใจคนอื่น สนใจสิ่งอื่น รักตัวเองที่สุด แต่ลืมตัวเองบ่อยที่สุด พระพุทธเจ้าว่า "ความรู้สึกตัวเป็นจุดตั้งต้น ของการปฏิบัติเพื่อละกิเลส" ถ้าทุกคนรู้สึกตัวได้อยู่แล้ว ทุกคนก็ไม่มีกิเลสไปแล้ว ทุกวันนี้ยังล้มลุกคลุกคลาน แพ้กิเลสอยู่ เพราะมันไม่ได้รู้สึกตัวจริง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 มีนาคม 2569
Sat, 28 Mar 2026 - 1h 04min - 5144 - ปัญญามี 2 ส่วน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 8 มี.ค. 2569
"หลวงพ่อบอกแล้วปัญญามี 2 ส่วน ปัญญาเบื้องต้นกับปัญญาที่มันเป็นส่วนที่ดี มีวิปัสสนาปัญญา มีโลกุตตรปัญญา เบื้องต้นต้องมีปัญญาเบื้องต้นเสียก่อน รู้ว่าเราจะปฏิบัติอะไร ปฏิบัติอย่างไร เวลาลงมือก็คอยระวังคอยสังเกตความคิดของเราให้ดี แล้วศีลของเราก็จะดี พอศีลของเราดี ใจเราก็สงบง่าย เราก็ต้องมีความเพียรชอบ ความเพียรชอบหมายถึงมีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เอาชนะกิเลส มีความมุ่งมั่นที่จะเจริญกุศล มีความมุ่งมั่น มีความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับกิเลส สู้กิเลสต้องกล้าหาญมาก คนอ่อนแอไม่มีทางชนะกิเลสหรอก ต้องใช้ความกล้าหาญเรียกว่ามีความเพียรชอบ ถ้าเราควบคุมเรารู้เท่าทันความคิดของเราได้แล้ว การที่จะต่อสู้กับกิเลสก็จะไม่ใช่เรื่องยาก เพราะกิเลสเกิดเรารู้ทัน เราไม่ทำตามใจมัน กุศลเกิดเรารู้ทัน เราก็ส่งเสริมมัน เราฝึกมาตั้งแต่การรักษาศีล ฉะนั้นการที่จะมาฝึกจิตในขั้นที่สูงขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องยาก อย่างเรารู้ทันจิตที่เป็นกุศลอกุศล อะไรอยู่เบื้องหลังความคิด เรารู้ตัวนี้มาแล้ว คำพูด การกระทำ การเลี้ยงชีวิตของเราก็ดีแล้ว เราจะชำนิชำนาญในการอ่านจิตใจตัวเอง ฉะนั้นเราคอยสังเกตจิตบ่อยๆ อะไรอยู่เบื้องหลังความคิด กุศลหรืออกุศลอยู่ รู้บ่อยๆ แล้วการที่เราคอยรู้บ่อยๆ นั่นล่ะ มันคือตัวความเพียรชอบ เรามีความเพียร กิเลสเกิด เรารู้ทัน กิเลสก็ดับ กุศลเกิด อย่างความรู้สึกตัวมันเป็นกุศลเกิด ฝึกเรื่อยๆ กุศลมันก็เกิดบ่อยขึ้นๆ เรามีความเพียรที่จะต่อสู้กับกิเลสแล้ว" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 8 มีนาคม 2569
Sun, 22 Mar 2026 - 1h 00min - 5143 - ปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 มี.ค. 2569
"ท่านสอนละเอียดยิบเลย สอนตั้งแต่ตัวทุกข์ เหตุของทุกข์คือตัณหา ตัณหาเกิดจากความไม่รู้ความจริงของชีวิต คือไม่รู้ความจริงของรูปนาม กายใจของเรา ทำอย่างไรจะรู้ ก็ต้องทำสติปัฏฐาน ทำวิปัสสนากรรมฐาน ทำวิปัสสนานั่นล่ะ แล้วรายละเอียดท่านแจกแจงลงในสติปัฏฐาน ว่าจะทำวิปัสสนาอย่างไร ฉะนั้นทำสติปัฏฐานแล้ว สิ่งที่ได้คือสติ เห็นสภาวะบ่อยๆ แล้วสติเกิด แล้วไม่ต้องเห็นสภาวะทั้งหมด เห็นสภาวะบางอย่าง แล้วก็จะเข้าใจสภาวะทั้งหมด เหมือนการทำวิจัย คราวนี้พอสติเกิด สมาธิจะเกิด มีสติ มีสมาธิ จิตตั้งมั่น แล้วพอสติระลึกรู้อะไร ก็จะเห็นตรงนั้นไม่ใช่ตัวเราของเรา จะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเกิดแล้วดับทั้งสิ้น จะเห็นอย่างนี้ พอเห็นมากเข้าๆ จิตก็ยอมรับความจริง สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรตั้งอยู่ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ จิตจะเห็นความจริง จะเป็นพระอรหันต์ ถ้าเห็นขนาดนี้ได้แล้วก็ ความอยากจะไม่มี มันจะอยากทำไม มันรู้ความจริงแล้ว ทุกอย่างมันแค่ภาพลวงตา จะอยากมันไปทำไม อยากไม่แก่หรือ ไร้สาระ อยากไม่พลัดพรากจากสิ่งที่รักหรือ มันไร้สาระ มันจะหมดความอยาก ถ้ารู้ความจริงของชีวิตแล้ว ความอยากจะดับ เมื่อความอยากดับ ความดิ้นรนของจิตก็ไม่มี จิตก็ไม่ทุกข์ จิตไม่มีภาระ จิตก็เข้าสู่ความพ้นทุกข์ นี่เส้นทางที่เกิดจากปัญญาตรัสรู้ มีเหตุมีผลตลอดสาย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 มีนาคม 2569
Fri, 20 Mar 2026 - 1h 05min - 5142 - พาจิตให้เรียนรู้ความจริง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 มี.ค. 2569
"การที่จิตของเราเข้าถึงพระนิพพานได้ เพราะเราได้อบรมจิตเราอย่างดี พาให้จิตเรียนรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของที่ไม่น่ายึดถือ ที่ไม่น่ายึดถือเพราะไม่มีอะไรที่เรายึดถือไว้ได้จริง กระทั่งชีวิตร่างกายเรา เราก็ยึดถือเอาไว้ไม่ได้ มันต้องแก่ มันต้องเจ็บ มันต้องตาย สามีเรา ภรรยาเรา พ่อแม่เรา ลูกเรา ไม่มีเรายึดถือได้สักอย่าง ไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้สักอย่าง ทั้งร่างกายจิตใจเรา ทั้งสิ่งของภายนอก อย่างบ้านเราอุตส่าห์ลงทุนซื้อมาแทบตาย เป็นหนี้เป็นสิน อยู่ไปสักพักก็ต้องซ่อม เพราะมันไม่เที่ยง มันไม่ยั่งยืน พอจิตมันฉลาด มันรู้ว่าทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน จิตก็เบื่อหน่าย คลายความยึดถือ พอจิตไม่ยึดถือ จิตก็หมดความดิ้นรน จิตไม่ดิ้นรน จิตก็เข้าถึงความสงบอย่างยิ่งด้วยปัญญา ปัญญาคือการรู้แจ้งแทงตลอดแล้ว สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นดับไป แล้วทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนแต่ทุกข์ทั้งสิ้น นอกจากทุกข์เกิดขึ้นก็ไม่มีอะไร มีแต่ทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์ดับไป" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 มีนาคม 2569 (ช่วงเย็น)
Wed, 18 Mar 2026 - 40min - 5141 - รูปแบบไหนไม่สำคัญเท่าเนื้อใน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 มี.ค. 2569
"ถ้ามีสัมมาสติ มีสัมมาสมาธิ ปฏิบัติแบบไหนก็ใช้ได้หมด แต่ถ้าขาดสัมมาสติ ขาดสัมมาสมาธิ ให้หลักสูตรวิเศษแค่ไหนมันก็ทำไม่ได้ ไม่ได้ผลอะไร สู้กิเลสไม่ได้ รูปแบบอย่างไรไม่สำคัญหรอก สำคัญที่เนื้อใน มีสติถูกต้องไหม ถ้าสติเราเป็นสัมมาสติจริง สัมมาสมาธิก็จะเกิด เมื่อสัมมาสมาธิเกิด การเจริญวิปัสสนาก็จะเกิด มีสัมมาญาณะ เมื่อเจริญสัมมาญาณะ ทำวิปัสสนาได้เต็มที่ สัมมาวิมุตติคืออริยมรรค อริยผลก็จะเกิด ใครชอบอะไรก็เอาอย่างนั้น แต่เนื้อในต้องถูก มีสัมมาสติจริงหรือเปล่า ตรงนี้ต่างหากตัวชี้ขาด ฉะนั้นสิ่งที่หลวงพ่อสอนพวกเรา คือการพัฒนาสัมมาสติ แล้วก็มันจะเกิดสัมมาสมาธิ แล้วก็ถึงเจริญปัญญาได้จริง จะเรียกว่าสายอะไร เรียกไม่ถูก สายอะไรก็ได้ กาย เวทนา จิต ธรรม ได้หมด ขอให้ทำให้ถูกเท่านั้น เลยเป็นสายที่ไร้รูปลักษณ์ เป็นกำลังภายในก็กำลังภายในชั้นสูง ไม่มัวร่ายรำ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 มีนาคม 2569 (ช่วงเช้า)
Tue, 17 Mar 2026 - 53min - 5140 - เรียนธรรมะด้วยใจที่อ่อนโยน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 มี.ค. 2569
"บางทีที่หลวงพ่อไปเรียนกับรุ่นครูบาอาจารย์ เข้าไปหาท่านเราไม่ต้องพูด เราเข้าไปด้วยใจที่อ่อนโยน เข้าไปด้วยใจที่ปรารถนาคุณงามความดีใส่ตัวเอง ไม่ได้ไปอวดเก่งอวดดีกับท่าน เข้าไปหาท่าน ไปอยู่ใกล้ๆ ท่าน เดี๋ยวท่านก็สอนธรรมะเอง ท่านพูดเอง หลวงพ่ออยู่กับครูบาอาจารย์รุ่นใหญ่ด้วยวิธีนี้เลย ไม่ต้องพูด เรียนกับครูบาอาจารย์ ถ้าประเภทกูรู้หมดแล้ว ธรรมะของท่านไม่มี ไม่ใช่ท่านไม่เมตตา ท่านเมตตาทุกคนเท่าๆ กัน แต่คนที่จิตกระด้างธรรมะมันไม่ถ่ายทอดจากจิตออกมา เพราะการเรียนธรรมะภาคปฏิบัติ ธรรมะจะถ่ายทอดจากจิตครูบาอาจารย์มาสู่จิตใจของเรา แต่ถ้าจิตใจของเราเต็มไปด้วยความยโสโอหัง อวดดี กูเก่ง กูรู้ ธรรมะหนีหมดเลย ท่านเงียบเลย ท่านไม่พูดแล้ว เพราะว่าไม่มีธรรมะจะพูด ถ้าเราจะภาวนาเราจะเรียนธรรมะแล้ว โอ๊ย กูเก่ง กูรู้ อะไรอย่างนี้ ให้ดูเข้าไป ให้รู้ทันเข้าไป แล้วก็กูเก่งมันจะดับ ใจมันจะอ่อน ใจมันอ่อนโยน คราวนี้ฟังธรรมะรู้เรื่องแล้ว ฉะนั้นสังเกตที่จิตเรานี่ล่ะ ถ้ากูเก่ง กูเก่ง ละก็ รู้ทันเข้าไปเลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 มีนาคม 2569
Mon, 16 Mar 2026 - 26min - 5139 - ยอมรับความจริงได้ก็ไม่ทุกข์แล้ว : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 28 ก.พ. 2569
"เรียนรู้ความจริงของชีวิต คือการเรียนรู้ความจริงของร่างกาย ของจิตใจ ถ้าเข้าใจความจริงได้ มันจะไม่ทุกข์ หรือทุกข์ก็ทุกข์น้อยๆ ความจริงของร่างกายเราต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ในโลกปัญหามากมาย ไม่มีปัญหาอะไรร้ายแรงที่สุดสำหรับเราเท่ากับตาย ถ้ากระทั่งตายยังไม่หวั่นไหว ปัญหาในโลกจะมาทำอะไรเราได้ การที่เราคอยมีสติรู้สึกกายรู้สึกใจ เราจะเห็นความจริงของร่างกายของจิตใจ ร่างกายมีธรรมชาติต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เป็นธรรมดา ถ้ายอมรับได้ แก่ก็ไม่ทุกข์ บางคนแก่แล้วทุกข์ กลุ้มใจไม่มีใครเลี้ยง ไม่มีใครเลี้ยงแล้วกลัวอะไร กลัวลำบาก กลัวอดอยาก กลัวอดมากๆ หรือป่วยมากๆ ก็ตาย ลึกที่สุดก็คือกลัวตาย แต่ถ้าเราเห็นว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา เราก็จะไม่กลัวแก่ ไม่กลัวเจ็บหรอก ลองพิจารณาว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นมาแล้วอยู่ชั่วคราวก็ต้องดับไป การที่เราหัดภาวนาเพื่อให้จิตยอมรับความจริง จิตยอมรับความจริงได้ จิตจะไม่เกิดความอยาก เมื่อจิตไม่เกิดความอยาก จิตจะไม่เกิดการดิ้นรน เมื่อจิตไม่ดิ้นรน จิตก็จะไม่เกิดความทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 กุมภาพันธ์ 2569
Sun, 15 Mar 2026 - 1h 04min - 5138 - อยู่กับวิหารธรรม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 22 ก.พ. 2569
"สติปัฏฐานในเบื้องต้น ถ้าทำถูกมีวิหารธรรมไป แล้วก็คอยรู้เนื้อรู้ตัวไป ไม่ได้ฝึกเอาอย่างอื่นเลย ไม่ได้ฝึกเอาฤทธิ์เอาเดช แต่ฝึกเพื่อจะพัฒนาจิตใจตัวเอง ให้พ้นจากอำนาจของกิเลส ในสติปัฏฐานบอกตัวแรกเลยมีวิหารธรรม ตัวที่สอง อาตาปี อาตาปีคือแผดเผากิเลสให้เร่าร้อน ไม่ใช่สนองกิเลส อยากสงบนี้สนองกิเลสแล้ว แต่ถ้าจิตอยากสงบ เรารู้ทันว่าตอนนี้อยากสงบแล้ว กิเลสเร่าร้อนแล้ว ความอยากอยู่ไม่ได้ ความอยากดับไปเลย จิตก็จะตั้งมั่นขึ้นมา ไม่หลงตามกิเลส มีความรู้เนื้อรู้ตัวเกิดขึ้น มีสัมปชัญญะเกิดขึ้น ถัดจากนั้น สติระลึกรู้อะไรลงไปก็จะเห็นจิตไปรู้อันนี้ ลืมจิตที่ตั้งมั่น กลายเป็นจิตที่ไปดูรูป พอเรารู้ทัน จิตที่ไปดูรูปดับ ก็เกิดจิตที่ตั้งมั่น เราจะเห็นการทำงานของมันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นมันเกิดสติ การที่เราคอยรู้ทัน จิตที่หลงไปไหลไป รู้เรื่อยๆๆๆ จิตจะตั้งมั่นขึ้นมา พอจิตตั้งมั่นแล้วต่อไปสติระลึกรู้สิ่งใด ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรม ปัญญาจะเกิดๆ จะรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งรูปธรรมนามธรรมเป็นไตรลักษณ์ เบื้องต้นของสติปัฏฐาน มีวิหารธรรม แล้วอยู่กับวิหารธรรมแบบไม่สุดโต่ง 2 ฝั่ง รู้วิหารธรรมไปด้วยจิตใจปกติ ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป แล้วก็รู้ว่า เราไม่ได้ทำเพื่อความดีวิเศษวิโสอะไรหรอก เราทำไปเพื่อสู้กับกิเลส เรามีกิเลสแล้ว เราสู้กับกิเลสไม่ได้ไปสู้กับคนอื่น เราไม่ได้ภาวนาเพื่อแข่งกับคนอื่น บางคนเดินจงกรมแล้ว เพื่อนยังเดินเราต้องเดินด้วย เราจะต้องชนะมัน อย่างนี้ทำเพราะกิเลส ไม่ได้ทำเพื่อสู้กิเลสแล้ว สังเกตตัวเองไป แล้วการที่เรามีสติอยู่กับวิหารธรรม เราไม่ได้เอาสุข เอาสงบ เอาดีอะไรทั้งสิ้น เราจะเอาความรู้สึกตัว อยู่กับวิหารธรรมไป แล้วก็มีความเพียรที่จะแผดเผากิเลส ไม่ใช่เพียรเพื่อจะวิเศษวิโสเหนือคนอื่น การที่เราคอยมีวิหารธรรม มีสติอยู่กับวิหารธรรมเรื่อยๆ จิตหนีจากวิหารธรรมก็รู้ จิตเพ่งวิหารธรรมก็รู้ จิตอยู่กับวิหารธรรมก็รู้ การที่รู้ๆๆ บ่อยๆ มันจะรู้สึกตัว จิตใจจะอยู่กับเนื้อกับตัว สัมปัญชัญญะจะเกิดขึ้น จิตใจจะอยู่กับเนื้อกับตัว" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 กุมภาพันธ์ 2569
Mon, 09 Mar 2026 - 1h 01min - 5137 - ถ้าลงมือปฏิบัติจะรู้ทุกข์แจ่มแจ้ง :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 ก.พ. 2569
"ถ้าเรียนบาลี วัตถุประสงค์เพื่อจะไปศึกษาพระไตรปิฎกรู้เรื่อง ลงมือปฏิบัติแล้วก็เอามาเผยแพร่ อันนี้ถือว่าสมบูรณ์ที่สุด ถ้าเรียนบาลีจบแล้วก็ถือว่าเลิกกัน เสียเวลา สู้กิเลสไม่ได้ มีตัวอย่างให้เราเห็นเยอะแยะเมื่อปีกลายนี้ พวกเราไม่ได้เรียนปริยัติมากมายอะไร เราเรียนจากภาคสนามเลย คล้ายๆ คนจะปลูกต้นไม้ คนหนึ่งเขาไปเรียนเกษตร เราไม่ได้เรียนเกษตร เราอยู่ในสวน ปลูกจริงๆ สะสมความรู้สืบทอดกันจากบรรพบุรุษ ทีแรกก็ปลูกแล้วก็ตาย ก็หาวิธีปลูกอย่างไรจะปลูกได้ ฉะนั้นความรู้ไม่กว้างขวาง เหมือนคนที่เขาเรียนเกษตร แต่เราปลูกต้นไม้ออกลูกได้ การปฏิบัติธรรม เราไม่ได้เรียนปริยัติมากมาย ความรู้เราไม่ได้เยอะ ความรู้เราคับแคบแค่เอาตัวรอด ศึกษาแล้วลงมือทำ สิ่งที่เราจะได้คือความพ้นทุกข์ ไม่มีวุฒิบัตร ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เราฝึกไป เราพ้นทุกข์ ศาสนาพุทธไม่ใช่เรื่องอื่น เป็นเรื่องทำอย่างไรจะไม่ทุกข์ เพราะเรื่องความทุกข์เป็นปัญหาใหญ่ของชีวิต ถ้าเรียนปริยัติก็พอเห็นเงา ถ้าลงมือปฏิบัติก็จะรู้ทุกข์แจ่มแจ้ง แล้วก็พ้นทุกข์ได้ ถ้าเรียนปริยัติก็รู้ตำรับตำรา ไม่เห็นสภาวะของทุกข์จริงๆ ก็ไม่พ้นทุกข์หรอก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 กุมภาพันธ์ 2569
Sun, 08 Mar 2026 - 1h 01min - 5136 - ดูจนเห็นไตรลักษณ์ของขันธ์ 5 : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 ก.พ. 2569
"เราฝึกให้จิตเราอยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งมั่นขึ้นมา แล้วเราจะเห็นว่าพอสติระลึกรู้กาย จิตเราตั้งมั่นอยู่ เราจะเห็นว่ากายกับจิตเป็นคนละอันกัน ร่างกายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา แล้วถ้าจิตเราตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้เวทนา ก็จะเห็นเวทนาไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่เรา จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้สัญญา ความจำได้ความหมายรู้ต่างๆ ผุดขึ้นมา เราก็จะเห็นสัญญาทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้สังขารคือความปรุงดีปรุงชั่ว ปรุงไม่ดีไม่ชั่ว อย่างโลภ โกรธ หลง จะเห็นตัวโลภ โกรธ หลงก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่จิต จิตเป็นคนไปรู้ไปเห็น ค่อยๆ แยกๆๆ จากรูปแยกออกไป เวทนาแยกออกไป สัญญาแยกออกไป สังขารคือความปรุงดีปรุงชั่วแยกออกไป เข้ามาถึงตัวจิต เหลืออันเดียวที่เรารู้สึกว่าคือตัวเราของเราคือจิต ท่านสอนให้ดูวิญญาณ 6 เพื่อจะได้เห็นไตรลักษณ์ของจิต เราไม่ต้องเรียนจิตทุกชนิด เราเรียนแค่จิตที่ไหลไปทางทวารทั้ง 6 กับจิตที่ตั้งมั่นคือจิตที่ไม่ไหล รวมความแล้วก็คือ 1 คู่ คือจิตที่ไหลกับจิตไม่ไหล ก็เรียนแค่คู่เดียวเท่านั้น ถ้าเรียนคู่นี้ได้ ถึงจุดหนึ่งเราจะเห็น จิตไม่ใช่ตัวเรา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มูลนิธิเพื่อการเผยแผ่ธรรมะภาคภาษาจีนฯ 19 กุมภาพันธ์ 2569
Tue, 03 Mar 2026 - 51min - 5135 - จิตประภัสสรคือจิตอวิชชา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 15 ก.พ. 2569
"เราเดินในสติปัฏฐาน 4 เข้ามาเป็นลำดับๆ มา เราจะค่อยๆ สังเกตเห็นกุศลหรืออกุศล สุข หรือทุกข์ กุศลอกุศลเสมอกัน เป็นไตรลักษณ์เหมือนกัน จิตก็ไม่สนใจแล้ว จิตวาง จิตจะทวนกระแสเข้ามาที่จิต เมื่อจิตทวนกระแสเข้ามาที่จิตแล้ว ตรงนี้เป็นจุดที่หลวงปู่ดูลย์บอกว่า นักปฏิบัติเกือบทั้งหมดมาตายอยู่ตรงนี้ มาตายอยู่ที่จิตประภัสสรนี้ล่ะ พอจิตเราสว่างผ่องใส เราก็ปลื้มอกปลื้มใจ โอ้ จิตเราดีแล้ว จิตเราไม่มีกิเลสแล้ว มันอยู่ได้ชั่วคราวเดี๋ยวมันก็เสื่อม หลวงปู่ดูลย์ท่านสอนหลวงพ่อ จิตประภัสสรครูบาอาจารย์วัดป่าเรียกว่าจิตผู้รู้ หลวงตามหาบัวท่านบอกว่า จิตผู้รู้หรือจิตประภัสสรนี่ล่ะคือจิตอวิชชา ยังไม่จบๆ แล้วบอกเกือบทั้งหมดของนักปฏิบัติมาตายอยู่ตรงจิตอวิชชา หรือจิตประภัสสร หรือจิตผู้รู้นี่ล่ะ มีหลายชื่อแต่ตัวเดียวกัน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ บ้านจิตสบาย 15 กุมภาพันธ์ 2569
Sun, 01 Mar 2026 - 1h 03min - 5134 - ไม่ยึดถือจิตก็ไม่ยึดถือขันธ์ 5 : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 14 ก.พ. 2569
"ในขันธ์ 5 เราจะเรียนรู้ความจริง ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ในขั้นตอนท้ายของสติปัฏฐานจะเป็นเรื่องการเจริญปัญญา เรียนแล้วได้ปัญญา เราจะมีปัญญาในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารก่อน แล้วมีปัญญาในจิตเป็นตัวสุดท้าย บางคนบารมีแก่กล้า ตัดเข้ามาที่จิตเลย เห็นจิตไม่ใช่เรา ทันทีที่เห็นจิตไม่ใช่เรา ขันธ์ 5 ไม่ใช่เรา โลกธาตุทั้งหมดไม่ใช่เรา จักรวาลไม่ใช่เรา แล้วถ้าตัดตรงตอนสุดท้าย เห็นจิตไม่ยึดถือจิตตัวเดียว ก็ไม่ยึดถือขันธ์ 5 ไม่ยึดถือโลกธาตุทั้งหมด ไม่ยึดถือจักรวาลทั้งหมด ฉะนั้นรู้ที่จิต ละที่จิต ตัดลงที่จิตที่เดียวเลย อันนี้เป็นเส้นทางที่ลัดที่สุดเลย ครูบาอาจารย์จะย้ำเลยว่า "การดูจิตเป็นการปฏิบัติที่ลัดสั้นที่สุด" วันใดเห็นว่าจิตไม่ใช่เรา ขันธ์ 5 ไม่เป็นเราหรอก ขันธ์ 5 เป็นผลผลิตจากจิต วันใดไม่ยึดจิต ก็ไม่ยึดขันธ์ 5 อัตโนมัติเลย นี้กำลังเราไม่พอ เราก็ไล่มาตามลำดับ รู้สึกกายไป เห็นความจริงของกาย เห็นความจริงของเวทนา บางท่านเข้ามาดูเวทนา แล้วเห็นปฏิจจสมุปบาท เห็นธัมมานุปัสสนาต่อ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 กุมภาพันธ์ 2569
Sat, 28 Feb 2026 - 1h 07min - 5133 - ธรรมะสำหรับคนทำงานบริการ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ก.พ. 2569
"การที่เราคอยสังเกตความรู้สึกตัวเอง มีประโยชน์อย่างยิ่งเลย เพราะทั้งวันมีสิ่งมากระทบใจเราตลอดเวลา อย่างเราเห็นชาวบ้านคนนี้มา ท่าทางคนนี้หรือเคยติดต่ออะไร คนนี้เรียบร้อย พูดจารู้เรื่อง เราเห็นคนนี้ ใจเราโอเค ใจเราชอบ อีกคนหนึ่งมาทีไรโวยวายทุกทีเลย เห็นหน้ามันเข้าประตูมา เราก็เกลียดแล้ว แทนที่เราจะรอให้เกลียดมากๆ อ่านใจตัวเองให้ออก ใจเราชอบก็รู้ ใจเราเกลียดก็รู้ มันไม่เห็นจะยากเลย คนทุกคนสามารถอ่านใจตัวเองได้ ปัญหาใหญ่คือละเลยที่จะอ่าน หัดดูอย่างนี้เรื่อยๆ เวลาเรากระทบอารมณ์แต่ละครั้งๆ จิตใจเราจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าทำตัวนี้ได้ ไม่นาน เราจะพบความอัศจรรย์ของธรรมะ เราจะรู้สึกศรัทธาในพระพุทธเจ้าอย่างยิ่งเลย เพราะจิตของเราจะเปลี่ยนแปลงในเวลาอันสั้น" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 กุมภาพันธ์ 2569
Mon, 23 Feb 2026 - 13min - 5132 - เริ่มจากจุดที่เราทำได้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 8 ก.พ. 2569
"เบื้องต้นก็มีวิหารธรรมแล้วก็เรียนของเราไป หรือเริ่มจากจุดที่เราทำได้ แล้วต่อไปความรู้ความเข้าใจมันจะขยายออกไป อย่างเรารู้กาย หายใจออกไม่ใช่เรา หายใจเข้าไม่ใช่เรา จิตที่ไปรู้กายที่หายใจก็ไม่ใช่เรา รู้หมดทั้งกายทั้งจิตล่ะ ฉะนั้นเบื้องต้นอยู่กับวิหารธรรมไป แล้วดูจิตหนีไปจากวิหารธรรมก็รู้ จิตถลำไปเพ่งไปจ้องเอาเป็นเอาตายก็รู้ แล้วจิตมันจะค่อยๆ พัฒนาเกิดความรู้ถูกเข้าใจถูก ความรู้มันก็จะกว้างขวางออกไปเรื่อยๆ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 8 กุมภาพันธ์ 2569
Sun, 22 Feb 2026 - 1h 01min - 5131 - วิญญาณไม่ใช่เรา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 ก.พ. 2569
"ถ้าเราหัดทำกรรมฐาน จิตเราไหลเรารู้เรื่อยๆ ต่อไปเราจะเห็นวิญญาณไม่เที่ยง วิญญาณคือความรับรู้อารมณ์ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เป็นอนัตตา สั่งไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ ตัวนี้ ถ้าพวกเราฝึกจิตให้ดี แล้วเรามาเห็นความเกิดดับของวิญญาณทางอายตนะทั้ง 6 การเจริญปัญญาจะสั้นนิดเดียว ถ้าเห็นวิญญาณไม่ใช่เรา จิตที่หยั่งรู้อารมณ์ สั่งไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ ตรงนี้ล่ะสำคัญมาก จะแตกหักกันตรงนี้ พอรู้ลงมาถึงจิต จิตไม่ใช่เราตัวเดียว ขันธ์ที่เหลือล้วนแต่เป็นผลผลิตของจิต จิตเป็นตัวไปรู้เข้า กระทั่งตัวที่เป็นผู้ไปรู้ยังไม่ใช่เราเลย ของถูกรู้มันจะเป็นเราได้อย่างไร" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 กุมภาพันธ์ 2569
Thu, 19 Feb 2026 - 51min - 5130 - จิตหยั่งลงในภพ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 2 ก.พ. 2569
"เราจะฝึกให้จิตตั้งมั่น ไม่ใช่ไปบังคับจิตให้ตั้งมั่น แต่มีสติรู้ทันจิตที่ไม่ตั้งมั่น คือจิตที่หยั่งลงไปตรงโน้นหยั่งลงไปตรงนี้ หยั่งไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจนั่นล่ะ ไม่มีที่อื่นหรอก ถ้าเราเห็นบ่อยๆ จิตเราจะตั้งมั่นมีกำลังขึ้นมา ฉะนั้นสัมมาสมาธิเกิดขึ้นแล้ว ก็ทำให้สัมมาญาณะบริบูรณ์ สัมมาญาณะคือการเจริญปัญญา มีสมาธิแล้วก็ต้องไปเดินปัญญา จะเห็นความจริงคือเห็นไตรลักษณ์ตรงนี้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 2 กุมภาพันธ์ 2569
Wed, 18 Feb 2026 - 20min - 5129 - ประโยชน์ของสมาธิในทางโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 ก.พ. 2569
"การฝึกสมาธิมีประโยชน์มาก ในทางธรรมมันมีประโยชน์อยู่แล้วล่ะ ในทางโลก พวกเราส่วนใหญ่อยู่ในทางโลก ก็ต้องรู้จักเอาสมาธิมาใช้ ฉะนั้นเวลาชีวิตมีปัญหาอย่าไปวิ่งชนมัน ปัญหามีเอาไว้แก้ ไม่ใช่วิ่งชน เอาไว้แก้ไข ทำใจให้สงบ ปัญญามันเกิด มันรู้ว่าอันไหนควรจะแก้แล้วมันจัด Sequence ให้เลย เรื่องนี้แก้ก่อน เรื่องนี้ต่อไปๆ รู้อันไหนเป็นปัญหาหลัก อันไหนเป็นปัญหารอง อันไหนเป็นปัญหาเฉพาะหน้า ไม่เหมือนกันแต่ละอัน สติปัญญามันเกิด มันก็แก้ถูกจุด แป๊บเดียว เวลาใจมันฟุ้งคิดเท่าไรๆ คิดไม่ออก คิดไม่ออก อย่าไปคิดมัน คิดไม่ออกก็ทำความสงบให้จิตได้พัก พอจิตได้พักจิตก็มีกำลัง นี่ประโยชน์ของสมาธิในทางโลก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 กุมภาพันธ์ 2569
Tue, 17 Feb 2026 - 1h 04min - 5128 - วิธีขจัดความเห็นผิดว่ามีตัวเรา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 31 ม.ค. 2569
"ทีแรกก็แยกหยาบๆ เป็นรูปธรรมนามธรรม แยกละเอียดขึ้นไปก็เป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ แยกละเอียดเข้าไปอีก ตัวรูปจริงๆ อย่างร่างกายเรานี้ จริงๆ เป็นธาตุ เป็นธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม บรรจุอยู่ในสเปซ คืออากาศธาตุ ดินเป็นตัวเราไหม น้ำเป็นตัวเราหรือเปล่า ลมเป็นตัวเราไหม อย่างหายใจ ลมหายใจเป็นตัวเราไหม น้ำ เราฉี่ออกมาเป็นตัวเราไหม พอดูลงไปเรื่อยๆ เราจะพบตัวเราไม่มีหรอก ส่วนที่เป็นร่างกายนี้ก็เป็นแค่ธาตุ ส่วนนามธรรมก็แยกไป 4 ส่วน เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เวทนา สัญญา สังขาร เขาเรียกเจตสิก คือสิ่งที่ประกอบกับจิต วิญญาณคือตัวจิตที่เกิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ วิญญาณกับจิตอันเดียวกัน เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ นี้เราไปแยกออกไป เราก็เห็นความสุขไม่ใช่เรา ความทุกข์ไม่ใช่เรา ความเฉยๆ ไม่ใช่เรา ความจำก็ไม่ใช่เรา ความดีก็ไม่ใช่เรา โลภ โกรธ หลง ก็ไม่ใช่เรา ความรับรู้ทางตาก็ไม่ใช่เรา ความรับรู้ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ก็ไม่ใช่เรา ความรับรู้ทางใจก็ไม่ใช่เรา ดูไปๆ แยกๆๆ ออกไป เหมือนถอดรถยนต์เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วรถยนต์หายไป เราแยกตัวเองออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วตัวเราหายไป เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วตัวเราไม่มี" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 มกราคม 2569
Mon, 16 Feb 2026 - 56min - 5127 - วิธีเอาชนะความทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 ม.ค. 2569
"สิ่งที่ชาวพุทธเราเรียน จุดสูงสุดก็เรียนรู้ชีวิตตัวเอง ทำความเข้าใจกับชีวิตของตัวเอง ถ้าเราเข้าใจชีวิตเราถ่องแท้แล้ว เราก็จะไม่ทุกข์ ความทุกข์อันนี้หมายถึงความทุกข์ทางใจของเรา ส่วนความทุกข์ทางร่างกาย มันเป็นเรื่องปกติ ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องทุกข์ ส่วนความทุกข์ทางใจเป็นสิ่งที่เราเอาชนะได้ วิธีเอาชนะก็คือการเรียนรู้ความจริงของชีวิตตัวเอง สิ่งที่เป็นตัวเราเขาเรียกมีประกอบด้วยร่างกายกับจิตใจ แล้วเราก็เรียนรู้ความจริงของร่างกายของจิตใจไป ความจริงของร่างกาย ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ความจริงของจิตใจ ต้องสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง ใจยอมรับได้ รู้สึกว่าธรรมดามันเป็นอย่างนี้ล่ะ พอเรายอมรับธรรมดาได้ก็คือเราเห็นธรรมะแล้ว เรียกว่าเราเห็นธรรมะแล้ว พอใจยอมรับธรรมดาได้ ใจจะไม่เกิดความอยาก มันจะอยากทำไม อยากไม่แก่อย่างนี้ อยากไปแล้วก็ป่วยการ อย่างไรมันก็แก่ อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตาย อย่างไรมันก็หนีไม่ได้ อยากไปก็เหนื่อยเปล่าๆ ทุกข์เปล่าๆ เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนามองโลกแง่ร้าย สอนให้เราดูความจริงของชีวิตเราจริงๆ ทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ ถ้าเราเข้าใจธรรมดาของร่างกาย ธรรมดาของจิตใจ นั่นล่ะคือการเข้าใจธรรมะ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 มกราคม 2569
Sun, 15 Feb 2026 - 27min - 5126 - ทำอย่างไรใจจะไม่ทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 ม.ค. 2569
"พวกเราฝึกเรื่อยๆ วันหนึ่งเราจะเข้าใจธรรมะ คือจิตยอมรับความจริง ยอมรับความจริงได้ว่า เราจะต้องแก่ จะต้องเจ็บ จะต้องตาย เราจะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักจากคนที่รัก เราต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รักไม่ชอบใจ เราจะต้องเจอกับความสมหวัง ผิดหวัง เอาแน่เอานอนไม่ได้ จิตยอมรับความจริงได้แล้วจะไม่ทุกข์ จะค่อยๆ คลายความยึดถือออกไป ถึงขั้นสุดท้ายบรรลุพระอรหันต์ นอกจากเห็นความจริงร่างกายจิตใจไม่ใช่ตัวเรา จะเห็นเลยไม่ใช่ของที่น่ายึดถือ จิตปล่อยวางไม่ยึดถือมัน เมื่อจิตไม่ยึดถือ กายจะแก่จิตไม่หวั่นไหว กายจะเจ็บจิตไม่หวั่นไหว อะไรจะเกิดขึ้นในโลกจิตก็ไม่หวั่นไหว พ้นจากความหวั่นไหวสิ้นเชิง ไม่กระเพื่อมไม่หวั่นไหว เรารู้ว่าทุกอย่างในโลกเรานี้ เราอยู่เหมือนอยู่ในความฝันเท่านั้นเอง ไม่ใช่ของจริงแท้แน่นอนอะไร ของหลอกๆ ชั่วครั้งชั่วคราว แล้ววันหนึ่งทุกอย่างที่เราเห็น ทุกอย่างที่เรามี ทุกอย่างที่เราเป็น ถึงวันหนึ่งก็ต้องหมดไปสิ้นไป ใจยอมรับตรงนี้ได้ ใจจะไม่ทุกข์ นี่คือศาสตร์ที่จะนำเราไปสู่ความพ้นทุกข์ คือหันหน้ามาเรียนรู้ทุกข์ สิ่งที่เรียกว่าทุกข์ ทุกข์อยู่ที่กายอยู่ที่ใจ หันหน้ามาเรียนรู้ความจริงของร่างกายจิตใจ จนจิตฉลาด ยอมรับความจริงของร่างกายของจิตใจได้ว่าเป็นของไม่เที่ยง ของที่ถูกบีบคั้นให้แตกสลาย เป็นของที่ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา จิตยอมรับได้ จิตก็ปล่อยวางไม่ยึดถือ จิตก็พ้นจากทุกข์สิ้นเชิง นี่คือสิ่งที่ตอบโจทย์ว่าทำอย่างไรเราจะไม่ทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 มกราคม 2569
Thu, 12 Feb 2026 - 42min - 5125 - ยอมรับความจริงของโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ม.ค. 2569
"เราไม่หนีโลก แล้วเราก็อย่าหลงโลก อยู่กับโลกด้วยการรู้เท่าทันมัน เท่าทันว่าจริงๆ โลกนี้ทุกระดับ ตั้งแต่โลกใหญ่ๆ จนถึงโลกเล็กๆ คือตัวเราเองนี้ ตกอยู่ใต้สถานการณ์อันเดียวกัน คือไม่เที่ยง แล้วก็ถูกบีบคั้นอยู่ตลอดเวลา ให้เสื่อมไป แตกสลายไป แล้วก็บังคับควบคุมอะไรไม่ได้ สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่ตามที่เราอยากให้เป็น พระพุทธเจ้ามีพระปัญญาธิคุณมาก ท่านสอนเราให้เรียนรู้กายรู้ใจของตัวเอง เรียนรู้รูปนามนี้ล่ะ ถ้าเราเข้าใจความจริงของรูปนามกายใจตัวเอง เราก็จะเข้าใจคนอื่น แล้วเราก็เข้าใจโลก แต่ถ้าเรียนรู้โลก มันเรียนไม่จบ ความรู้ในโลกมันไม่มีวันจบ พระพุทธเจ้าเลยสอนให้เรามาเรียนรู้ที่กายที่ใจตัวเองนี้ เพราะเรียนแล้วมีที่จบ จบตรงเกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ คือรู้ความเป็นจริงของรูปนามกายใจหรือของชีวิตเรานี้เอง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 มกราคม 2569
Wed, 11 Feb 2026 - 1h 00min - 5124 - ข้อดีและข้อด้อยของกรรมฐานต่างๆ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 24 ม.ค. 2569
"อานาปานสติไม่ใช่ง่าย มีความพลิกแพลงมากมาย จะทำให้เป็นสมถะก็ได้ ทำให้เป็นวิปัสสนาก็ได้ ทำให้เกิด คือขณิกสมาธิก็ได้ อุปจารสมาธิก็ได้ อัปปนาสมาธิก็ได้ พลิกไปเป็นกสิณก็ได้ ฉะนั้นโอกาสที่จะพลาดก็เยอะ มีทางแยกเยอะ อาจารย์อภิธรรมบางท่านสอนเลย อานาปานสติเป็นกรรมฐานของมหาบุรุษ คือระดับบารมีสูงๆ ถ้าพวกเราไม่ได้ขนาดนั้น เราก็ใช้ตัวที่ง่ายกว่าอานาปานสติ เราใช้อิริยาบถ 4 ข้อดีคือดูง่าย ขณะนี้นั่งอยู่ รู้สึก ขณะนี้เดินอยู่ รู้สึก ขณะนี้ยืนอยู่ รู้สึก ขณะนี้นอนอยู่ รู้สึก แต่ข้อเสียก็คือมันอยู่ในแต่ละอิริยาบถนานไป อย่างเรานั่ง นั่งเป็นชั่วโมง จะดูรูปนั่งตั้งชั่วโมง ขี้เกียจดู เบื่อ เดี๋ยวก็ไม่ยอมดู ลืม อีกตัวหนึ่งที่พอดีๆ ไม่ละเอียดเกินไปแบบอานาปานสติ แล้วก็ไม่หยาบเกินไปแบบอิริยาบถ 4 คือการรู้สึกในร่างกาย เคลื่อนไหว รู้สึก หยุดนิ่ง รู้สึก เราก็เคลื่อนไหวเป็นระยะๆ เดี๋ยวก็ขยับตรงโน้น เดี๋ยวก็ขยับตรงนี้ คอยรู้สึกไป ถ้าเราใช้ อันนี้เขาเรียกสัมปชัญญบรรพ เคลื่อนไหวแล้วรู้สึก หยุดนิ่งแล้วรู้สึก ทำไปเรื่อยๆ แต่มีข้อแนะนำ ถ้าจะใช้บรรพอันนี้ ควรจะเคลื่อนไหวแบบเป็นธรรมชาติ ถ้าเคลื่อนไหวซ้ำซาก เดี๋ยวก็เผลอ แล้วโอกาสพลาดสูงคือไปเพ่ง เพราะฉะนั้นเราทำกรรมฐาน เราก็ดูแต่ละอย่างมีทั้งข้อดีข้อด้อย อันไหนพอดีกับเรา อันไหนเหมาะกับเรา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 มกราคม 2569
Tue, 10 Feb 2026 - 52min - 5123 - พัฒนาจิตให้กลับสู่ความเป็นประภัสสร : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 18 ม.ค. 2569
"ในความเป็นจริงแล้วจิตของเราทุกคน กระทั่งจิตของสัตว์เดรัจฉาน จิตของเทวดา ของสัตว์นรกอะไร จิตดั้งเดิมประภัสสรผ่องใสอยู่แล้ว จิตประภัสสรสว่าง สงบ แต่โง่ไม่ฉลาด ยังไม่ฉลาด ไม่มีปัญญา ฉะนั้นจิตประภัสสร ครูบาอาจารย์วัดป่าเรียกว่าจิตผู้รู้ ทีนี้พวกเราจะต้องมาพัฒนาจิตผู้รู้ หรือพยายามพัฒนาจิตให้กลับไปสู่สภาวะเดิมคือจิตที่ประภัสสร การที่จะพัฒนาจิตให้กลับไปสู่ความเป็นจิตผู้รู้หรือจิตประภัสสรได้ ต้องรู้ทันว่ามีอะไรแปลกปลอมเข้ามา มีอะไรมาปิดบังจิตไว้ ส่วนใหญ่ก็คือความปรุงแต่งทั้งหลายนั่นล่ะ ทั้งดีทั้งชั่วนั่นล่ะ เข้ามาปิดบังจิตที่ประภัสสรเอาไว้ เพราะฉะนั้นวิธีการที่เราจะปฏิบัติ เราจะต้องรู้ทันเวลาสิ่งแปลกปลอมมันเข้ามาบังจิตใจของเรา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 18 มกราคม 2569
Mon, 09 Feb 2026 - 57min - 5122 - ประโยชน์ของการทำสมถะ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 17 ม.ค. 2569
"ชีวิตนี้วุ่นวาย มีเรื่องปวดหัวมากมาย ถ้าถึงเวลาเรากลับบ้านกลับช่อง ไปทำงานมาเหนื่อยๆ กลับบ้าน อาบน้ำอาบท่า พักผ่อนสบายแล้วก็ภาวนา ไหว้พระ สวดมนต์ ให้จิต ทำกรรมฐาน มีวิหารธรรมให้จิตอยู่ในอารมณ์ที่เราอยู่แล้วมีความสุข ไม่นานจิตก็สงบ แล้วจิตมีกำลัง ไปต่อสู้กับชีวิตได้อีก ถ้าจิตไม่มีแรง แล้วก็เหนื่อยมากๆ สู้ชีวิตไปมากๆ เดี๋ยวก็เป็นโรคจิต โรคซึมเศร้า ทุกวันนี้คนเป็นโรคจิต โรคซึมเศร้า มหาศาลเลย คนไทยเรานี้ล่ะ ไม่ต้องชาติอื่นหรอก ฝรั่งมังค่าที่เศรษฐกิจมันพัง พิลึกพิลั่น พิกลพิการเยอะแยะเลย จิตใจ ถ้าเราทำได้จิตเราจะมีกำลังไปสู้กับชีวิตได้ดี แล้วถ้าเรามีสมาธิดีๆ เวลาคิดงาน จะคิดได้ดี บางเรื่อง งานยากๆ เราคิดไม่ออก คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ก็อย่ามัวแต่ไปคิดซ้ำซาก คิดแบบแมลงบินชนกระจก ไปเจอหน้าต่างกระจกแล้วชนอยู่นั่นล่ะ เดี๋ยวก็ตายเปล่า มาทำใจให้สบาย สงบก่อน พอใจเราสงบ มันจะเกิดปัญญาไปแก้ปัญหาชีวิต หรือแก้ปัญหาการงานได้ ได้ดีขึ้นเพราะตอนที่จิตสงบ ใจเราจะไม่มีอคติ ไม่มี Bias เราจะมองอะไรได้ถูก ได้ตรง มากกว่าคนซึ่งเขาไม่มีสมาธิ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 17 มกราคม 2569
Sun, 08 Feb 2026 - 49min - 5121 - วิธีสู้กิเลส : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ม.ค. 2569
"สติปัฏฐานเป็นคำสอนที่สุดยอดเลย เป็นแบบฝึกหัดที่สุดยอดจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยากเกินไปด้วยเป็นสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้ การทำสติปัฏฐาน เริ่มต้น เราต้องหาเครื่องอยู่ให้จิตอยู่สักอย่างหนึ่ง เครื่องอยู่ที่พระพุทธเจ้าสอนเราก็คือกาย ร่างกายเรานี้ เวทนา ความรู้สึกสุขทุกข์ จิตที่เป็นกุศลอกุศล แล้วก็ธรรมคือสภาวะรูปธรรมนามธรรมทั้งหลายทั้งปวง อันนี้จะดูยาก กระบวนการทำงานของมัน ของที่ดูง่ายๆ ก็ดูกาย ดูเวทนา ดูจิต ถ้าจิตเราไม่มีเครื่องอยู่ จิตจะร่อนเร่หนีไปตลอดเวลาโดยเราไม่รู้ว่าจิตกำลังหลงทางอยู่ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นเราต้องดูวิหารธรรมที่พอเหมาะพอดีกับตัวเราเอง บางคนถนัดรู้สึกกาย บางคนไม่ชอบดูกาย อาจจะชอบดูเวทนาคือความรู้สึกสุขทุกข์ บางคนไม่ชอบดูเวทนา ดูจิตก็ได้ จิตที่เป็นกุศลอกุศล ส่วนธัมมานุปัสสนาเป็นของละเอียด ทำตรงนี้ง่ายๆ ก่อน ทำตรงที่ง่ายๆ ได้แล้ว ต่อไปก็ทำของที่ละเอียดได้ วิธีจะสู้กับกิเลสก็ต้องมีความรู้สึกตัว ความรู้สึกตัวเรียกว่าสัมปชัญญะ รู้เนื้อรู้ตัวอยู่ รู้ว่าตอนนี้เราจะสู้กับกิเลส รู้วิธีว่าเราจะมีสติระลึกรู้เท่าทัน ร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึก จิตใจเคลื่อนไหว รู้สึก ทำไปเรื่อยๆ แล้วสติเราจะแข็งแรงมากขึ้นๆ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 ม.ค. 2569
Wed, 04 Feb 2026 - 1h 00min - 5120 - แผนที่การเดินทางในสังสารวัฏ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 10 ม.ค. 2569
"เราตามรู้กายรู้ใจเนืองๆ จิตมันยอมรับความจริงได้ ความสุขในร่างกายก็ไม่ยั่งยืน ความทุกข์ในร่างกายก็ไม่ยั่งยืน ความสุขในจิตใจก็ไม่ยั่งยืน ความทุกข์ในจิตใจก็ไม่ยั่งยืน เห็นแล้วก็รู้ เราถูกหลอกให้วิ่งหาความความสุข ให้วิ่งหนีความทุกข์ตลอดเวลา วิ่งหาความสุข ความสุขก็ไม่ยั่งยืน วิ่งหนีความทุกข์ มันก็หนีไม่ได้จริง เพราะจริงๆ สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ ไม่ใช่เป็นสุข เราหนีความจริงไม่ได้ พอเราเห็นตามความเป็นจริง ใจมันก็เบื่อ ก็ค่อยๆ คลายความยึดถือ จิตใจเราก็เข้าสู่ความเป็นกลาง มีความสุขมีความทุกข์ในกาย ใจก็เป็นกลาง มีความสุขความทุกข์ในจิตใจ จิตใจเราก็เป็นกลาง สุขกับทุกข์เสมอกันด้วยความไม่เที่ยง ด้วยความอยู่ชั่วคราว มันทนอยู่ตลอดไปไม่ได้ แล้วเราก็บังคับไม่ได้เหมือนๆ กัน ตรงนี้สำคัญ ไปดูเรื่อยๆ นานๆ ดูทีหนึ่งไม่ได้กินหรอก ดูถี่ๆ ดูเนืองๆ สติระลึกรู้กาย สติระลึกรู้ใจไป" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 มกราคม 2569
Tue, 03 Feb 2026 - 52min - 5119 - ปลูกศรัทธาในใจเรา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 ม.ค. 2569
"ศรัทธาของปุถุชนกลับกลอก ทีแรกอาศัยเชื่อลองดูก่อน ยังไม่ต้องศรัทธาเต็มร้อยหรอกเพราะไม่มีหรอก ศรัทธาบ้าง ไม่ศรัทธาบ้าง แต่มาลองดู มาลองเรียนไตรสิกขาดู แล้วพอเราเห็นผลของการปฏิบัติ ศรัทธาของเราจะแน่นแฟ้น การที่เราเข้าเห็นผลของการปฏิบัติเรียกว่าเรามีปัญญาแล้ว เรารู้เหตุรู้ผลแล้ว ทำศีลไปอย่างนี้มีผลอย่างนี้ เจริญสมาธิมีผลอย่างนี้ เจริญปัญญามีผลอย่างนี้ ถึงโลกุตตระแล้วเป็นอย่างนี้ๆ ศรัทธาเราจะแน่นแฟ้นมากขึ้นๆ พอเราเข้าถึงธรรมะที่แท้จริง ศรัทธาเราแน่นแฟ้น แต่ถ้ายังเป็นปุถุชนอยู่ ศรัทธายังกลับกลอกได้ เราก็ต้องระมัดระวังจิตใจของเรา ทำอย่างไรศรัทธาเราจะไม่ตกง่าย ตั้งใจรักษาศีลให้ดี ทุกวันทำในรูปแบบไว้ คบก็คบคนซึ่งเขาสนใจปฏิบัติด้วยกัน มีเวลาก็มาฟังธรรมมาวัด มาไม่ได้ก็ดูยูทูปเอา ให้ใจมันเคล้าเคลียอยู่กับธรรมะ ถ้าใจมันเคล้าเคลียอย่างนั้นเรื่อยๆ ไปศรัทธามันจะไม่ตก ถ้าตกก็ตกแวบๆ เดี๋ยวก็ศรัทธาใหม่" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 4 มกราคม 2569
Mon, 02 Feb 2026 - 1h 02min - 5118 - ยอมรับความเป็นธรรมดา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 ม.ค. 2569
"ธรรมะมันธรรมดา เมื่อไรใจเรายอมรับธรรมดาได้ ใจเราเป็นธรรมดา ใจเราไม่ทุกข์ ความทุกข์มันเกิดจากความอยาก ความอยากทั้งหลายล้วนแต่เรื่องไม่ธรรมดาทั้งนั้น อย่างธรรมดาของร่างกายเรา ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เราอยากไม่แก่ อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตาย อยากของที่มันไม่ธรรมดา จิตใจเราต้องกระทบอารมณ์ที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง พลัดพรากจากสิ่งที่รัก ประสบกับสิ่งที่ไม่รัก สมปรารถนาบ้าง ไม่สมปรารถนาบ้าง มันธรรมดา เราก็ไม่อยากพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก จากคนที่เรารัก เราอยากให้สิ่งที่เราไม่ชอบหมดไปสิ้นไป เป็นเรื่องความอยาก ความอยากทั้งหลายแหล่ล้วนแต่เป็นเรื่องไม่ธรรมดาทั้งนั้น ที่เรามาปฏิบัติธรรมกันคือเรามาเรียนรู้ธรรมดาของชีวิตเรา สิ่งที่เป็นตัวเราก็ร่างกายกับจิตใจ มาเรียนรู้ธรรมดาของร่างกาย เรียนรู้ธรรมดาของจิตใจ ถ้ายอมรับธรรมดาของกายได้ ก็จะไม่มีความอยากอะไรที่ผิดธรรมดา ใจเราไม่ทุกข์ ยอมรับธรรมดาของจิตใจได้ ก็ไม่มีความอยากที่ผิดธรรมดา ใจมันก็ไม่ทุกข์ ความอยากทั้งหลายแหล่ ล้วนแต่เรื่องผิดธรรมดาทั้งนั้น" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 มกราคม 2569
Sun, 01 Feb 2026 - 55min - 5117 - การเห็นทุกข์คือการเห็นอริยสัจ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 ม.ค. 2569
"การเห็นทุกข์ก็คือการเห็นอริยสัจ ถ้าเรารู้ความจริง โดยเฉพาะการรู้ความจริงว่าจิตคือตัวทุกข์ จิตรู้ทุกข์แจ่มแจ้งก็จะละสมุทัย ละความอยาก ละความยึด ตรงที่เรารู้ทุกข์แจ่มแจ้งเรียกว่าเรามีวิชชา ล้างอวิชชาได้ อวิชชาคือความไม่รู้ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค นั่นล่ะไม่รู้อริยสัจ เราภาวนาเรื่อยๆ เราเห็นมีแต่ทุกข์ ถ้ายังดูตรงนี้ไม่ออก บางคนยังไม่เห็น ก็ดูทุกข์ของกายไป กายนี้ทุกข์ แล้วพอจิตเรามีสติ สมาธิ ปัญญาแข็งแรงขึ้น มันจะเห็นว่าจิตจะเป็นตัวทุกข์ ไม่มีใครทำอะไรมัน การที่มันมีผัสสะแล้วมันสะเทือนตลอดเวลามันคือทุกข์ ทุกข์แบบบอกไม่ถูกเลย แล้วภาวนาเรื่อยๆ จนมันรู้แจ่มแจ้ง จิตนี้คือตัวทุกข์ มันก็จะปล่อยวาง ฉะนั้นรู้ทุกข์แจ่มแจ้งมันก็จะละสมุทัยโดยอัตโนมัติ สมุทัยเป็นตัวตัณหา เป็นตัวอยาก เป็นตัวยึด ละโลภะตัวนี้ได้ ฉะนั้นรู้ทุกข์แจ่มแจ้งมันก็หมดอยาก ถ้ารู้ทุกข์ไม่แจ่มแจ้งมันก็จะเกิดความอยาก พอถึงขั้นละเอียด เราจะเห็นจิตมันทำงานทั้งวันทั้งคืน มันสะเทือน ถ้าเราเห็นอย่างนั้นมันก็จะปล่อยวางจิตได้ แต่ถ้าเรายังเห็นไม่ถึง เรายังเห็นผิดอยู่ ไม่รู้แจ้งอริยสัจ เรายังเห็นว่าจิตนี้เป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้าง อันนี้เรียกว่าเรายังรู้ไม่จริง เราเห็นแต่เวทนา จิตเดี๋ยวก็มีโสมนัสเวทนา คือมีความสุขทางใจ เดี๋ยวมีโทมนัสเวทนา คือมีความทุกข์ทางใจ เราไปเห็นอย่างนี้ เราเห็นแค่ตัวเวทนา เราไม่ได้เห็นอริยสัจ ทุกขเวทนากับทุกขสัจคนละเรื่องกัน ถ้าเป็นทุกขสัจ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณคือตัวทุกข์ นี้เราเห็นอริยสัจแล้ว " หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 มกราคม 2569
Thu, 29 Jan 2026 - 30min - 5116 - ทำกรรมฐานที่เราถนัด : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 31 ธ.ค. 2568
"ไม่มีกรรมฐานอะไรดีกว่ากรรมฐานอะไร กรรมฐานอันไหนทำแล้วสติเกิด อันนั้นดีกับเรา อาจจะไม่ดีกับคนอื่น หรือกรรมฐานที่ดีของคนอื่น อาจจะไม่เหมาะกับเรา เราทำแล้วไม่ได้ผลก็ได้ เพราะฉะนั้นกรรมฐาน ทางใครทางมัน ดูที่มันเหมาะกับตัวเอง อย่างหลวงพ่อไม่ชอบดูกาย รู้สึกมันตื้น มันไม่ถึงใจ หลวงพ่อดูแล้วไม่สนุก จริตนิสัยคนเราไม่เหมือนกัน แต่หลวงพ่อ หลวงปู่ดูลย์ให้หลวงพ่อดูจิต โอ้ สนุก จิตนี้ทำไมมันวิจิตรพิสดาร มันหลากหลายเหลือเกิน ทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่งที่เราถนัด กายก็ได้ เวทนาก็ได้ หรือดูจิตใจตัวเองก็ได้ แล้วคอยรู้จิตใจตัวเอง จิตหนีไปจากกรรมฐาน รู้ทัน จิตถลำไปเพ่งกรรมฐาน รู้ทัน อย่างเพ่งท้อง เพ่งเท้า หรือเพ่งลมหายใจ หรือเพ่งพุทโธ เพ่งความรู้สึกสุขทุกข์ เพ่ง จิตโกรธขึ้นมาก็ไปเพ่งโกรธอะไรอย่างนี้ จิตมันถลำลงไปเพ่งความโกรธ ให้รู้ทันจิตตนเอง พอเรารู้ทันจิตตัวเองได้ คล้ายๆ เราได้กุญแจที่จะไขตู้พระไตรปิฎกแล้ว จิตเรานี้ล่ะคือกุญแจที่จะไขธรรมะ ไขตู้ธรรมะในใจของเรา ถ้าเราไม่มีจิตที่ตั้งมั่น เรายังห่างไกล" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 ธันวาคม 2568
Wed, 28 Jan 2026 - 1h 00min - 5115 - วิธีออกจากโลกของความคิด : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 ธ.ค. 2568
"ถ้าเรารู้ว่ากำลังฝันอยู่ คือกำลังหลงอยู่ จิตเราจะตื่นทันที แบบเดียวกันถ้านอนหลับอยู่ เรารู้ตัวว่ากำลังฝัน จิตจะตื่น ร่างกายจะตื่นขึ้นมา แล้วเวลาภาวนาถ้าเรารู้ทันว่าจิตเราฝันอยู่ จิตเราหลงอยู่ในโลกของความคิด จิตจะตื่นทันทีเลย เมื่อจิตตื่นก็ฝึกบ่อยๆ ให้ตื่นบ่อยๆ ทำกรรมฐานอันหนึ่งจิตหลงไป คือจิตฝันไป รู้ทัน จิตก็จะตื่น เดี๋ยวก็ฝันอีก ฝันอีก รู้อีกก็ตื่นอีก ทำให้มากเจริญให้มาก ในที่สุดจิตจะมีกำลัง จิตมีกำลังขึ้นมา จะตื่นโดยเราไม่เจตนาคราวนี้ แต่ตรงนี้ก็ยังเป็นโลกิยะ ยังเสื่อมได้ ไม่ต้องตกใจ มีหน้าที่ทำกรรมฐานไป พอจิตไหลไปจิตหลงไป รู้ทัน ทำให้มากเจริญให้มาก มันก็จะตื่นขึ้นมา พอตื่นขึ้นมาช่วงหนึ่งก็เสื่อม เราก็ปฏิบัติเหมือนเดิมนั่นละ ทำทุกวันก็จะเห็นเจริญแล้วเสื่อม เจริญแล้วเสื่อม ต่อไปจิตมีกำลังมาก จิตเราตื่นโดยที่เราไม่ต้องระวังรักษา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 29 ธันวาคม 2568
Mon, 26 Jan 2026 - 23min - 5114 - จากบุพพภาคมรรคสู่อริยมรรค : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 28 ธ.ค. 2568
"ถ้าเรามีทฤษฎีชี้นำที่ถูก รู้เบื้องหลังความคิดของตัวเอง ศีลของเราก็จะดี คำพูดของเราดี พฤติกรรมทางร่างกายของเราดี การดำรงชีวิตของเราดี เมื่อเราดี ตรงนี้ใจเราจะไม่วุ่นวาย ใจเราจะสงบสุข เราก็จะสามารถก้าวไปสู่กลุ่มของมรรคที่ตรง เป็นการพัฒนาจิตโดยตรง มีองค์ 3 สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ มีองค์ 3 ประการ เมื่อเรามีทฤษฎีชี้นำถูกคือเราต้องรู้ทุกข์ ละสมุทัย มีความคิดที่ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส มีศีลที่ดีทั้งคำพูดทั้งการกระทำ ทั้งการทำมาหากิน ใจเราก็ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่มีเรื่องต้องทุกข์ร้อนมากมาย การปฏิบัติจะง่าย อริยมรรคเกิดเองเมื่อ ศีล สมาธิ ปัญญา สมบูรณ์ เวลาอริยมรรคเกิด มรรคทั้ง 8 เกิดร่วมกันทีเดียว แต่เวลาเราเรียน ค่อยๆ พัฒนามรรคมาทีละตัวๆ อันนั้นเรียกว่าบุพพภาคมรรคยังไม่ใช่อริยมรรค เวลาอริยมรรคเกิด ทั้งหมด 8 ตัวนี้ รวมเข้าด้วยกันทีเดียว" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 ธันวาคม 2568
Sun, 25 Jan 2026 - 1h 02min - 5113 - ทางสายกลางของแต่ละคน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 ธ.ค. 2568
"ความพอดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างบางคนกินข้าวแค่นี้พอดี นอนแค่นี้พอดี อันนี้เป็นทางสายกลางของคนนั้น อีกคนหนึ่งต้องอดนอน อดนอนผ่อนอาหารแล้วพอดี จิตใจมีสติ มีสมาธิ เดินปัญญาคล่องแคล่ว อันนี้ทางสายกลางของเขา เราเห็นครูบาอาจารย์อดนอน ผ่อนอาหาร แล้วท่านเจริญในธรรม เราก็คิดว่าต้องทำแบบนี้แล้วเจริญ ร่างกายเราไม่ได้เหมาะที่จะเป็นอย่างนั้น ก็ทรมานตัวเอง อันนั้นไม่ใช่ทางสายกลาง อันนั้นเป็นอัตตกิลมถานุโยค การทำสิ่งเดียวกัน เท่าๆ กันกับคนอื่น อาจจะหย่อนไป หรืออาจจะตึงไปก็ได้ การวัดทางสายกลางนั้น วัดที่ตัวเราเอง ไม่ได้ไปเทียบกับคนอื่นหรอก สังเกตที่ใจของเรา อันไหนทำแล้วกุศลเจริญ อกุศลลดละลงไป อันนั้นพอดีกับเรา สังเกตตรงนี้ มีสติรู้เท่าทัน อันไหนที่เราทำแล้ว อกุศลที่มีอยู่ดับไป อกุศลใหม่ไม่เกิด อันไหนที่เราทำแล้วกุศลที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น กุศลที่เกิดแล้วก็เจริญขึ้น อันนั้นทางสายกลางสำหรับตัวเรา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 ธันวาคม 2568
Mon, 19 Jan 2026 - 59min - 5112 - อย่าทิ้งโอกาสในการปฏิบัติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 ธ.ค. 2568
"ในฐานะที่พวกเราเกิดมาในยุคที่พระพุทธศาสนายังดำรงอยู่ อย่าปล่อยปละละเลยโอกาส โอกาสทองอย่างนี้หายาก นานๆ ถึงจะเกิดศาสนาพุทธทีหนึ่ง แล้วศาสนาพุทธก็มักจะอยู่ได้ไม่นาน เป็นศาสนาที่เข้าใจยาก เป็นศาสนาที่ทวนกระแสของโลก สัตว์โลกมันไหลไปตามกระแสของกามของกิเลส เราคิดว่ากามสุขมันยิ่งใหญ่เหลือเกิน เราก็เลยผัดวันประกันพรุ่ง ตอนนี้ขอหากามสุขไว้ก่อน ไว้เจอพระศรีอาริย์แล้วค่อยแสวงหาสุข ที่ประณีตขึ้นไปจากความพ้นทุกข์พ้นกิเลส อย่าโง่ เราสามารถพัฒนาจิตของเรา ให้เข้าถึงความสุขความสงบได้ตั้งแต่ในชีวิตนี้ เรื่องอะไรเราจะต้องจมในความทุกข์ไปอีกตั้งนาน เพื่อจะไปเจอธรรมะอันเดียวกันนี้อีก ฉะนั้นอย่าโง่ มีโอกาสศึกษาปฏิบัติธรรมทำไว้ แล้วชีวิตเราร่มเย็นเป็นสุข มันมีความสุขจริงๆ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 21 ธันวาคม 2568
Sun, 18 Jan 2026 - 59min - 5111 - วิเวก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 ธ.ค. 2568
"จะล้างกิเลสให้เด็ดขาดก็ต้องทำวิปัสสนา ทำจิตให้สงบ นั่งสมาธิ ข่มกิเลสได้ชั่วคราว หมดกำลังสมาธิ กิเลสมันก็กลับมาอีกแล้ว "เป็นฆราวาสทำวิเวก 3 ได้ไหม ทำกายวิเวกได้ไหม ทำจิตตวิเวกได้ไหม ทำอุปธิวิเวกได้ไหม" กายวิเวกไม่มีก็เพราะแส่ส่ายออกไปเอง แต่อย่างถ้าเราจำเป็นต้องอยู่กับคนมากๆ เราฝึกจิตให้ดี ก็เหมือนอยู่คนเดียว อยู่ตรงไหนก็เหมือนอยู่ตามลำพัง มีจิตตวิเวกตัวเดียว มันก็เหมือนมีกายวิเวกอยู่ในตัวแล้ว อยู่กับคนเยอะๆ ก็เหมือนอยู่กับอากาศธาตุ อุปธิวิเวกก็อาศัยการทำสติปัฏฐานไป มีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 ธันวาคม 2568
Mon, 12 Jan 2026 - 1h 02min - 5110 - หัดเจริญสติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 13 ธ.ค. 2568
"ทำกรรมฐานจะเริ่มจากกายก็ได้ เริ่มจากเวทนาก็ได้ เริ่มจากจิตก็ได้ ทำกรรมฐานอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่ง แล้วคอยรู้สภาวะ สภาวะคือรูปธรรมนามธรรม ไม่ใช่เรื่องราวที่เราคิด อย่างเราขยับเราเห็นรูปมันเคลื่อนไหวใจเป็นคนรู้สึก เดินจงกรมรูปมันเคลื่อนไหวใจเป็นคนรู้สึก มีกายกับใจ ร่างกายถูกรู้ ใจเป็นคนรู้ ถ้าดูนามธรรม เห็นสุข ทุกข์ ดี ชั่ว เกิดขึ้นมา เปลี่ยนแปลง ใจเราเป็นคนรู้คนเห็น มันต้องมีใจเป็นคนรู้คนเห็น เพราะฉะนั้นการปฏิบัติตรงที่เราจะเริ่มเจริญปัญญา เราต้องแยกขันธ์ได้ แล้วขันธ์อย่างน้อยแยก 2 ขันธ์ แล้ว 1 ใน 2 ที่ต้องมีขาดไม่ได้คือจิตหรือวิญญาณขันธ์ จิตรู้กายที่เคลื่อนไหว แล้วพอจิตมันรู้กายมันกำลังหลงๆ พอร่างกายเคลื่อนไหวปุ๊บ สติมันเกิดเอง ทันทีที่สติเกิดสัมมาสมาธิจะเกิดร่วมด้วยอัตโนมัติ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ วัดเจ้าอาม 13 ธันวาคม 2568
Sun, 11 Jan 2026 - 35min - 5109 - วิธีละสักกายทิฏฐิ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ธ.ค. 2568
"ทาน ศีลต้องทำอยู่แล้ว ภาวนาให้จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู ให้จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู เมื่อจิตเราตั้งมั่นมีกำลังแล้ว เราจะเห็นขันธ์แต่ละขันธ์แยกกันอยู่ เราไม่ต้องแยกขันธ์ แต่ละขันธ์ไม่ใช่เรา แล้วเสร็จแล้วพอรู้แจ้งตัวอื่น ทวนเข้ามาที่จิต บางคนตัดเข้ามาที่จิตเลย ถ้ากำลังน้อยก็ดูไปทีละขันธ์ กำลังมากก็เข้ามาที่จิตเลย เห็นผู้รู้เองเกิดดับ แล้วถ้ามาตรงนี้ได้ก็ผ่าน รู้แล้วจิตผู้รู้ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา ขันธ์ 5 ซึ่งจิตผู้รู้พัฒนาขึ้นมา ขันธ์ 5 มาจากจิตตัวเดียวนี่ล่ะ วิญญาณะปัจจะยา นามะรูปัง วิญญาณหรือปฏิสนธิวิญญาณ วิญญาณที่หยั่งลงไป ทำให้นามรูปปรากฏขึ้นมา ถ้าเราเห็นถึงต้นตอของมัน จิตวิญญาณไม่ใช่เรา สิ่งที่สร้างขึ้นมาก็ไม่ใช่เรา โลกที่อาศัยอยู่ก็ไม่ใช่เรา ไม่มีเราในขันธ์ 5 ไม่มีเรานอกขันธ์ 5 ไม่มีเราที่ไหนเลย ถ้าเราถึงตรงนี้ เราเข้าจุดที่ปลอดภัยแล้ว" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 ธันวาคม 2568
Thu, 08 Jan 2026 - 41min - 5108 - ความเผลอเพลินคือตัวร้าย : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 ธ.ค. 2568
"เรามีสติรู้สึก ร่างกายเคลื่อนไหวรู้สึก ร่างกายหยุดนิ่งรู้สึก ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึก ร่างกายอยู่ในอิริยาบถใดๆ รู้สึกไปเรื่อยๆ ขั้นแรกก็รู้สึกถึงความมีอยู่ของร่างกาย ต่อไปเราก็จะเห็นความจริงที่ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง คือเห็นไตรลักษณ์ของร่างกาย อันนี้ง่ายๆ ไม่ยากหรอก แค่เราใส่ใจ สนใจที่จะเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่เพลินกับโลกไปเรื่อยๆ ความเผลอความเพลินร้ายมากเลย ร้ายยิ่งกว่าความเจ็บไข้ได้ป่วยอีก อย่างเจ็บไข้ได้ป่วยเรายังเห็นร่างกายมันทุกข์อะไรอย่างนี้ เห็นเป็นครั้งเป็นคราว แต่ความเผลอเพลิน มันหลอกเราได้ยาวนานมากเลย เวลาชีวิตเรามีความสุข เรามักจะเผลอเพลิน เวลามีความทุกข์ขึ้นมาเราก็คร่ำครวญ ก็ไม่ยอมเรียนรู้ความจริงของชีวิต มีสติรู้สึกในร่างกายของเราไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะรู้ร่างกายนี้เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่น่าเพลิดเพลินอะไรเลย มีสติอยู่เราจะรู้ร่างกายทุกข์อยู่ตลอดเวลาเลย ทุกข์มากบ้างน้อยบ้าง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 ธันวาคม 2568
Wed, 07 Jan 2026 - 1h 04min - 5107 - รู้รูปธรรมกับนามธรรม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 6 ธ.ค. 2568 (ช่วงบ่าย)
"เราไม่ต้องรู้เยอะหรอก รู้รูปธรรมกับนามธรรม รูปธรรมคือ สิ่งที่ประกอบด้วยดิน น้ำ ไฟ ลมเป็นตัวเราขึ้นมา ก็รู้สึกเอา เรียนรู้รูปธรรม เราก็จะเห็น ความไม่สวยไม่งาม ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความเป็นอนัตตา และนามธรรมมี เวทนา สุข ทุกข์ สัญญาความจำได้หมายรู้ สังขารความปรุงดีปรุงชั่ว นี่ก็เป็นส่วนของนามธรรม แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือวิญญาณ วิญญาณแปลว่าความหยั่งรู้ หยั่งรู้อารมณ์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็อันเดียวกับจิตนั่นล่ะ ทั้งรูปธรรม นามธรรมเกิดแล้วดับทั้งสิ้น ไม่มีอะไรที่อยู่ในอำนาจบังคับของเราได้จริง สิ่งที่มีอยู่จริงนั้นก็คือตัวทุกข์นั่นละ กายนี้คือตัวทุกข์ จิตนี้คือตัวทุกข์ ถ้าเห็นได้ จะเห็นธรรม ถ้าไม่รู้ทุกข์ ก็ไม่รู้ธรรมะหรอก เห็นทุกข์ถึงจะเห็นธรรม " หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 ธันวาคม 2568 (ช่วงบ่าย)
Tue, 06 Jan 2026 - 1h 07min - 5106 - สิ่งที่หลวงปู่ดูลย์สอน :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 6 ธ.ค. 2568 (ช่วงเช้า)
"คำสอนแรกของหลวงปู่ดูลย์ในขั้นเบื้องต้นเลย "อย่าส่งจิตออกนอก" ก็คือมีสติรู้ทันเวลาจิตออกนอก ถ้าเรามีสติรู้ทันจิตที่ออกนอก จิตที่ออกนอกจะดับ จิตที่ตั้งมั่นจะเกิด เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะได้มา จากการที่จิตไม่ออกนอกก็คือจิตตั้งมั่น เมื่อจิตเราตั้งมั่นแล้วหลวงปู่ดูลย์ก็สอนต่อไปอีก "จงทำญาณเห็นจิตให้เหมือนตาเห็นรูป" ญาณคือปัญญา มีปัญญาเห็นจิตเหมือนตาเห็นรูป เวลาที่ตาเราเห็นรูป ถ้าเรามีตา เรามีรูป เรามีแสงสว่าง มีความสนใจที่จะรู้รูป จิตมันก็หยั่งลงไปรู้รูป จิตก็ไปเกิดที่ตา เวลาที่ตาเราเห็นรูป เราไม่ได้เจตนา เวลาที่ตาเห็นรูป ตาไม่ได้เลือกอารมณ์ ตัวที่ทำให้เราเห็นดีบ้าง ไม่ดีบ้าง คือวิบาก กุศลวิบากส่งผลมา ฉะนั้นเวลาที่ตาเราเห็นรูป เราไม่ได้เลือกรูป เราไม่ได้เลือกว่าจะรู้รูปอะไร มันรู้ของมันเอง "ทำญาณเห็นจิตเหมือนตาเห็นรูป" ก็คือมีอารมณ์อะไรทางจิตเกิดขึ้นก็รู้อันนั้น ไม่เลือกอารมณ์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 ธันวาคม 2568 (ช่วงเช้า)
Mon, 05 Jan 2026 - 1h 01min - 5105 - ทาน ศีล ภาวนา ทำให้ครบ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 5 ธ.ค. 2568
"พยายามทำให้ครบ เป็นฆราวาส ทาน ศีล ภาวนา หลวงพ่อยังทำเลย ทาน ศีล ภาวนา ทำครบ พวกเราให้เงินหลวงพ่อมา มันเกินจะใช้ ไม่ได้ใช้อะไร บางทีก็เอาไปให้โรงพยาบาลให้อะไร ไม่ต้องเอาเงินมาให้หรอก ต้องหาโรงพยาบาลแจก คนด่าหลวงพ่อเยอะ โดยเฉพาะยุคก่อน คนไม่เข้าใจ หลวงพ่อก็อภัย ไม่ว่า อยากด่าก็ด่าไป นี่ก็คือทาน เรียกอภัยทาน หลวงพ่อสอนธรรมะทุกวันๆ นี่คือธรรมทาน ฉะนั้นพระก็ทำทานได้ ทำทาน ศีลต้องรักษาอยู่แล้ว ถ้าไม่รักษาศีล สมาธิมันจะเสื่อม หรือถ้าเรามีสติรักษาจิตเราได้ ศีลเราจะดีอัตโนมัติ ต้องพยายามฝึกตัวเอง ให้ศีล สมาธิ ปัญญา อัตโนมัติเกิดขึ้นจนได้ วันนี้ยังไม่อัตโนมัติ ก็อดทน ฝึกไป ศีลอัตโนมัติเกิดจากสติรู้เท่าทันจิตของเรา กิเลสเข้ามาในใจเรา เรารู้ทัน กิเลสครอบงำใจไม่ได้ เราไม่ผิดศีลหรอก คนทำผิดศีล เพราะถูกกิเลสครอบงำ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 5 ธันวาคม 2568
Sun, 04 Jan 2026 - 26min - 5104 - [คลิปสั้น] ปฏิบัติด้วยโลภะไม่ได้ผล หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 พ.ย.68 (681130)Fri, 02 Jan 2026 - 01min
- 5103 - [คลิปสั้น] รู้ทุกข์ไม่ได้ก็รู้ธรรมไม่ได้ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 พ.ย.68 (681130)Fri, 02 Jan 2026 - 01min
- 5102 - เรื่องทานไม่ใช่เรื่องเล็ก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 ธ.ค. 2568
"เราอย่านึกว่าเรื่องทานเป็นเรื่องเล็ก สังเกตไหมว่าชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์คือมาทำทาน พระเวสสันดรทำทาน เสียสละยอมเหนื่อยทุกอย่าง ยอมลำบากทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของคนอื่น ฉะนั้นพวกเราถ้าทำงานอาสาสมัคร สวมหัวใจอย่างพระเวสสันดรไว้ ทำไม่ใช่เพื่อเอาเข้าตัว ทำเพื่อส่วนรวมเพื่อคนอื่นเพื่อสัตว์อื่น สิ่งที่ได้ตอบมามหาศาล คือพอลดละความเห็นแก่ตัวได้มาก เวลาเราภาวนาที่จะล้างกิเลสนั้น ก็ไม่ต้องล้างเยอะ คนเห็นแก่ตัวภาวนายาก ภาวนาไม่ได้เพราะตัวตนของมันใหญ่เหลือเกิน ในขณะที่คนที่เสียสละ ทำอย่างโน้นอย่างนี้เสียสละ วิธีเสียสละทำได้เยอะแยะไป อย่างไปบริจาคโลหิตก็เสียสละ ได้บุญเยอะ บริจาคอวัยวะร่างกายได้บุญมากกว่า ทำทานที่ใช้เงินใช้วัตถุ ทำได้ก็ทำ หลวงปู่ดุลย์ท่านเคยสอนว่า ความดีทั้งหลายมีโอกาสทำก็ให้ทำ ถ้าโอกาสผ่านไปแล้ว ก็อยู่เฉยๆ ภาวนาไป ท่านก็สอนอย่างนี้ ฉะนั้นพอเข้าใจ ที่เรามาช่วยกันทำงาน จุดสำคัญเพื่อลดละกิเลส นี่คือประโยชน์ของตน เพื่อช่วยเหลือสืบทอดศาสนา ให้ความร่มเย็นกับคนซึ่งเร่าร้อนยากลำบากเป็นประโยชน์ของผู้อื่น ประโยชน์ของเราคือเราได้พัฒนาใจของเรา สุดท้ายเราจะไปสู่ประโยชน์สูงสุดคือพระนิพพาน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 ธันวาคม 2568
Thu, 01 Jan 2026 - 27min - 5101 - [คลิปสั้น] อินทรีย์ไม่เท่ากัน หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 พ.ย.68 (681129)Thu, 01 Jan 2026 - 02min
- 5100 - [คลิปสั้น] ไตรลักษณ์ของธาตุ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 พ.ย.68 (681129)Thu, 01 Jan 2026 - 02min
- 5099 - [คลิปสั้น] ตนเป็นที่พึ่งของตน หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 23 พ.ย.68 (681123)Wed, 31 Dec 2025 - 01min
- 5098 - [คลิปสั้น] สังเกตตอนตื่นนอน หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 23 พ.ย.68 (681123)Wed, 31 Dec 2025 - 02min
- 5097 - [คลิปสั้น] ถ้าเดินจงกรมไม่ได้ควรภาวนาอย่างไร หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 พ.ย.68 (681130)Tue, 30 Dec 2025 - 01min
- 5096 - ความอดทนเป็นจุดสำคัญ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 พ.ย. 2568
"ตัวที่จะส่งผลให้เราไปสู่วิมุตติคือมรรค มรรคก็คือการที่เราพัฒนาตัวเองด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา เราจะต้องรู้สิ่งเหล่านี้ อย่างเราจะถือศีลเราก็ต้องเข้มแข็ง เราจะมีสมาธิเราก็ต้องเข้มแข็ง เจริญปัญญาเราก็ต้องเข้มแข็ง ถ้าจิตใจอ่อนแอมันก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เบื้องต้นเราจะฝึกสติ ฝึกให้จิตมีสติก็ต้องเข้มแข็ง ฉะนั้นความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ ความอดทนเป็นจุดสำคัญ บางคนไม่อดทนเลย ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ท้อแท้ยอมแพ้แล้ว พวกนี้ไม่ได้กินหรอก ไม่ได้เรื่องหรอก หลวงพ่อบอกพวกเราทุกที หลวงพ่อไม่ใช่คนเก่ง หลวงพ่อก็พอๆ กับพวกเราล่ะ แต่สิ่งที่หลวงพ่อเหนือกว่าพวกเรามากเลยคือความอดทน ความกล้าที่จะต่อสู้กับกิเลส อดทนสำคัญมากเลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 พฤศจิกายน 2568
Mon, 29 Dec 2025 - 58min - 5095 - ความสนุกในการภาวนา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 พ.ย. 2568
"ถ้าทำสมาธิแล้วมีความสุข แล้วพอมีสมาธิมากพอมาเจริญปัญญา ได้เรียนรู้กายรู้ใจตัวเอง มันสนุก หลวงปู่มั่นท่านแต่งกลอนไว้อันหนึ่ง พิจารณาร่างกายเหมือนไปเที่ยวในถ้ำ ร่างกายมันเหมือนถ้ำ เป็นโพรง ไปเที่ยว สนุก อันนั้นท่านพิจารณากายว่าสนุก หลวงพ่อไม่ได้เดินทางพิจารณากาย แต่เดินมาทางดูจิต พิจารณาจิต ก็สนุก ของที่ไม่เคยรู้ได้รู้ ของที่ไม่เคยเห็นได้เห็น ของที่ไม่เคยเข้าใจได้เข้าใจ มันสนุก แต่ละวันๆ เหมือนเราได้บทเรียนแปลกใหม่ ซึ่งเราไม่เคยรู้เคยเห็น พอภาวนาเป็น ไม่อยากยุ่งกับคนอื่น เพราะเราอยู่คนเดียว เราก็มีความสุข ไม่ต้องดิ้นรนแสวงหาอะไรมากมาย ไม่ต้องไปดูหนัง ฟังเพลง แล้วก็ไปดูกายกรรม ดูโน่นดูนี่ ดูกีฬา หลวงพ่อไม่เอาเวลาไปอย่างนั้น เอาเวลามาดูจิตดูใจตัวเอง มันสนุก แต่ละวันๆ เราเห็นลีลาอาการของกิเลส ที่มันผลัดกันมาหลอกเราต่างๆ นานา เรารู้ทันบ้าง ไม่รู้ทันบ้าง วันไหนยังรู้ทันไม่ได้ สู้มันไม่ได้ ก็ตั้งใจไว้ เดี๋ยววันหลังต้องสู้ให้ได้ มันเหมือนเรากำลังเล่นเกมอันหนึ่งกับกิเลสตัวเอง มันสนุก มันไม่ใช่เรื่องน่าท้อแท้อะไรเลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 29 พฤศจิกายน 2568
Sun, 28 Dec 2025 - 1h 00min - 5094 - [คลิปสั้น] จิตสงบอยู่ที่กายใช้ประโยชน์ได้มาก หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 22 พ.ย.68 (681122)Mon, 22 Dec 2025 - 02min
- 5093 - [คลิปสั้น] อย่าเรียนกรรมฐานเพื่อความเด่นดัง หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 22 พ.ย.68 (681122)Mon, 22 Dec 2025 - 02min
- 5092 - [คลิปสั้น] ทำในรูปแบบได้ 3 อย่าง หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 16 พ.ย.68 (681116)Sun, 21 Dec 2025 - 01min
- 5091 - [คลิปสั้น] ไม่มีใครหนีความเป็นธรรมดาได้ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 16 พ.ย.68 (681116)Sun, 21 Dec 2025 - 01min
- 5090 - [คลิปสั้น] สังขารสงบเสียได้ก็เป็นสุข หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 15 พ.ย.68 (681115)Sat, 20 Dec 2025
- 5089 - [คลิปสั้น] สุดท้ายก็ต้องลงที่จิต หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 15 พ.ย.68 (681115)Sat, 20 Dec 2025 - 01min
- 5088 - [คลิปสั้น] เป็นชาวพุทธต้องรักษาศีล 5 หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 9 พ.ย.68 (681109)Fri, 19 Dec 2025 - 02min
- 5087 - [คลิปสั้น] หมายรู้ความเป็นไตรลักษณ์ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 9 พ.ย.68 (681109)Fri, 19 Dec 2025 - 01min
- 5086 - ฝึกความเคยชินที่จะรู้สึกตัว :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 23 พ.ย. 2568
"ทางสายกลางคือทางที่มันไม่สุดโต่งไป 2 ฝั่ง ฝั่งที่หลงไปกับฝั่งที่บังคับไว้ เพ่งไว้ ทีนี้ธรรมชาติของพวกเราเวลาไม่ได้ปฏิบัติ เราก็หลงเพลินๆ ไป เวลาปฏิบัติเราก็มานั่งเพ่งเอาไว้บังคับไว้ เรื่องของความเคยชินทั้งหมดเลย เราไม่เคยจะรู้ด้วยความเป็นกลาง จิตไม่เข้าสู่ทางสายกลาง ภาวนากี่ปีๆ มันก็อยู่อย่างนั้นล่ะ อาจจะบังคับตัวเองได้เก่งขึ้นเนียนขึ้น แต่สุดท้ายมันก็คือบังคับอยู่ พยายามฝึกความเคยชินใหม่ เบื้องต้น ฝึกความเคยชินที่จะรู้ทันเวลาจิตมันหลงไป ส่วนใหญ่มันหลงไปคิด มันชินอย่างนั้น หลงทั้งวัน หลงทั้งคืน กลางคืนก็ฝันไป กลางวันก็คิดไปมันแบบเดียวกัน ไปตลอดเวลา ลืมกายลืมใจของตัวเอง เราก็ต้องมาฝึกความเคยชินอันใหม่ คือความเคยชินที่จะคอยรู้สึกตัว ทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่ง อะไรก็ได้ๆ ทำไปเถอะ แล้วคอยสังเกตจิตใจของตัวเอง อ่านใจตัวเองให้ออก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 23 พฤศจิกายน 2568
Thu, 18 Dec 2025 - 1h 02min - 5085 - หลวงปู่พาปฏิบัติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 22 พ.ย. 2568
"นั่งฟังเทศน์ที่หลวงพ่อเทศน์ แล้วจิตมันจะมีสมาธิขึ้นมา มันตั้งมั่นขึ้นมา จิตที่มันตั้งอย่างนี้ มันไม่เหมือนที่เราไปนั่งสมาธิมั่วซั่วกัน นั่งแล้วเคร่งเครียด อย่างตอนที่ฟังหลวงพ่อเทศน์ มันไม่ได้เครียด มันมีสมาธิอีกชนิดหนึ่งขึ้นมา คือสมาธิที่เราไม่ได้เพ่ง ไม่ได้จ้อง ไม่ได้บังคับ ไม่ได้เจตนาให้เกิด ถ้าไปทำสมาธิชนิดเพ่งจ้อง มันพัฒนาไม่ได้ ติดอยู่ตรงนั้น จำรสชาติสมาธิที่เกิดจากการฟังที่หลวงพ่อเทศน์นี้ จำรสชาติตัวนี้ไว้ เห็นไหม จิตเราอยู่กับตัวเอง จิตเรามีพลัง โดยที่เราไม่ได้ไปเพ่ง ไปจ้อง ไม่ได้ไปบังคับ ถ้าเริ่มต้นก็เริ่มบังคับกาย บังคับใจ อันนั้นเริ่มต้นก็ผิดแล้ว แค่เราตั้งใจฟังธรรม จิตของเราก็เกิดสมาธิแล้ว เมื่อจิตเรามีสมาธิมากพอ เราก็ดูไป ร่างกายมันนั่งอยู่ ร่างกายมันหายใจอยู่ เราจะแค่ดู ไม่ได้เพ่ง ไม่ได้จ้อง ถ้าเริ่มต้นบอกไปดูลมหายใจ ก็ไปเพ่งลม ไปดูท้องก็เพ่งท้อง แต่ที่หลวงพ่อพาทำวันนี้ เราไม่ได้เริ่มจากการเพ่งจ้อง เรามีสมาธิที่เกิดจากการฟังธรรม สมาธิตัวนี้เราไม่ได้เจตนา ไม่ได้เพ่ง ไม่ได้จ้อง ไม่เคร่งเครียด" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 พฤศจิกายน 2568
Thu, 18 Dec 2025 - 57min - 5084 - วิธียอมรับความจริง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 16 พ.ย. 2568
"ทำอย่างไรจิตเราจะยอมรับความจริงคือยอมรับธรรมะได้ ธรรมะคือตัวสัจธรรมคือตัวความจริง มี 2 ส่วน สัจธรรมที่อยู่กับโลกกับสัจธรรมที่อยู่เหนือโลก สัจธรรมที่อยู่กับโลกก็คือ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่มีเหตุมันก็จะเกิดเมื่อหมดเหตุมันก็ดับ มันไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของเรา ธรรมะที่เหนือโลกก็คือไม่มีเหตุ เพราะฉะนั้นไม่มีเกิดไม่มีดับ มีสิ่งเดียวนั่นคือพระนิพพาน ทีนี้ก่อนที่เราจะไปถึงนิพพาน เราต้องเข้าใจธรรมะประจำโลกก่อน จนใจมันเบื่อหน่ายคลายออกจากโลก เราถึงจะพ้นโลกได้ พ้นโลกก็คืออยู่เหนือโลกหรือคำว่า "โลกุตตระ" นั่นเอง ฉะนั้นเราจะไปสู่โลกตตุระจะไปสัมผัสพระนิพพานได้ เราต้องเข้าใจโลกให้แจ่มแจ้ง เราสังเกตตั้งแต่ของภายนอกจริงหรือไม่จริง มีลาภก็ต้องเสียไป ได้มาก็ต้องเสียไป ทำงานได้เงินมาใช่ไหม ก็ต้องกินต้องใช้ ก็หมดไปสิ้นไป หรือชีวิตร่างกายเราทุกวันหมดไปสิ้นไปทุกวันๆ ที่จริงถ้าดูละเอียดเข้าไปหมดไปสิ้นไปทุกลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าทีหนึ่งชีวิตเราก็สั้นลงทีหนึ่ง หายใจออกทีหนึ่งชีวิตเราก็สั้นลงทีหนึ่ง ถ้าเราเห็นความจริงได้ จิตมันยอมรับความจริง จิตมันเข้าใจธรรมะแล้วมันจะไม่ทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ บ้านจิตสบาย 16 พฤศจิกายน 2568
Mon, 08 Dec 2025 - 1h 02min - 5083 - หลักการสำคัญของการปฏิบัติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 15 พ.ย. 2568
"จุดเริ่มต้นของการปฏิบัติ เราต้องรักษาศีลไว้ก่อน สิ่งที่จะต้องพัฒนาอันต่อไปก็คือสติ เพราะสตินี้ไม่ใช่สติธรรมดา สติที่พูดถึงคือสัมมาสติ สิ่งที่พวกเราต้องฝึกคือสติปัฏฐาน สติปัฏฐานมันมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกฝึกให้เกิดสติ ทันทีที่เกิดสติที่ถูกต้อง สัมมาสมาธิก็จะเกิดร่วมด้วยทันที เราก็จะได้เครื่องมือ 2 ตัวแล้ว จะได้สัมมาสติกับสัมมาสมาธิ เมื่อเรามีเครื่องมือคู่นี้ เราถึงจะเจริญปัญญาได้ การทำสติปัฏฐานขั้นต้น ทำให้เกิดสติกับสมาธิ ขั้นปลายทำให้เกิดปัญญารู้แจ้งเห็นจริง สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 15 พฤศจิกายน 2568
Sun, 07 Dec 2025 - 30min - 5082 - [คลิปสั้น] ทำกรรมฐานต้องเสียสละ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 8 พ.ย.68 (681108)Fri, 05 Dec 2025 - 02min
- 5081 - [คลิปสั้น] เดินเพื่อฝึกสติ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 8 พ.ย.68 (681108)Fri, 05 Dec 2025 - 02min
- 5080 - [คลิปสั้น] คนที่สติเร็ว หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 26 ต.ค.68 (681026)Thu, 04 Dec 2025 - 01min
- 5079 - [คลิปสั้น] อย่าดูถูกคำสอนของสาวก หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ต.ค.68 (681025)Thu, 04 Dec 2025 - 04min
- 5078 - [คลิปสั้น] อารมณ์คือสิ่งที่จิตไปรู้เข้า หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 26 ต.ค.68 (681026)Thu, 04 Dec 2025 - 02min
- 5077 - ถิรสัญญาเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 9 พ.ย. 2568Wed, 03 Dec 2025 - 57min
- 5076 - [คลิปสั้น] กิจต่อทุกข์ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 ต.ค.68 (681019)Wed, 03 Dec 2025 - 01min
- 5075 - [คลิปสั้น] วิธีละความเป็นตัวตน หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ต.ค.68 (681025)Wed, 03 Dec 2025 - 02min
- 5074 - [คลิปสั้น] อย่าใจร้อน หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 ต.ค.68 (681019)Wed, 03 Dec 2025 - 01min
- 5073 - ไม่เห็นจิตก็ไม่เห็นธรรม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 8 พ.ย. 2568
"ทำกรรมฐานในรูปแบบ แล้วคอยรู้ทันจิตตัวเองไว้ 2 อย่าง จิตลืมกรรมฐาน กับจิตเพ่งกรรมฐาน ถ้าได้ 2 ตัวนี้แล้ว มันจะตัดเข้าไปสู่จิตตานุปัสสนา สู่ธัมมานุปัสสนาได้อย่างรวดเร็ว ถ้าดูตัวนี้ไม่ได้ จิตไปเพ่งก็ไม่รู้ จิตไปคิดก็ไม่รู้ ดูกายไป ดูกายไปเรื่อยๆ หรือมีเวทนาในกาย มีเวทนาในใจ มีกุศลอกุศลในใจ ก็ค่อยๆ ค่อยเรียนไปตามลำดับไป สุดท้ายมันก็เข้ามาที่จิต ครูบาอาจารย์ถึงสอน ได้จิตก็ได้ธรรมะ ไม่ได้จิตก็ไม่ได้ธรรมะ เห็นจิตคือเห็นธรรม ไม่เห็นจิตก็ไม่เห็นธรรม ฉะนั้นอย่างเราเห็นกาย เห็นเวทนา เห็นเจตสิก ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ได้ธรรมะหรือยัง ยัง ยังไม่ถึงจิต ต้องเห็นจิตไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวเราของเรา อันนั้นล่ะได้ธรรมะแล้ว" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 8 พฤศจิกายน 2568
Tue, 02 Dec 2025 - 1h 03min - 5072 - [คลิปสั้น] ทำอย่างไรจึงมีความเพียร หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 23 ต.ค.68 (681023)Tue, 02 Dec 2025 - 02min
- 5071 - อยากได้ของดีก็ต้องลงทุน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 2 พ.ย. 2568
"อยากได้ของดีก็ต้องลงทุน ไม่กลัวความลำบาก ยังมีแรงก็รีบภาวนา เมื่อก่อนหลวงพ่อเคยเจอครูบาอาจารย์องค์หนึ่งท่านบอกว่า เวลาเราเอาของไปถวายพระเรามักจะเลือกของดีๆ ไปถวาย ทีนี้ทำไมเวลาเราปฏิบัติธรรม เราไม่ใช้ช่วงเวลาที่ดีของเรา คือช่วงที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว ช่วงที่เราแข็งแรง เอาเวลาช่วงนี้ไปหลงโลกมากไป เว้นแต่เรื่องว่าต้องทำมาหากิน อันนั้นเป็นหน้าที่ของฆราวาส แต่พอมีโอกาสแล้วก็ไม่ยอมปฏิบัติ ฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ คิดโน้นคิดนี้ไป พระพุทธเจ้าบอกว่าคนมีอายุ 100 ปี แต่ไม่มีสติ ไม่ได้อะไร ไม่ได้สาระอะไรเลย สู้คนซึ่งมีสติวันเดียว ท่านใช้คำว่าหนึ่งราตรี มีชีวิตที่ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะอยู่หนึ่งราตรีหนึ่งคืน ยังมีประโยชน์มากกว่าคนอายุ 100 ปี ที่ไม่เคยภาวนา ท่านบอกอย่างนี้ ฉะนั้นตัวเวลาไม่ใช่ตัวสำคัญว่าภาวนากี่ปี ตัวสำคัญก็คือเรามีสติแค่ไหน เห็นไหมหลวงพ่อทำงานแต่ว่าเราปฏิบัติธรรมทั้งวันเลย แทรกตอนไหนมีโอกาส พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่าทำให้น้อยเจริญให้น้อย ไม่เคยสอนเลย มีแต่บอกทำให้มากเจริญให้มาก ไปเอาบทเรียนที่หลวงพ่อเล่าให้ฟังไปทำ ปฏิบัติตั้งแต่ตื่นจนหลับ ยกเว้นเวลาที่ทำงานที่ต้องคิดเท่านั้นล่ะ ถ้าทำได้ แล้วมันจะไม่ได้ดีมันเป็นไปไม่ได้เลย ทำเหตุที่ถูกต้อง ต้องถูกด้วย ไม่ใช่ขยันภาวนาแต่ภาวนาผิด เรียนที่หลวงพ่อบอก หัดเจริญสติไป มีศีล มีสติ มีสมาธิ มีปัญญาไป" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 2 พฤศจิกายน 2568
Mon, 01 Dec 2025 - 22min - 5070 - รู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 พ.ย. 2568
"คีย์เวิร์ดในการภาวนาที่หลวงพ่อสอน สำหรับการทำวิปัสสนา ให้เรามีสติรู้กายรู้ใจ ไม่ใช่สติรู้อย่างอื่น รู้อย่างไร รู้ตามความเป็นจริง ไม่เข้าไปดัดแปลง ไม่เข้าไปแทรกแซง อย่างใจเราโกรธ รู้ว่าโกรธ ไม่ต้องแทรกแซงให้หายโกรธ มันเป็นอย่างไรรู้ว่าเป็นอย่างนั้น มีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง จะรู้ตามความเป็นจริงได้ ต้องรู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่น คือจิตที่ทรงสัมมาสมาธินั่นล่ะ พอรู้แล้ว ปฏิกิริยาถัดไปก็คือยินดีบ้าง ยินร้ายบ้าง ต่อสิ่งที่เราไปรู้ไปเห็นเข้า ตรงนี้ให้รู้ทันความยินดียินร้าย ความชอบไม่ชอบ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 พฤศจิกายน 2568
Sun, 30 Nov 2025 - 23min - 5069 - วิธีฝึกให้จิตตั้งมั่น : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 31 ต.ค. 2568
"วิธีฝึกให้จิตตั้งมั่น เราก็ทำใจสบายๆ อยู่กับกรรมฐานของเราไป สงบก็ช่างไม่สงบก็ช่างมัน อยู่กับกรรมฐานไป จนใจเราเชื่อง คล้ายๆ หมดความดิ้นรนแล้ว แล้วต่อมาพอจิตมันไหลไปคิดเราจะเห็น หลุดออกจากฐานแล้วไปเห็น หรือบางทีก็ถลำลงไปเพ่งไปจ้องอารมณ์กรรมฐาน แต่ส่วนใหญ่เวลาจิตมันตั้งมั่นอย่างนี้สิ่งที่มันจะพลาด ก็คือจิตมันแส่ส่าย แล้วไม่เห็นว่ามันกำลังแส่ส่ายแสวงหาว่าจะดูอะไรดี ฉะนั้นถ้าจิตเราเข้าฐานจิตเราตั้งมั่นได้แล้ว จิตมันแส่ส่ายให้รู้ว่าแส่ส่าย ไม่ต้องพยายามทำให้มันนิ่ง ส่วนใหญ่พอจิตมันส่าย แป๊บเดียวหลงไปที่อื่น หรือไม่ก็ส่ายๆ แล้วก็พยายามบังคับให้นิ่ง ตรงนั้นไม่ถูก พอจิตเราตั้งมั่น จิตเราว่างๆ ขึ้นมา ไม่ได้ฟุ้งซ่านอะไร สงบว่างๆ มันรู้สึกว่าน่ากลัว รู้สึกอยู่ไม่ได้ ต้องหาอะไรเกาะสักอย่างหนึ่ง อันนั้นจิตมันยังอ่อนแอ ถ้าจิตมันแส่ส่ายจะไปหาอารมณ์ที่อยากเกาะ ที่จะเอาเป็นที่พึ่งที่อาศัย ให้รู้ทัน จิตก็จะหยุดการแส่ส่ายแล้วก็ตั้งมั่นขึ้นมาอีก นี่วิธีฝึกจิตให้ตั้งมั่น ตัวนี้สำคัญ จิตไม่ตั้งมั่นภาวนาวิปัสสนาไม่ได้ จิตสงบได้แต่สมถะ ถ้ามีจิตตั้งมั่นถึงจะทำวิปัสสนาได้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 ตุลาคม 2568
Thu, 27 Nov 2025 - 19min - 5068 - จิตก็ไม่เที่ยง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 ต.ค. 2568
"ดูไปเรื่อยๆ แต่ละตัวๆ ทำงาน สุดท้ายเราแยกได้ว่าจิตนั้นเป็นคนรู้ เป็นคนรู้ร่างกาย เป็นคนรู้เวทนา เป็นคนรู้สังขาร จิตเองก็ไม่เที่ยง เดี๋ยวก็เป็นผู้รู้ เดี๋ยวก็เป็นผู้หลง เดี๋ยวก็เป็นผู้รู้ เดี๋ยวก็เป็นผู้คิด เดี๋ยวเป็นผู้รู้ เดี๋ยวเป็นผู้ไปดูรูป เดี๋ยวเป็นผู้รู้ เดี๋ยวเป็นผู้หลงไปฟังเสียง เดี๋ยวเป็นผู้รู้ เดี๋ยวเป็นผู้หลงไปดมกลิ่น เราจะเห็นว่าตัวจิตเองก็เกิดดับ จิตไม่ได้มีดวงเดียว จิตเกิดดับตลอดเวลา พอดูไปเรื่อยๆ เราก็จะเข้าใจจิตเองก็ไม่เที่ยง จิตรู้ก็ไม่เที่ยง จิตหลงก็ไม่เที่ยง จะหลงทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อะไรก็ไม่เที่ยงทั้งนั้น สุดท้ายเราจะรู้ว่าจิตทั้งหมดไม่เที่ยง แล้วจิตทำงานได้เอง ทำงานไปตามที่เคยชิน เราก็จะรู้ว่าจิตไม่ใช่ตัวเรา จิตเป็นอนัตตา ตัวนี้เราก็จะเข้าใจความจริงแล้ว ภาวนาต่อไป เราก็จะปล่อยวางขันธ์ 5 ปล่อยวางกายปล่อยวางใจได้ เมื่อปล่อยวางได้ เราก็ไม่ทุกข์อีกแล้ว มันทุกข์เพราะยึดถือ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 ตุลาคม 2568
Wed, 26 Nov 2025 - 20min - 5067 - ทุกขสัจ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 26 ต.ค. 2568
"สิ่งสำคัญคือเราจะต้องเห็นรูปธรรมนามธรรมตามความเป็นจริง ถึงเรียกว่ารู้ทุกข์ ในอริยสัจ 4 ท่านสอนว่า ทุกข์ให้รู้ ก็คือรู้ว่าตัวขันธ์ 5 ตัวรูป ตัวนาม ตัวตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คือตัวทุกข์ ถ้าเห็นอย่างนี้ได้ถึงจะปล่อยวางได้ เห็นทุกข์อย่างนี้ เห็นว่าขันธ์เป็นทุกข์ รูปนามเป็นทุกข์ คือทุกขสัจ เพราะฉะนั้นความสุข ความสุขก็เป็นในใจเรามีความสุขขึ้นมา อันนั้นสุขเวทนา แต่พอมองในมุมของทุกขสัจ ความสุขก็คือทุกขสัจตัวหนึ่งอยู่ในทุกขสัจ หยิบเข้าไปเมื่อไรแล้วเดือดร้อนเมื่อนั้น มันเป็นทุกข์ มันทุกข์เพราะมันไม่เที่ยง มันทุกข์เพราะมันถูกบีบคั้นให้แตกสลาย มันทุกข์เพราะมันไม่อยู่ในอำนาจบังคับ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 ตุลาคม 2568
Tue, 25 Nov 2025 - 1h 05min - 5066 - เห็นทุกขสัจ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ต.ค. 2568
"ความสุขของคนหลงโลก มันไม่มีอะไรยั่งยืน มันไม่ใช่ความสุข มันเป็นความทุกข์ แต่ว่าความเขลา มันทำให้หลงไปกอดเอาความทุกข์มาเป็นความสุข อย่างร่างกายเรานี้คือตัวทุกข์ คนเขลาก็กอดร่างกายนี้ ว่าเป็นตัวเราของเรา จิตใจก็คือตัวทุกข์ คนเขลาก็ไปกอดจิตใจว่าเป็นตัวเราของเรา มันเป็นลำดับ คนธรรมดาไม่ได้ภาวนา มันก็ไปเกาะติดสิ่งโน้นสิ่งนี้ไปเรื่อยๆ นักภาวนา เราก็จะเห็น โอ้ เราเข้าไปยึดกายเราก็ทุกข์ เราไปยึดจิตเราก็ทุกข์ ถ้าไม่ยึดจะไม่ทุกข์ สติปัญญามันเพิ่มขึ้นแล้ว รู้ว่าถ้าอยาก ถ้ายึดก็ทุกข์ ไม่อยาก ไม่ยึด ก็ไม่ทุกข์ ก็พยายามจะไม่อยาก พยายามจะไม่ยึด ตรงพยายามไม่อยาก พยายามไม่ยึดนั่นล่ะ ยึดเรียบร้อยแล้ว ยึด ทฤษฎีว่า ถ้าไม่อยาก ไม่ยึด ก็ไม่ทุกข์ ยังยึดความเห็นนี้อยู่ แล้วทำไมมันอยากไม่ทุกข์ ก็เพราะมันรักตัวเอง มันถึงอยากไม่ทุกข์ อยากให้ไม่มีความอยาก เพื่อจะได้ไม่ทุกข์ เห็นไหมมันยังพลาดอยู่ใช่ไหม จริงๆ ก็คือยังหลงรักตัวเองอยู่นั่นเอง ถ้าภาวนาเรื่อยๆ ทำสติปัฏฐาน ทำวิปัสสนากรรมฐานไปตามลำดับ ไม่รีบร้อน ไม่คิดเอา สุดท้ายมันก็เห็นความจริง กายนี้คือตัวทุกข์ จิตนี้คือตัวทุกข์ จะอยากหรือไม่อยาก จะยึดหรือไม่ยึด กายนี้ก็คือตัวทุกข์ จิตนี้ก็คือตัวทุกข์ ถ้าเห็นอย่างนี้ เรียกว่าเราเห็นทุกขสัจแล้ว เห็นขันธ์ 5 เป็นตัวทุกข์ มันทุกข์โดยตัวของมัน มันทุกข์ ไม่ใช่ว่าเราต้องไปยึดมันถึงจะทุกข์หรอก อย่างเราไม่ยึดร่างกายนี้ ร่างกายยังทุกข์ไหม มันก็ยังทุกข์อยู่" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 ตุลาคม 2568
Mon, 24 Nov 2025 - 1h 02min - 5065 - เดินไปตามลำดับขององค์มรรค : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 ต.ค. 2568
