Filtrar por género

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

dhamma.com

ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor Pramote Pamojjo, a master teacher of mindfulness for the modern world and Vipassana meditation.

5190 - เดินอยู่ในทางสายกลาง :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 ก.ค. 2569 (ช่วงเช้า)
0:00 / 0:00
1x
  • 5190 - เดินอยู่ในทางสายกลาง :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 ก.ค. 2569 (ช่วงเช้า)

    "การที่เรามีสัมมาสติ มีสติระลึกรู้กายรู้ใจของตัวเองบ่อยๆ จิตเราจะมีกำลังตั้งมั่นขึ้นมาเป็นผู้รู้ผู้ดู เมื่อจิตเราตั้งมั่นแล้ว เรียกว่าเราได้สัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิไม่ได้แปลว่าสงบ สัมมาสมาธิคือสภาวะที่จิตตั้งมั่น คือจิตที่มันอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่หลงไป ไม่ไหลไปที่อื่น อยู่กับตัวโดยที่ไม่ได้บังคับ ต้องมีวงเล็บ อยู่กับตัวเองโดยไม่ได้บังคับเอาไว้ เพราะถ้าบังคับไว้เมื่อไร จะตกสุดโต่งไปข้างอัตตกิลมถานุโยค ข้างบังคับตัวเอง สมาธิก็ต้องไม่สุดโต่ง 2 ฝั่ง นั่งแล้วเพลินมีแต่ความสุข ติดในกาม เพราะฉะนั้นต้องทางสายกลาง ที่หลวงพ่อสอนเวลานั่งสมาธิ บอกอย่าไปเผลอ เผลอก็คือย่อหย่อนไป อย่าไปเพ่งบังคับกายบังคับใจ อันนี้ตึงไป ก็สอนอยู่ในเรื่องของทางสายกลางนั่นเอง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 29 กรกฎาคม 2569 (ช่วงเช้า)

    Thu, 13 Aug 2026 - 59min
  • 5189 - หัวใจของการปฏิบัติคือการเจริญสติ :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 26 ก.ค. 2569

    "หัวใจของการปฏิบัติคือการเจริญสติ ถ้าเรามีสติ ศีล สมาธิ ปัญญามันก็จะสมบูรณ์ขึ้น ขาดสติตัวเดียวก็คือหมดหวังแล้ว ศีล สมาธิ ปัญญาไม่มี เราจะต้องเรียนเรื่องการเจริญสติให้มาก แล้วไม่ใช่สติธรรมดา แต่เป็นสติปัฏฐาน สติธรรมดามันเกิดกับจิตที่เป็นกุศลทุกๆ ดวง จิตที่เป็นกุศลทุกดวงจะมีสติ แต่สติปัฏฐานเป็นสติที่ระลึกรูป นาม กาย ใจ ลำพังมีสติเฉยๆ ยังห่างไกลมรรคผลนิพพาน ไม่นิพพานหรอก ต้องเป็นสติปัฏฐานคือสติที่เรียนรู้กายรู้ใจของตัวเอง เรียนแล้วเราจะได้เห็นความจริง กายนี้ใจนี้เป็นของไม่เที่ยง เป็นของที่ถูกบีบคั้นให้แตกสลาย เป็นของที่บังคับไม่ได้ เป็นไปตามเหตุ ไม่ใช่ตามที่เราอยาก พอเห็น ใจมันก็จะรู้ว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่ของดีของวิเศษอะไร ดูแลรักษาให้ดีแค่ไหนถึงวันหนึ่งก็ต้องแตกสลาย ใจจะค่อยเห็นทุกข์เห็นโทษของร่างกายของจิตใจ พอเราเห็นทุกข์แจ่มแจ้ง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น เมื่อจิตหมดความยึดมั่นถือมั่น จิตก็จะพ้นทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 กรกฎาคม 2569

    Wed, 12 Aug 2026 - 1h 06min
  • 5188 - หลักสูตรของฆราวาส : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 17 ก.ค. 2569

    "ศาสนาพุทธมีของดีของวิเศษมากมาย ไม่ใช่แค่ว่ามาวัดแล้วก็สบายใจ พอใจแล้ว ศาสนาพุทธสอนให้เราฝึกพัฒนาตัวเอง อยู่กับโลกเป็นฆราวาสก็มีธรรมะสำหรับฆราวาส มีพระก็มีธรรมะสำหรับพระ แต่ธรรมะไม่ว่าจะของฆราวาสหรือของพระ มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกันคือ พัฒนาจิตใจของเราให้สูงขึ้น ถ้าสูงเต็มที่แล้วก็จะพ้นทุกข์ไป หลักสูตรที่พระพุทธเจ้าวางไว้ให้ฆราวาส คือเรื่อง ทาน ศีล ภาวนา หลักสูตรสำหรับพระคือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่จริงศีล สมาธิ ปัญญา ตัวสมาธิปัญญาก็อยู่ในเรื่องของภาวนา ฉะนั้นของฆราวาสจะมีเรื่องทาน เรื่องศีล เรื่องภาวนา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 17 กรกฎาคม 2569