"ถ้าเราเดินไปตามลำดับขององค์มรรค พัฒนาตัวเองไป ตั้งใจรักษาศีล ศีลเป็นฐานที่สำคัญ สร้างตึกยังต้องมีเสาเข็มเลย ศีลก็คือเสาเข็ม เมื่อตั้งใจรักษาศีลแล้ว ขั้นต่อมาคือฝึกจิต การทำสมาธิ คือการฝึกจิตให้พร้อมสำหรับการเจริญปัญญา ถ้าจะฝึกจิตให้สงบ ก็น้อมจิตไปอยู่ในอารมณ์อันเดียวที่มีความสุขอย่างต่อเนื่อง พาจิตไปรู้อารมณ์อันนั้น ไม่บังคับ จิตจะหนีจากอารมณ์นั้นเมื่อไรก็ได้ แต่หนีแล้วเรารู้ไวๆ หน่อย แล้วก็ไม่ต้องอยากสงบ อยากสงบก็ผิดทันทีแล้ว คนส่วนใหญ่ที่ภาวนาแทบเป็นแทบตายแล้วไม่ได้ผล เพราะทำผิด ผิดตรงที่เริ่มต้นก็จะเอาสมาธิ สัมมาสมาธิมันตามหลังสัมมาสติมาในองค์มรรค นึกออกไหม มีสัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ทีนี้อยู่ๆ บอกจะเอาสัมมาสมาธิโดยไม่เคยฝึกสติ มันก็จะได้มิจฉาสมาธิ เพราะฉะนั้นนักปฏิบัติส่วนใหญ่ที่ทำสมาธิ คือมิจฉาสมาธิ นั่งเพ่ง นั่งจ้อง นั่งเครียดๆ นั่งเคลิ้บเคลิม เห็นโน้นเห็นนี้ สัมมาสมาธิมาจากสัมมาสติ สัมมาสติมาจากสัมมาวายามะ สัมมาวายามะหมายถึง จิตใจเรามีความกล้าหาญ ห้าวหาญที่จะต่อสู้กับกิเลส ที่จะไม่ให้กิเลสมาเกิดอีก ที่จะทำให้กุศลที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น กล้าหาญที่จะรักษากุศลเอาไว้ ต้องใช้ความกล้าหาญ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 19 ตุลาคม 2568
Sun, 23 Nov 2025 - 1h 05min - 5064 - ทำสมาธิให้เป็น : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 24 ต.ค. 2568
"หลวงพ่อทำสมาธิมาเยอะ ดูแล้วไม่มีคนทำ ก็เลยรู้เลยว่า จุดสำคัญทำที่ให้ไม่เจริญก้าวหน้าในธรรม คือสมาธิไม่ถูกต้อง ถ้าจะทำสมาธิ ต้องรู้ว่าสมาธิต้องประกอบด้วยสติเสมอ และสมาธิมี 2 อย่าง คือ มิจฉาสมาธิกับสัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิยังแยกเป็นอีก 2 อัน หนึ่งฝึกให้จิตสงบ สงบแต่มีกำลัง มีความสุข อีกอันหนึ่ง ฝึกให้จิตตั้งมั่น เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 ตุลาคม 2568
Thu, 20 Nov 2025 - 21min - 5063 - สติปัฏฐาน 4 : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 23 ต.ค. 2568
"หลักสูตรที่จะทำให้เราพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น ซึ่งนำไปสู่ความพ้นทุกข์สิ้นเชิง หลักสูตรที่ท่านสอนอันนี้ชื่อว่าสติปัฏฐาน ท่านบอกสติปัฏฐานเป็นทางสายเอก เป็นทางสายเดียวเพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกเราจะต้องเรียนให้มาก เจริญให้มากก็คือการเรียนรู้สติปัฏฐาน 4 การทำสติปัฏฐานคือมีสติระลึกรู้กายระลึกรู้ใจ ระลึกรู้ร่างกาย ละเอียดขึ้นคือการระลึกรู้เวทนาคือความรู้สึกสุขทุกข์ ละเอียดขึ้นก็คือระลึกรู้สังขารความปรุงดีปรุงชั่ว ละเอียดขึ้นไปอีกก็คือรู้ถึงสภาวะของจิตจริงๆ ละเอียดขึ้นไปก็จะเห็นธรรม ธรรมคือสัจธรรมความจริง ตั้งใจรักษาศีลไว้ก่อนแล้วฝึกสติ ฝึกสติก็คือระลึกรู้กายระลึกรู้ใจ ถนัดรู้กายได้ก็รู้กาย ถนัดรู้เวทนาได้ก็รู้เวทนา ถนัดดูจิตที่เป็นกุศลได้ก็ดูไป หรือชำนิชำนาญก็เห็นจิตเกิดดับ ทางทวารทั้ง 6 ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็ดูไป เดี๋ยววันหนึ่งมันจะค่อยๆ เข้าใจ เข้าใจเบื้องต้น เข้าใจว่าตัวเราไม่มี เบื้องปลายก็จะเข้าใจว่า สิ่งที่มีอยู่คือตัวทุกข์ เมื่อรู้ทุกข์แจ่มแจ้ง จิตมันไม่เอา มันปล่อยวางได้ เมื่อมันปล่อยวางได้ จิตใจเราก็ไม่มีภาระ จิตมันว่าง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ โรงแรมเดอะซายน์ พัทยา 23 ตุลาคม 2568
Wed, 19 Nov 2025 - 1h 06min - 5062 - [คลิปสั้น] อย่าสอนธรรมะส่งเดช หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 18 ต.ค.68 (681018)Wed, 19 Nov 2025 - 01min
- 5061 - [คลิปสั้น] ต้องลงมือทำ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 18 ต.ค.68 (681018)Wed, 19 Nov 2025 - 03min
- 5060 - ปลุกใจตัวเองให้กล้าหาญ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 18 ต.ค. 2568
"จุดแรกที่เราจะลงมือภาวนา ใจต้องสู้ ใจต้องห้าวหาญ ตรงที่ใจเรากล้าหาญ เรียกว่าเรามีสัมมาวายามะ หรือความเพียรชอบ ความเพียรไม่ใช่แปลว่าขยัน ความเพียรมาจากคำว่า "วีระ" กล้าหาญ เพราะฉะนั้นสัมมาวายามะ ก็จะต้องมีความเพียรชอบ คือมีใจที่กล้าหาญที่จะต่อสู้กับกิเลส กล้าหาญที่จะพัฒนากุศลที่มีอยู่ พัฒนากุศลให้งอกงามออกไป ฉะนั้นถ้าเริ่มต้นใจอ่อนแอ ท้อแท้ ป้อแป้ ไม่ได้กินหรอก ฉะนั้นเวลาเรียนกับหลวงพ่อ ใครมา โอ๊ย โอดครวญ หนูไม่ดีเลย หนูเป็นอย่างนั้น หนูเป็นอย่างนี้ หนูท้อแท้ โอ๊ย ฟังแล้วอยากเบิ๊ดกระโหลก ฉะนั้นเรียนธรรมะกับหลวงพ่อ อย่าอ่อนแอ สนามรบอันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เป็นสนามรบที่เราจะสู้กับมาร สู้กับกิเลส เพื่อจะข้ามวัฏฏะให้ได้ ฉะนั้นถ้าเราอ่อนแอ เราก็แพ้มารตลอด เพราะฉะนั้นไปปลุกใจตัวเองให้มันองอาจกล้าหาญ เมื่อก่อนหลวงพ่อเวลาภาวนาแล้วมันท้อแท้ มันเหนื่อยหน่าย ก็คิดถึงครูบาอาจารย์ ก่อนที่ท่านจะมาเป็นครูบาอาจารย์ของคน ของเทวดาได้ ท่านก็เป็นคนอย่างเรานี่ล่ะ มี 2 มือ 2 เท้าเหมือนกัน ท่านทำได้เราก็ต้องทำได้ ต้องตามท่านไปให้ได้ ดูท่านเป็น Idol เมื่อก่อนท่านก็มีกิเลส เมื่อก่อนท่านก็ล้มลุกคลุกคลาน ท่านผ่านมาได้ด้วยความอดทน ด้วยวีระ ด้วยความเพียร กล้าหาญ ท่านทำได้ เราเดินตามหลังท่านก็ต้องทำได้ แล้วมาได้ง่ายกว่าท่านอีก อย่างพระพุทธเจ้าถือเป็นสุดยอดเลย เพราะท่านทำความเพียรจนกระทั่ง ท่านบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณได้ ไม่มีใครสอนท่าน เราได้เปรียบท่านเยอะเลย เราได้เรียนธรรมะที่ท่านสอนเอาไว้ ที่พระสาวกสอนเอาไว้ ที่ครูบาอาจารย์ที่ดีๆ สอนเอาไว้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 18 ตุลาคม 2568
Tue, 18 Nov 2025 - 1h 02min - 5059 - [คลิปสั้น] ดูหนังฟังเพลงขวางการปฏิบัติไหม หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 18 ต.ค.68 (681018)Tue, 18 Nov 2025 - 04min
- 5058 - [คลิปสั้น] อย่าทำบุญด้วยความโลภ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 12 ต.ค.68 (681012)Tue, 18 Nov 2025 - 03min
- 5057 - เข้าใจธรรมะก็เข้าใจโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 13 ต.ค. 2568
"มนุษย์ในโลกใฝ่ฝันอิสรภาพ ใฝ่ฝันเสรีภาพ ก็ได้แต่ฝันแล้วไม่มีจริง ในโลกเต็มไปด้วยความทุกข์ เต็มไปด้วยพันธนาการ เต็มไปด้วยภาระ แต่ถ้าเราเข้าใจธรรมะ เข้าใจธรรมะคือเข้าใจความจริงของโลก เข้าใจความจริงของชีวิต เข้าใจความจริงของร่างกายจิตใจ เราจะเข้าใจโลกเข้าใจชีวิตได้ ถ้าเราเรียนรู้จนเข้าใจความจริงของร่างกายจิตใจได้ เพราะร่างกายจิตใจก็คือโลก เป็นส่วนหนึ่งของโลกนั่นเอง ถ้าเข้าใจตรงนี้ก็จะเข้าใจโลกทั้งหมด พอไม่ยึดถือที่จิตดวงเดียว ก็ไม่ยึดถือกายไม่ยึดถือใจ ไม่ยึดถือโลกทั้งโลก อะไรจะเกิดขึ้นจิตจะไม่หวั่นไหว" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 ตุลาคม 2568
Mon, 17 Nov 2025 - 24min - 5056 - [คลิปสั้น] เรียนจากสิ่งที่เรามีจริงๆ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ต.ค.68 (681011)Mon, 17 Nov 2025 - 02min
- 5055 - [คลิปสั้น] เดินจงกรมที่แท้จริง หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ต.ค.68 (681011)Mon, 17 Nov 2025 - 03min
- 5054 - ความสุขภายใน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 12 ต.ค. 2568
"ความสุขภายในเราจะทำอย่างไร เราก็สร้างคุณงามความดี เรารักษาศีลของเรา การรักษาศีลมันทำให้จิตใจเราร่มเย็นเป็นสุข อย่างคนมีศีลใจมันจะมีความสุขกว่าคนทุศีล อย่างคนขโมยเขาอย่างนี้ปล้นเขาจิตใจไม่ได้มีความสุข คนที่รู้จักให้รู้จักแบ่งปันมีความสุขมากกว่า ทำทานก็เพื่อจิตใจเราได้พัฒนาเป็นบุญ บุญนั้นเป็นชื่อของความสุข เพราะฉะนั้นที่เราทำทานเราก็ได้ความสุขเป็นเครื่องตอบแทน เราไม่ไปเป็นชู้กับใคร ใจเราสงบสุข หรือเราไม่กินเหล้าเมายาอย่างนี้ คนกินเหล้าคนติดยาเสพติดพิกลพิการเยอะแยะเลย ที่กินๆ อยู่ก็เลิกๆ เสีย แล้วชีวิตมันจะสงบสุข ภาวนา อันนี้สุดยอดของความสุขเลย ถ้าเราภาวนาได้ธรรมะ เราจะรู้เลยว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นสมบัติสำคัญที่สุดเท่ากับธรรมะ มีเงินพันล้านวันหนึ่งก็เป็นของคนอื่น แต่เราภาวนาเรื่อยๆ ใจเรามีศีลมีธรรมขึ้นมา มันอยู่กับเราทั้งชีวิต ตายไปมันก็ไปด้วยความดีงาม เวลาจะตายจะไม่หวั่นไหว ไม่กลัวตายแล้วจะไปไหน ขอให้ภาวนาให้ดีเถอะ มันจะรู้สึกว่าถึงเวลาที่จะลอกคราบแล้ว ลอกคราบอันเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมทิ้งไป ไม่เห็นน่าเสียดายเลย ใจมันสงบสุข มีความสุข กล้าหาญ เบิกบาน ภาวนาเรื่อยๆ ปัญญาขั้นต้น จะเห็นว่าตัวเราไม่มี ปัญญาขั้นกลางก็จะเห็นว่าร่างกายที่มีอยู่ไม่ใช่ตัวเราแต่เป็นตัวทุกข์ ภาวนาขั้นสูงสุดเลย ก็จะเห็นว่าจิตใจนี้ที่ว่ามันไม่ใช่ตัวเราแล้วจริงๆ มันเป็นตัวทุกข์ ถ้าเห็นถึงตรงนี้จิตจะข้ามสังสารวัฏได้ จิตจะปล่อยวางจิต คืนจิตให้โลก สลัดคืนขันธ์ 5 ให้โลกไป ไม่มีอะไรให้ยึดถืออีกต่อไปแล้ว จิตที่สิ้นความยึดถือมีความสุข มีความสงบที่ไม่มีอะไรเหมือน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 12 ตุลาคม 2568
Sun, 16 Nov 2025 - 50min - 5053 - [คลิปสั้น] ทำอย่างไรเมื่อจิตไม่ถึงฐาน หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 5 ต.ค.68 (681005)Sun, 16 Nov 2025
Podcast simili a <nome>
ธรรมะสะกิดใจ 072
นิทานชาดก 072
อานุภาพหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) Dhamma
เทศน์มหาชาติ วัดสวนสันติธรรม Dhamma.com
คืนเผาผี Ghost Night Ghost Night
ลงทุนแมน longtunman
ธรรมนิยาย หลวงพ่อจรัญ (สัตว์โลกย่อมเป็นไปตา Ploy Techa
SONDHI TALK sondhitalk
คุยให้คิด Thai PBS Podcast
อ่านแล้วอ่านเล่า Thananon Domthong
Geek Forever’s Podcast tharadhol
THE STANDARD PODCAST THE STANDARD
Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) watpasukato
พระไตรปิฎกศึกษา-พระสมบัติ นันทิโก ชมรมผลดี
ปลดล็อกกับหมอเวช นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล
1 สมการชีวิต ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
2 จิตตวิเวก ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร (สมเด็จพระญาณวชิ พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ
พุทธวจน พุทธวจน
ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส วัดป่า ดอนหายโศก ฟังธรรมะ donhaisok
หลวงพ่อจรัญ ทักขญาโณ หลวงพ่อจรัญ ทักขญาโณ
เสียงอ่าน พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย อ่านโดย พระกฤช นิมฺมโล
ฟังธรรมครูบาอาจารย์กรรมฐาน ☉เอกโหรา♃