    Wed, 12 Aug 2026 - 25min
  • 5187 - นักปฏิบัติหลงเข้าไปปรุงแต่งจิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ก.ค. 2569

    "คนในโลกจิตมันปรุงแต่งอะไรไป แล้วก็ตัวเองก็หลงตามความปรุงแต่งไป มันปรุงราคะก็หลงตามราคะไป ปรุงโทสะก็หลงตามโทสะไป คนในโลกมันหลงตามความปรุงแต่งของจิต เพราะไม่มีสติรู้ทัน ส่วนนักปฏิบัติกลับข้างกัน เป็นผู้พยายามเข้าไปปรุงแต่งจิตเสียเอง จิตไม่สุขก็พยายามแต่งให้สุข จิตไม่สงบแต่งให้สงบ จิตไม่ดีทำให้ดี มีคำว่าทำเกิดขึ้น อะไรอยู่เบื้องหลังคำว่าทำ เบื้องหลังคำว่าทำก็คือโลภะ ความโลภหรือตัณหา อยากสุข อยากสงบ อยากดี อยากรู้ อยากเห็น อยากเป็น อยากได้ มีความอยากเกิดขึ้น เราก็เข้าไปปรุงแต่งจิต เราอย่าไปปรุงแต่งจิต จิตเป็นอย่างไรรู้ว่าเป็นอย่างนั้น ทำกรรมฐานไป จิตไหลไปคิดรู้ว่าไหลไปคิด ไม่ห้าม ไหลได้ จิตไหลไปคิดรู้ว่าไหลไปคิด จิตไหลไปเพ่ง ไปจ้องอารมณ์กรรมฐาน ไหลเข้าไปแนบกับอารมณ์กรรมฐาน ก็ให้รู้ว่าจิตไหลเข้าไปเกาะอารมณ์กรรมฐานแล้ว ฝึกตัวนี้ให้เยอะๆ ฝึกรู้ทัน จิตหนีไปจากอารมณ์กรรมฐาน รู้ทัน จิตไหลไปเพ่งจ้อง ไปแนบอยู่กับอารมณ์กรรมฐาน รู้ทัน แล้วคราวนี้เราจะไม่ปรุงแต่งจิต เมื่อเราไม่เข้าไปปรุงแต่งจิต จิตก็อยู่ในสภาพดั้งเดิมคือประภัสสร" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 กรกฎาคม 2569

    Mon, 10 Aug 2026 - 1h 00min
  • 5186 - กฎของการดูจิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 ก.ค. 2569

    "การดูจิตมีกฎ 3 ข้อ ข้อที่หนึ่ง ให้ความรู้สึกเกิดแล้วค่อยรู้ ทีนี้พอหลวงพ่อบอกให้พวกเราดูจิต พวกเราก็รีบส่งจิตไปดู ส่งจิตเข้าไปดู ตอนนี้จิตเป็นอย่างไร อันนี้ไม่ใช่การดูจิตแล้ว นี่เป็นการที่จิตมันไหลออกไปแสวงหาว่า ตอนนี้มีอารมณ์อะไรเกิดขึ้น อันนั้นหลงอยู่ การดูจิตไม่เหมือนดูกาย ดูจิตเป็นการดูตามหลัง ความรู้สึกเกิดแล้วก็รู้ ค่อยรู้ว่ามีความรู้สึกอันนั้น ถ้าดูกายก็ดูปัจจุบัน อย่างท่านบอกว่า ภิกษุทั้งหลายเมื่อยืนอยู่ให้รู้ชัดว่ายืนอยู่ รู้ตรงนี้เลย รู้ชัดๆ เลย ไม่ต้องไปรู้ที่อื่นเลย รู้ในขณะปัจจุบันได้ ข้อที่สองระหว่างรู้ อย่าถลำลงไปจ้อง อย่าถลำลงไปรู้ ให้รู้แบบคนวงนอก เหมือนเราอยู่บนตึกสูง แล้วเห็นไปที่ถนน เห็นรถวิ่งอยู่บนถนนเยอะแยะ วิ่งไปวิ่งมา เราไม่โดดลงไปอยู่กลางถนน กฎการดูจิตข้อที่สามกับการดูกาย ข้อที่สามอันนี้ก็เหมือนกัน คือดูด้วยความเป็นกลาง ถ้าเราดูแล้วเกิดยินดีให้รู้ทัน เกิดยินร้ายให้รู้ทัน พอเรายินดียินร้ายเรารู้ทัน ความยินดียินร้ายจะดับ จิตจะตั้งมั่นขึ้นมาเป็นคนรู้คนดู ไม่มีความยินดียินร้าย เป็นกลางกับทุกๆ สิ่ง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 19 กรกฎาคม 2569

    Sun, 09 Aug 2026 - 1h 01min
Mostrar más episodios

Podcasts similares a หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม