Filtrar por género
ดื่มด่ำ ซึมซาม ด้วยการฟังบทพยัญชนะที่มีความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุด เป็นข้อมูลโดยตรงจากพระสูตรในพระไตรปิฏก เพื่อให้มีการตกผลึกความคิด เกิดเป็นความคลองปากขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยความเห็นได้. New Episode ทุกวันพฤหัส เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
- 487 - การออกบวชที่ชอบธรรม-โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร [6937-4s]
สูตร# 1 โฆฏมุขสูตร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผล เพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวชโฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันปัจจุบันเรียกว่า‘โฆฏมุขี’ ถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร
สูตร# 2 ฆฏิการสูตร เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อโชติปาละ ซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อฆฏิการะ ที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้ชราและเสียจักษุ จึงไม่ได้ออกบวช
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 09 Sep 2026 - 58min - 486 - สุภมาณพ - สุภสูตร และจูฬกัมวิภังคสูตร [6936-4s]
สูตร #1 สุภสูตร (เล่มที่๑๓) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ได้ทูลถามปัญหาหลายข้อ ทรงตอบและแสดงถึงผลของการดำเนินชีวิตแบบคฤหัสถ์กับบรรพชิตว่า การดำเนินชีวิตแบบบรรพชิตแม้จะมีการเตรียมการน้อยแต่ก็มีผลมากกว่าและก่อให้เกิดคุณธรรมมากกว่า
สูตร #2 จูฬกัมวิภังคสูตร (เล่มที่๑๔) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงตอบปัญหาเรื่องเหตุทำให้สัตว์มีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมากหรือโรคน้อย เป็นต้น และเหตุที่ทำให้คนเลวและดีต่างกัน โดยทรงยกภาษิตว่าด้วยกฏแห่งกรรม
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 02 Sep 2026 - 1h 16min - 485 - ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน - พาหิติกสูตร ,กรรณกัตถลสูตร,ฐานสูตร และ ปิยชาติกสูตร [6935-4s]
สูตร#1 พาหิติกสูตร ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา(ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระอานนท์และพระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ณ ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ทรงตรัสถามพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ กับ ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร พระอานนท์ได้ตอบอธิบายในรายละเอียด เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้า
สูตร #2 กรรณกัตถลสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล ทรงสนทนา เรื่องสัพพัญญู , วรรณะ 4 ,เทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู , ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ,ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลก
สูตร#3 ฐานสูตร (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย
สูตร#4 ปิยชาติกสูตร (เพิ่มเติม)ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 26 Aug 2026 - 58min - 484 - การระงับความอาฆาต - อาฆาตวัตถุสูตร, อาฆาตปฏิวินยสูตร, ปฐมและทุติยอาฆาตปฏิวินยสูตร,สัพพาสวสังวรสูตร [6934-4s]
สูตร#1 อาฆาตวัตถุสูตร (เล่มที่๒๓ ข้อที่๒๙) ทรงตรัสแก่ภิกษุ ถึงสาเหตุผูกอาฆาต ๙ประการ
สูตร#2 อาฆาตปฏิวินยสูตร (เล่มที่๒๓ ข้อที่๓๐) ทรงแสดงแก่ภิกษุ ถึงอุบายเป็นเครื่องกำจัดอาฆาต ๙ ประการ
สูตร#3 ปฐมอาฆาตปฏิวินยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๖๑) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เรื่อง อุบายกำจัดอาฆาต ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดอาฆาตที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุได้อย่างสิ้นเชิง
สูตร#3 ทุติยอาฆาตปฏิวินิยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๖๒) ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายถึงอุบายกำจัดอาฆาต ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดอาฆาตที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุได้อย่างสิ้นเชิง
สูตร#4 สุภสูตร [เล่มที่๑๓ ข้อที่ ๗๒๘]ว่าด้วยบริขารของจิตเพื่อความไม่เบียดเบียน
สูตร#5 สัพพาสวสังวรสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 19 Aug 2026 - 54min - 483 - ความบริสุทธิ์อันมีวรรณะ ๔ - อัสสลายนสูตร [6933-4s]
อัสสลายนสูตร เป็นการโต้วาทะระหว่างพระพุทธเจ้า กับ "อัสสลายนมาณพ" พราหมณ์หนุ่มวัย ๑๖ ปี มานพผู้ฉลาดหลักแหลม ซึ่งถูกยุยงโดยพวกพราหมณ์ให้มาโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ในประเด็นเรื่องวรรณะแม้จะไม่เต็มใจ เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสคัดค้านความเชื่อเรื่องระบบวรรณะและความประเสริฐโดยกำเนิดของพราหมณ์ โดยทรงตรัสถามตอบชี้แจงด้วยเหตุผลตามความเป็นจริง ซึ่งอัสสลายนมาณพถึงกับหมดปฏิภาณที่จะโต้แย้ง และเกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 12 Aug 2026 - 47min - 482 - มูลเหตุแห่งการวิวาท - อุปาลิวรรค,อักโกสวรรค,โจทนาสูตร และสามคามสูตร [6932-4s]
สูตร#1 อุปาลิวรรค พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอุบาลี ประกอบด้วยพระสูตรที่ ๑ - ๑๐ ซึ่งพระอุบาลีได้ทูลถาม และทรงตรัสตอบดังนี้ คือ ประโยชน์แห่งการบัญญัติสิกขาบท, เหตุงดสวดปาติโมกข์ , คุณสมบัติของภิกษุเป็นผู้รื้อฟื้นอธิกรณ์ ,ผู้ให้นิสสัย , ผู้ให้อุปสมบท และผู้ให้สามเณรอุปัฏฐาก และสาเหตุให้สงฆ์แตกกันและสามัคคีกัน
สูตร#2 อักโกสวรรค พระอุบาลีทูลถามพระพุทธเจ้า หมวดว่าด้วยการด่า ประกอบด้วยพระสูตรที่๑-๔ ได้แก่ เหตุให้เกิดวิวาทขึ้นในสงฆ์ , มูลเหตุแห่งวิวาท และ ว่าด้วยพระธรรมเทศนาที่กรุงกุสินารา
สูตร#3 โจทนาสูตร พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุผู้เป็นโจทก์
สูตร#4 สามคามสูตร ตอนมูลเหตุแห่งการวิวาทและธรรมเป็นเหตุให้ระลึกถึงกัน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 05 Aug 2026 - 55min - 481 - การรักษาอุโบสถให้ประเสริฐ- อุโปสถสูตร,อิธโลกสูตร ,อนุรุทธสูตร [6931-4s]
สูตร#1 อุโปสถสูตร พระพุทธเจ้าตรัสสอนนางวิสาขาผู้รักษาศีลอุโบสถที่บุพพารามเป็นประจำ เพื่อให้ทราบว่า อุโบสถศีลนั้นมีทั้งแบบที่ประเสริฐ คือ ความเป็นอริยะ มีความประเสริฐได้บุญอย่างแท้จริง และแบบที่ไม่ประเสริฐ คือ มีความงมงายไม่ถูกต้อง
สูตร#2 อิธโลกสูตร พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนนางวิสาขา อธิบายถึงสุภาพสตรีที่จะอยู่ครองเรือนได้อย่างมีความสุข ไม่เกิดเป็นภัยได้กำไรในการอยู่ครองเรือน ประกอบด้วยธรรมของมาตุคามผู้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้มี 4 ประการ และธรรมที่เป็นไปเพื่อชัยชนะในโลกหน้ามี 4 ประการ มาตุคามที่ประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ ย่อมเข้าถึงเทวโลกประเภทมนาปกายิกา
สูตร#3 อนุรุทธสูตร เทวดาเหล่ามนาปกายิกา (เทวดาชั้นนิมมานรดี) เข้าไปเรียนท่านพระอนุรุทธะว่า ตนครองความเป็นใหญ่มีอำนาจ 3 ด้าน นึกให้เป็นเสียง เป็นสี ให้มีสุขเช่นใด ก็ได้อย่างฉับพลัน ท่านจึงลองนึกให้เทวดาเหล่านั้นสำแดงตามที่ท่านนึก ก็เห็นเป็นความจริง จึงนำความไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสคุณสมบัติ 8 ประการที่ทำให้มาตุคามไปเกิดเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 29 Jul 2026 - 59min - 480 - พระวินัยของพระสงฆ์ - อุปาลิสูตร,อุปาลิวรรค,อักโกสวรรค,อุปาลีเถรคาถา,อุปาลีเถราปทาน [6930-4s]
สูตร#1 อุปาลิสูตร ข้อที่ ๙๙ ว่าด้วยพระอุบาลีขออนุญาตอยู่ป่า ทรงแสดงแก่ท่านพระอุบาลี เมื่อพระอุบาลีขอไปจำพรรษาในป่าพระพุทธเจ้าทรงเตือนว่า การพำนักอยู่ในถิ่นทุรกันดารนั้นยากที่จะทนได้ เว้นแต่ว่าท่านจะเชี่ยวชาญด้านการเจริญสติ และทรงอธิบายอย่างละเอียดถึงการฝึกฝนที่จำเป็นก่อนไปจำพรรษา และในตอนท้ายทรงสนับสนุนให้พระอุบาลีอยู่ร่วมกับพระสงฆ์ต่อไป
สูตร#2 อุปาลิวรรค ว่าด้วยพระอุบาลี มี ๑๐ พระสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๓๑-๔๐) พระสูตรที่ ๑ถึง๘ ทรงแสดงแก่พระอุบาลี ประกอบด้วย พระอุบาลีทูลถามประโยชน์แห่งการบัญญัติสิกขาบท เหตุงดสวดปาติโมกข์ คุณสมบัติของภิกษุผู้รื้อฟื้นอธิกรณ์ คุณสมบัติของภิกษุผู้ให้อุปสมบท คุณสมบัติของภิกษุผู้ให้นิสสัย คุณสมบัติของภิกษุผู้ให้สามเณรอุปัฏฐาก เหตุให้สงฆ์แตกกัน และเหตุให้สงฆ์สามัคคีกัน พระสูตรที่ ๙และ๑๐ ทรงแสดงแก่พระอานนท์ มีนัยยะเดียวกับที่ทรงแสดงแก่พระอุบาลี เรื่องเหตุให้สงฆ์แตกกัน และเหตุให้สงฆ์สามัคคีกัน ซึ่งพระอานนท์ได้ทูลถามถึงผลแห่งการทำให้สงฆ์แตกกัน และ ทำให้สงฆ์สามัคคีกัน
สูตร#3 อักโกสวรรค หมวดว่าด้วยการด่า ทรงแสดงแก่ท่านพระอุบาลี ประกอบด้วย เหตุให้เกิดวิวาทขึ้นในสงฆ์ และ มูลเหตุแห่งวิวาท สูตรที่๑และ๒
สูตร#4 อุปาลีเถรคาถา ว่าด้วยสุภาษิตสอนพระบวชใหม่ เล่มที่ ๒๖ ข้อที่ ๓๑๗
สูตร#5 อุปาลีเถราปทาน พระอุบาลีเล่าประวัติในอดีตชาติของท่าน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 22 Jul 2026 - 57min - 479 - การปฏิบัติธรรม- จูฬธัมมสมาทานสูตรและมหาธัมมสมาทานสูตร [6929-4s]
สูตร#1 จูฬธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุทราบว่าการสมาทานธรรมมี 4 แบบ ซึ่งการสมาทานธรรม หมายถึง การนำธรรมมาปฏิบัติ โดยทรงอธิบายแต่ละแบบโดยละเอียด และยกอุปมาโวหารประกอบ ทรงถือเอาความทุกข์และความสุขในขณะปฏิบัติ กับความทุกข์และความสุขที่เป็นผลแห่งการปฏิบัติเป็นเกณฑ์ เกณฑ์สูงสุด คือ ความสุขในสุคติโลกสวรรค์
สูตร#2 มหาธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงยกการสมาทานธรรม 4 แบบ ดังที่แสดงไว้ในจูฬธัมมสมาทานสูตร แต่ทรงแยกอธิบาย คือบุคคลผู้ไม่รู้จักการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามความเป็นจริง ชื่อว่าตกอยู่ในอวิชชาทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป แต่ถ้ารู้การสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามเป็นจริง ชื่อว่ามีวิชชา ก็จะเป็นเหตุให้รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ทำให้ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น และทรงอธิบายการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบโดยการปฏิบัติธรรมที่เป็นอกุศลกรรมบท 10 และกุศลกรรมบท 10 หลังจากตายจะได้รับผลเป็นทุคติและสุคติ และทรงยกอุปมาของการสมาทานธรรม 4 ประการ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 15 Jul 2026 - 57min - 478 - รักมาก ทุกข์มาก - วิสาขาสูตร, สัลลสูตร และอนมตัคคสังยุต หมวดที่๒[6928-4s]
สูตร#1 วิสาขาสูตรทรงตรัสแก่นางวิสาขา ขณะประทับที่บุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภ เรื่องที่นางวิสาขา กราบทูลเรื่องหลานสาวเสียชีวิต ทำให้มีความเศร้าโศกอย่างมาก และยังปารถนาที่จะมีลูกหลานมาก จึงทรงตรัสเตือนว่า ผู้ที่มีสิ่งอันเป็นที่รัก ๑๐๐ ก็มีความทุกฃ์ ๑๐๐ … ผู้ไม่มีสิ่งอันเป็นที่รัก จึงไม่ทุกข์
สูตร#2 สัลลสูตร ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงการรับมือกับความทุกข์ระหว่าง ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ กับพระอริยสาวกผู้ได้สดับ เปรียบเทียบกับการถูกยิงด้วยลูกศร
สูตร#3 ทุคคตสูตร(อนมตัคคสังยุต หมวดที่๒) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความยาวนานของสังสารวัฏนี้ เมื่อเห็นเราบุคคลผู้มีความทุกข์มีมือและเท้าไม่สมประกอบ พึงสันนิษฐานว่า ‘แม้เราทั้งหลายก็เคยเสวยความทุกข์เช่นนี้มาแล้ว โดยกาลนาน
สูตร#4 สุขีตสูตร ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความยาวนานของสังสารวัฏนี้ เมื่อเราเห็นบุคคลผู้เพียบพร้อมด้วยความสุข มีบริวารคอยรับใช้ พึงสันนิษฐานว่า แม้เราทั้งหลายก็เคยเสวยความสุขเช่นนี้มาแล้ว โดยกาลนาน
สูตร#5 ติงสมตสูตรทรงตรัสถึงความยาวนานของสังสารวัฏนี้แก่ภิกษุชาวเมืองปาวาประมาณ ๓๐ รูป ซึ่งทรงเห็นว่ามีคุณธรรมที่จะหมดสิ้นอาสวะเพราะไม่ถือมั่นได้
สูตร#6 อนมตัคคสังยุต หมวดที่ ๒ สูตร๔-๙ ทรงตรัสถึงความเกี่ยวข้องกันของสัตว์ในความยาวนานของสังสารวัฏนี้ ซึ่งสัตว์ผู้ไม่เคยเกี่ยวข้อง เป็นมารดา บิดา พี่ชายน้องชาย พี่สาวน้องสาว บุตรธิดา มิใช่หาได้ง่ายเลย
สูตร#7 เวปุลลปัพพตสูตรทรงตรัสเล่าถึงผู้คนในอดีตเคยเรียกภูเขาต่างๆ ในราชคฤห์ด้วยชื่อที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันภูเขาเหล่านั้นได้หายไปหมดแล้ว
สูตร#8 ปัพพโตปมสูตร พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำคือการประพฤติธรรมการประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญ
สูตร#9 ภยสูตร ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดาและบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลยคือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คืออริยมรรคมีองค์ 8
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 08 Jul 2026 - 57min - 477 - จิตบริสุทธิ์ -อุปักกิเลสสูตร และวัตถูปมสูตร [6927-4s]
สูตร#1 อุปักกิเลสสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายในกรุงโกสัมพี เกิดความบาดหมาง เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าแล้วกราบทูลเรื่องนี้ ได้ทรงเข้าไปห้ามแต่ไม่เชื่อฟัง จึงทรงเสด็จจากมาแล้วเสด็จไปเยี่ยมท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละที่ป่าปาจีนวังสทายวัน ซึ่งอยู่กันด้วยความสามัคคี ได้ทรงสนทนาและตรัสถามถึงญาณทัสสนะของพระเถระทั้ง 3 รูป แล้ว จึงตรัสเล่าการปฏิบัติของพระองค์ ซึ่งทรงพบอุปสรรคเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทรงพิจารณาจนเห็นอุปกิเลส 11 ประการ ที่เป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น และเมื่อทรงละอุปกิเลสได้ จึงทรงเจริญสมาธิ 3 ประการได้ ญาณทัสสนะจึงเกิดขึ้นแก่พระองค์
สูตร#2 วัตถูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ซึ่งมี สุนทริกภารทวาชปริพาชก นั่งฟังอยู่ด้วย และทรงทราบว่าปริพาชกนี้เชื่อถือลัทธินหานสุทธิ คือ เชื่อว่าความบริสุทธิ์มีได้เพราะการอาบน้ำลอยบาป จึงทรงแสดงธรรมให้เป็นไปตามอัธยาศัยของปริพาชกนี้ ซึ่งทรงตรัสสอนปริพาชกนี้ว่า คนที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว ถึงจะไปอาบน้ำที่ไหนก็หาทำให้เกิดความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ไม่ แล้วตรัสสอนให้อาบน้ำในศาสนาของพระองค์ เมื่อตรัสจบ สุนทริกภารทวาชปริพาชกประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 01 Jul 2026 - 59min - 476 - สังสารวัฏ - อนมตัคคสังยุต (ติณกัฏฐสูตร เป็นต้น) [6926-4s]
สูตร#1 ติณกัฏฐสูตร ว่าด้วยหญ้าและท่อนไม้ ทรงแสดงว่าสังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบว่า แม้จะเอาหญ้าท่อนไม้ กิ่งไม้ และใบไม้ในชมพูทวีปมารวมกันแล้วทำเป็นมัด โดยสมมติแต่ละมัดว่าเป็นมารดาบิดา จนกระทั่งใบไม้เหล่านั้นหมดไป ก็ไม่สามารถนับมารดาบิดาเหล่านั้นได้ครบ
สูตร#2 ปฐวีสูตร ว่าด้วยแผ่นดิน ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับแผ่นดินว่า แม้จะเอาแผ่นดินมาปั้นเป็นก้อนเท่ากับเมล็ดกระเบา จนกระทั่งแผ่นดินนั้นหมดไป ก็ไม่สามารถนับมารดาบิดาเหล่านั้นได้ครบ
สูตร#3 อสุสูตร ว่าด้วยน้ำตา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏเบื้องตันและบื้องปลายรู้ไม่ได้ทรงปรียบเทียบกับน้ำตาที่มนุษย์ร้องไห้เพราะพลัดพรากจากมารดา บิดา เป็นต้นตลอดระยะเวลายาวนาน มีมากว่านํ้าในมหาสมุทรทั้ง ๔
สูตร#4 ขีรสูตร ว่าด้วยน้ำนม ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับน้ำนมที่มนุษย์ทั้งหลายดื่มกินตลอดระยะเวลายาวนาน มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔
สูตร#5 ปัพพตสูตร ว่าด้วยภูเขา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอัน มีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับภูเขาศิลาแท่งทึบลูกใหญ่ ทุก ๆ ๑๐๐ ปี จะมีบุรุษเอาผ้าเนื้อละเอียดมาลูบภูเขา๑ ครั้ง ทำอยู่อย่างนี้จนภูเขานั้นราบเรียบเสมอแผ่นดิน ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถเทียบกับกัปหนึ่งได้
สูตร#6 สาสปสูตร ว่าด้วยเมล็ดผักกาด ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับนครที่มีความยาว ๑ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ สูง ๑ โยชน์ในนครนั้นเต็มไปด้วยเมล็ดผักกาด บุรุษหยิบเมล็ดผักกาดออกจากเมืองนั้น๑๐๐ ปีต่อ๑ เมล็ด ทำอยู่อย่างนั้นจนเมล็ดผักกาดหมด ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถเทียบกับอายุของกัปหนึ่งได้
สูตร#7 สาวกสูตร ว่าด้วยพระสาวก ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับสาวก ๔ รูป ซึ่งมีอายุ ๑๐๐ ปี สมมติว่า สาวก ๔ รูปนั้นระลึกย้อนหลังไปได้วันละ ๑๐๐,๐๐๐ กัป ถึงกระนั้น กัปที่พวกเธอระลึกไปไม่ถึงก็ยังมีอยู่มาก
สูตร#8 คังคาสูตร ว่าด้วยแม่น้ำคงคา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับเม็ดทรายในมหาสมุทรที่มนุษย์ถือว่าไม่สามารถนับได้ ถึงกระนั้น ก็ยังนับง่ายกว่าการนับกัปเสียอีก
สูตร#9 ทัณฑสูตร ว่าด้วยท่อนไม้ ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับท่อนไม้ที่บุคคลโยนขึ้นไปบนอากาศ ย่อมตกลงมาไม่แน่นอน คือบางครั้งตกลงทางโคน บางครั้งตกลงทางขวาง บางครั้งก็ตกลงทางปลายชีวิตของสัตว์ทั้งหลายที่ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏก็ไม่แน่นอนเช่นกัน
สูตร#10 ปุคคลสูตร ว่าด้วยบุคคล ทรงแสดงว่า ชีวิตของ สัตว์ทั้งหลายที่ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ หากนำโครงกระดูกมารวมกันจะมีกองใหญ่เท่าภูเขาเวปุลละ
สูตร#11 ปิยชาติกสูตร ทรงแสดงแก่คหบดีคนหนึ่งที่โศกเศร้าอย่างหนักเพราะบุตรชายอันเป็นที่รักได้เสียชีวิตลง จึงได้ตรัสสอนความจริงข้อนี้ ว่า ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจ ทั้งหมดนี้มีเกิดมาจากสิ่งเป็นที่รัก มีสิ่งเป็นที่รักเป็นแดนเกิด แต่คหบดีกลับปฏิเสธและเห็นพ้องกับพวกนักเลงการพนันว่าความรักนำมาซึ่งความสุขและความเพลิดเพลิน เรื่องราวดังกล่าวลุกลามไปถึงพระเจ้าปเสนทิโกศลและพระนางมัลลิกาเทวี ซึ่งพระนางมัลลิกาเทวีทรงเป็นผู้มีปัญญาและศรัทธา จึงทรงช่วยชี้แนะให้พระสวามีเห็นจริงตามพุทธดำรัส และยอมรับว่า ความรักนำพาทุกข์มาให้
สูตร#12 ฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ ๕ ประการ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 24 Jun 2026 - 59min - 475 - ธรรมที่ไม่มีกิเลส - อรณวิภังคสูตร และนิพเพธิกสูตร [6925-4s]
สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลส
สูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 17 Jun 2026 - 1h 09min - 474 - แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม - ทุติยอุคคสูตร ทุติยหัตถกสูตร กามโภคีสูตร อานัณยสูตร อันธสูตร ทุติยปาปณิกสูตร และทุติยสัมปทาสูตร [6924-4s]
สูตร#1 ทุติยอุคคสูตร(เล่มที่ ๒๓) ว่าด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์ของอุคคคหบดี โดยทรงพยากรณ์ว่าอุคคคหบดีเป็นผู้มีความอัศจรรย์และน่าเลื่อมใสในธรรม 8 ประการ
สูตร#2 ทุติยหัตถกสูตร(เล่มที่ ๒๓) ว่าด้วยการสร้างความสามัคคีและการบริหารบริวารของหัตถกอุบาสก ทรงตรัสถามถึงวิธีที่เขาใช้ผูกใจและดูแลบริวารหมู่ใหญ่จนเกิดความสามัคคี หัตถกอุบาสกราบทูลว่า เขาใช้หลัก สังคหวัตถุ ๔ ในการสงเคราะห์ผู้คน ทรงตรัสรับรองและทรงยกย่องและชื่นชมคุณธรรมอันน่าอัศจรรย์ ๘ ประการของเขาด้วย
สูตร#3 กามโภคีสูตร(เล่มที่ ๒๔)กามโภคีบุคคล หมายถึงผู้ครองเรือน หรือคฤหัสถ์ ทรงจำแนกกามโภคีบุคคลที่เป็นอุบาสกออกเป็น ๑๐ ประเภท และทรงแสดงหลักเกณฑ์สำหรับพิจารณาอุบาสกว่าควรติเตียน ๔ ประการ ส่วนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรสรรเสริญ มีนัยตรงข้ามกัน
สูตร#4 อานัณยสูตร(เล่มที่ ๒๑) ทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคหบดี ว่าด้วยสุขเกิดจากการไม่เป็นหนี้ ซึ่งเป็นสุขของคฤหัสถ์อย่างหนึ่งใน ๔ อย่าง
สูตร#5 อันธสูตร(เล่มที่ ๒๐) ทรงแสดงถึงบุคคล ๓ จำพวกที่มีอยู่ในโลก คือ บุคคลตาบอด บุคคลตาเดียว และบุคคลสองตาทรงตรัสว่า บุคคลควรเว้นให้ห่างไกลจากบุคคลตาบอดและบุคคลตาเดียว แต่ควรคบบุคคลสองตาที่ประเสริฐที่สุด
สูตร#6 ทุติยปาปณิกสูตร(เล่มที่ ๒๐) ทรงแสดงคุณสมบัติของพ่อค้า ๓ ประการ ไม่นานนักก็ถึงความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไพบูลย์ในโภคทรัพย์ และเปรียบเทียบคุณสมบัติของภิกษุ ๓ ประการ ที่ไม่นานนักก็บรรลุความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไพบูลย์ในกุศลธรรม
สูตร#7 ทุติยสัมปทาสูตร(เล่มที่ ๒๓) ทรงแสดงสัมปทา(ความถึงพร้อม) ๘ ประการโดยพิสดาร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 10 Jun 2026 - 1h 05min - 473 - ผู้ชำนาญวิถีทางแห่งวิตก-วิตักกสัณฐานสูตรและเทวธาวิตักกสูตร [6923-4s]
สูตร#1 วิตักกสัณฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ว่าด้วยอุบายกำจัดอกุศลวิตก คือวิธีพิจารณาละวิตกฝ่ายอกุศล และตัวอย่างเปรียบเทียบ ๕ ประการ ที่เมื่อละได้แล้ว จะทำให้จิตตั้งมั่น สงบ เกิดสมาธิขึ้น ตัดตัณหา ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
สูตร#2 เทวธาวิตักกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ว่าด้วยวิตก ๒ ประเภท (ความคิด ๒ ประเภท) คือ กุศลวิตก และอกุศลวิตก ด้วยการมีสติแยกแยะความคิดที่เป็นอกุศล ว่าเกิดขึ้นแล้ว และกำจัดความคิดที่เป็นอกุศลออกไป ตั้งดำรงความคิดที่เป็นกุศลไว้ จะทำให้จิตไปตามทาง คือ มรรค สามารถทำสมาธิ ปัญญาให้แจ้ง และบรรลุธรรมได้
สูตร#3 สัจจวิภังคสูตร (เสริม) พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายว่าด้วยการอธิบายและจำแนก อริยสัจ ๔ อย่างละเอียด
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 03 Jun 2026 - 57min - 472 - ประโยชน์จากโภคทรัพย์ -มุณฑราชวรรค (อาทิยสูตร เป็นต้น)[6922-4s]
สูตร#1 อาทิยสูตร (ข้อที่ ๔๑)ทรงแสดงแก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ว่าด้วยประโยชน์ที่จะพึงถือเอาจากโภคทรัพย์ ๕ ประการ ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียรและสุจริตชอบธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินชีวิต ต่อให้ทรัพย์นั้นจะต้องหมดสิ้นไป ก็จะไม่เดือดร้อนใจ เพราะได้ใช้ทรัพย์นั้นทำประโยชน์อย่างคุ้มค่าและถูกต้องแล้ว
สูตร#2 สัปปุริสสูตร (ข้อที่๔๒) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วย การเกิดมาของสัตบุรุษ (คนดี) เพื่อประโยชน์สุขของคนหมู่มาก
สูตร#3 อิฏฐสูตร (ข้อที่ ๔๓) ทรงแสดงแก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา ๕ ประการ และวิธีที่จะได้มาอย่างถูกต้อง
สูตร#4 มนาปทายีสูตร (ข้อที่ ๔๔) ทรงแสดงแก่อุคคคหบดีชาวเมืองเวสาลี ซึ่งนำสิ่งของอันเป็นที่น่าพอใจและประณีตของตนเองหลายประการมาน้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยความเคารพ ทรงรับเครื่องบริจาคเหล่านั้นด้วยความอนุเคราะห์ และได้ทรงแสดงธรรมเทศนาอนุโมทนาในความเสียสละของคหบดี ทรงตรัสหลักธรรมสำคัญว่า "ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ให้ของที่เลิศ ย่อมได้ของที่เลิศ"
สูตร#5 ปุญญาภิสันทสูตร (ข้อที่๔๕) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยเรื่อง "ห้วงบุญกุศล ๕ ประการ" อันเป็นทางมาแห่งความสุข ความเจริญ และการได้ไปบังเกิดในสวรรค์
สูตร#6 สัมปทาสูตร (ข้อที่ ๔๖) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยความถึงพร้อม ๕ ประการ
สูตร#7 ธนสูตร (ข้อที่ ๔๗) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยทรัพย์ ๕ ประการ
สูตร#8 ฐานสูตร (ข้อที่ ๔๘) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ ๕ ประการ
สูตร#9 โกสลสูตร (ข้อที่ ๔๙) ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ในสมัยที่พระนางมัลลิกาเทวีสวรรคต ซึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลก็ทรงมีทุกข์ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ถึงฐานะ ๕ ประการนี้ อันสมณะพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกไม่พึงได้
สูตร#10 นารทสูตร (ข้อที่ ๕๐) พระนารทะแสดงธรรมแก่พระเจ้ามุณฑะ ที่ทรงโศกเศร้าอย่างหนักจนไม่ยอมปฏิบัติราชกรณียกิจ หลังจากพระนางภัททาราชเทวีผู้เป็นที่รักได้สวรรคตไป มหาอำมาตย์จึงได้กราบทูลเชิญให้พระองค์เสด็จไปรับฟังธรรมจากพระนารทะ ณ กุกกุฏาราม เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ใจ พระนารทะได้แสดงธรรมเกี่ยวกับ "ฐานะ ๕ ประการ" ที่ใครๆในโลกไม่พึงได้ โดยให้พิจารณาตามความเป็นจริงเพื่อถอนลูกศรคือความโศกเศร้า ทำให้พระเจ้ามุณฑะทรงคลายทุกข์และกลับมาเข้มแข็งได้ในที่สุด
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 27 May 2026 - 1h 07min - 471 - ธรรมผู้ครองเรือน - สิงคาลกสูตร , จัมมสาฏกชาดก[6921-4s]
สูตร#1 สิงคาลกสูตร ทรงแสดงแก่มาณพชื่อสิงคาลกะ ขณะเสด็จออกจากพระเวฬุวันจะเข้าไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ เพื่อทรงแนะนำให้ไหว้ทิศตามแบบของอริยวินัย ทรงทอดพระเนตรเห็นสิงคาลกมาณพกำลังไหว้ทิศอยู่แต่เช้าตรู่ มีผมและผ้าเปียกปอน จึงตรัสถามเพื่อชวนสนทนาว่า กำลังทำอะไร เขากราบทูลว่า กำลังไหว้ทิศตามคำสั่งของบิดาก่อนบิดาจะตาย จึงตรัสว่า ในอริยวินัยเขาไม่ได้ไหว้ทิศกันแบบนี้ เขาทูลถามว่า ในอริยวินัย เขาไหว้ทิศกันอย่างไร ทรงตรัสตอบและอธิบายให้ฟัง จบธรรมบรรยายสิงคาลกมานพมีความเลื่อมใสได้แสดงตนเป็นอุบาสก นับถือพระรัตนตรัยไปตลอดชีวิต
สูตร#2 จัมมสาฏกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพ่อค้าบัณฑิต ได้เตือนปริพาชกชื่อ จัมมสาฏกะไม่ให้ยกย่องแพะ ด้วยการเห็นมันเพียงครู่เดียว เพราะเข้าใจว่าการที่มันย่อตัวลง หมายถึงมันแสดงความนอบน้อมต่อตน แต่จริงๆมันกำลังตั้งท่าจะขวิดเต็มที่ ท่านไม่เชื่อจึงถูกแพะขวิดจนตาย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 20 May 2026 - 54min - 470 - ธรรมสำหรับผู้ป่วย - มหานามสูตร, คิลานสูตร, ปฐมอุปัฏฐากสูตร, ปฐมอนายุสสาสูตร และธนัญชานิสูตร [6920-4s]
สูตร#1 มหานามสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๒๕)ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะซึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงเหตุให้ได้ชื่อว่าอุบาสก เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ถือว่ามีศีล เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเอง แต่ไม่เกื้อกูลผู้อื่น เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและเกื้อกูลผู้อื่น ทรงตรัสแสดงในรายละเอียด
สูตร#2 คิลานสูตร(เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๒๒) ว่าด้วยคนไข้ ๓ จำพวก เปรียบเทียบกับบุคคลในโลก ๓ จำพวก
สูตร#3 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่ ๓๗๕) ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระประชวร ขณะเข้าจำพรรษาอยู่ ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี ทรงประชวรอย่างรุนแรง ท่านพระอานนท์เห็นแล้วกราบทูลว่า รู้สึกหนักใจแต่มาเบาใจอยู่หน่อยหนึ่งว่า พระองค์ยังไม่ตรัสพุทธพจน์อย่างใดอย่างหนึ่งกับภิกษุสงฆ์ก็คงจักไม่ปรินิพพานเป็นแน่ ทรงตรัสตอบว่า ไม่ควรหวังอะไรในพระองค์เพราะทรงแสดงธรรมไว้แจ่มแจ้งแล้วและทรงสอนให้มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่งด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ประการ
สูตร#4 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๑) ว่าด้วยธรรมสำหรับภิกษุไข้ หมายถึงธรรมที่มีผลให้ภิกษุบรรลุเจโตวิมุตติในเวลาไม่นาน มี ๕ ประการ
สูตร#5 ปฐมอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๓)ว่าด้วยภิกษุไข้ที่พยาบาลได้ยากและง่าย แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน
สูตร#6 ทุติยอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๔)ว่าด้วยภิกษุผู้ควรและไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน
สูตร#7 ปฐมอนายุสสาสูตร(เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๕)ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้อายุสั้นและอายุยืน แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน (ในทุติยอนายุสสาสูตร เหตุให้อายุยืนเพิ่ม มีศีล และมีกัลยาณมิตร
สูตร#8 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่๑๐๕๐) ว่าด้วยอุบาสกป่วยทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ที่ได้เขาไปทูลถามว่า อุบาสกผู้มีปัญญา (พระโสดาบัน) จะกล่าวสอนอุบาสกผู้มีปัญญาซึ่งเจ็บป่วยได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า สามารถปลอบใจได้ด้วยธรรม ๔ ประการ
สูตร#9 ธนัญชานิสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชาและเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติและแสดงธรรมให้ฟังโดยยกธรรมขึ้นมาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัยใดในการดำเนินชีวิตก็ตาม ผู้ประพฤติธรรมและประพฤติสม่ำเสมอย่อมประเสริฐกว่าผู้ประพฤติอธรรมและประพฤติไม่สม่ำเสมอ และในตอนจบธนัญชานิพราหมณ์ตายไป สถิตย์ในสวรรค์ชั้นพรหม
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 13 May 2026 - 57min - 469 - พึ่งตน พึ่งธรรม -จักกวัตติสูตร [6919-4s]จักกวัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ตรัสสอนให้ พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรม ทำให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ และให้ประพฤติธรรมอันเป็นโคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา (พระองค์เอง) บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางไม่ได้ และได้ตรัสอธิบายถึง การที่จะมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิและความเสื่อมไปของพระเจ้าจักรพรรดิ เหตุความเสื่อมไปของอายุขัยของมนุษย์ถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่10 ปี จนกระทั่งถึงคราวที่มนุษย์กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งมีอายุมากขึ้นอีก มีพระพุทธเจ้านามว่า เมตไตรย เสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมอย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 06 May 2026 - 58min - 468 - เครื่องอยู่ของจิต - ปฐมมหานามสูตร, ทุติยมหานามสูตร, นันทิยสูตร, คิลานสูตร และธัมมทินสูตร [6918-4s]
สูตร#1 ปฐมมหานามสูตร (เล่มที่ ๒๔) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะชื่อมหานามะ ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และทรงตรัสถามพระผู้มีพระภาคว่า พระองค์จะต้องมีธรรมอะไรเป็นเครื่องอยู่ ทรงตรัสตอบว่า ให้ตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา แล้วเจริญธรรม ๖ ประการคือ อนุสสติ ๖ ให้ยิ่งขึ้นไป
สูตร#2 ทุติยมหานามสูตร มีหมวดธรรมเดียวกับปฐมมหานามสูตร
สูตร#3 นันทิยสูตร (เล่มที่ ๒๔) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่านันทิยะ ซึ่งได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และตรัสถามว่า พระองค์จะต้องมีธรรมอะไรเป็นเครื่องอยู่ ทรงตรัสตอบว่า พึงตั้งอยู่ในธรรม ๖ ประการ คือ ศรัทธา ศีล วิริยะ สติ สมาธิและปัญญา แล้วตั้งสติมั่นไว้ภายในตนในธรรม ๕ ประการ คือ พุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ กัลยาณมิตตานุสสติ จาคานุสสติ และเทวตานุสสติ ให้ยิ่งขึ้นไป
สูตร#4 คิลานสูตร(เล่มที่๑๙) ว่าด้วยอุบาสกป่วย ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ที่ได้เขาไปทูลถามว่า อุบาสกผู้มีปัญญา (พระโสดาบัน) จะกล่าวสอนอุบาสกผู้มีปัญญาซึ่งเจ็บป่วยได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า สามารถปลอบใจได้ด้วยธรรม ๔ ประการ
สูตร#5 ธัมมทินสูตร(เล่มที่๑๙) ทรงแสดงแก่ธัมมทินนอุบาสก พร้อมด้วยอุบาสก ๕๐๐ คน ให้พิจารณาพระสูตรให้ลึกซึ้ง ลุ่มลึก ระดับโลกุตตระ เมื่อธัมมทินอุบาสกกราบทูลว่า พวกตนอยู่ครองเรือน นอนเบียดเสียดบุตร ใช้เครื่องประดับและเงินทองคงจะทำได้ยาก พระองค์จึงทรงแสดงธรรม ๔ ประการ
สูตร#6 มหานามสูตร(เล่มที่๒๓) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ซึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงเหตุให้ได้ชื่อว่าอุบาสก เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ถือว่ามีศีลเหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกลตนเอง แต่ไม่เกื้อกูลผู้อื่น เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและเกื้อกูลผู้อื่น ทรงตรัสแสดงในรายละเอียด
สูตร#7 คิลานสูตร (เล่มที่๒๐)ว่าด้วยคนไข้ ๓ จำพวก เปรียบเทียบกับบุคคลในโลก ๓ จำพวก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 29 Apr 2026 - 59min - 467 - การข้ามพ้นภัย - สัมโพธิสูตร, นิสยสูตร, เมฆิยสูตร, นันทกสูตร, พลสูตร, เสวนาสูตร [6917-4s]
สูตร#1 สัมโพธิสูตรทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดการตรัสรู้ (สัมโพธิ) ๕ ประการ ซึ่งการมีกัลยาณมิตร เป็นข้อที่สำคัญที่สุด และทรงตรัสอานิสงส์ของการมีกัลยาณมิตร ที่เมื่อมี "มิตรดี" แล้ว ข้อธรรมอื่นๆ จะตามมาเองโดยธรรมชาติ เพราะมิตรดีจะเป็นแรงผลักดันให้ปฏิบัติในข้อต่อๆ ไปได้ง่ายขึ้น และเมื่อตั้งมั่นในธรรม ๕ ประการข้างต้นแล้ว ควรฝึกฝนเพิ่มเติมอีก ๔ ด้านเพื่อแก้ทางกิเลส
สูตร#2 นิสยสูตร ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุที่ได้ชื่อว่าเป็น "ผู้ถึงพร้อมด้วยนิสสัย" ทรงตรัสแก่ภิกษุรูปหนึ่งที่เข้าไปเฝ้าและทูลถามว่าผู้ถึงพร้อมด้วยนิสสัย ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ทรงแสดงธรรม ๕ ประการที่เมื่อภิกษุอาศัยธรรมเหล่านี้แล้ว จะละอกุศล และเจริญกุศลได้ และเมื่อภิกษุสามารถดำรงอยู่ในธรรม ๕ ประการนี้ได้มั่นคงแล้ว ให้เจริญธรรม ๔ ประการเพื่อไม่ให้กิเลสใหม่เกิดขึ้น ผู้ที่ทำได้ครบถ้วนเช่นนี้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็น "ผู้ถึงพร้อมด้วยนิสสัย"
สูตร#3 เมฆิยสูตร ทรงแสดงแก่พระเมฆิยะ ว่าด้วย ธรรมะที่เป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุตติ พระเมฆิยะ (ซึ่งขณะนั้นเป็นพุทธอุปัฏฐาก) ได้พบป่ามะม่วงริมฝั่งแม่น้ำกิมิกาฬาที่รื่นรมย์ จึงอยากไปบำเพ็ญเพียรที่นั่นเพียงลำพัง เมื่อพระเมฆิยะไปบำเพ็ญเพียรในป่ามะม่วงตามลำพัง กลับถูก "อกุศลวิตก" (ความนึกคิดที่ไม่ดี) รุมเร้าจิตใจ จึงได้กลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรม๕ประการที่จะช่วยให้เจโตวิมุตติแก่กล้าขึ้น เมื่อตั้งมั่นในธรรม ๕ ประการข้างต้นแล้ว ควรเจริญธรรมอีก ๔ ประการเพื่อกำจัดกิเลสเฉพาะหน้า
สูตร#4 นันทกสูตรทรงแสดงแก่พระนันทกะ ณ พระเชตวัน ปรารภท่านพระนันทกะกำลังแสดงธรรมให้เหล่าภิกษุฟังในหอฉันอย่างตั้งใจและยาวนาน ทรงชมเชยและตรัสว่านี่คือ "กิจ ๒ อย่างของบรรพชิต" คือ การสนทนาธรรม หรือ การนิ่งอย่างพระอริยะและทรงตรัสองค์ประกอบ ๔ ประการสู่ความสำเร็จ (ความสมบูรณ์ของภิกษุ) ทรงเปรียบเทียบว่า ภิกษุที่ขาดคุณธรรมข้อใดข้อหนึ่ง เหมือนสัตว์สี่เท้าที่เท้าข้างหนึ่งพิการ ย่อมไม่สง่างามและไม่สมบูรณ์ หลังจากทรงเสด็จกลับ ท่านพระนันทกะได้ขยายความต่อถึงอานิสงส์ที่ภิกษุจะได้รับจากการฟังธรรมและสนทนาธรรม ซึ่งนำไปสู่การหลุดพ้น
สูตร#5 พลสูตรทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงกำลัง ๔ ประการที่ช่วยให้พระอริยสาวกสามารถข้ามพ้น "ภัย ๕ ประการ" ได้
สูตร#6 เสวนาสูตรท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วย "เกณฑ์ในการเลือกเสพหรือเลือกคบ" ว่า มีคน ๔ ประเภทที่เราควรหรือไม่ควรคบ และมีการแบ่งแยกที่คล้ายกันนี้ในเรื่องของเครื่องแต่งกาย อาหาร ที่พัก เมือง และประเทศ โดยวัดจาก กุศล/อกุศลธรรม เจริญขึ้นหรือเสื่อมลง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 22 Apr 2026 - 58min - 466 - คุณธรรมแห่งความสำเร็จ-สังขารูปปัตติสูตร,ทักขิณาวิภังคสูตร,อิฏฐสูตร [6916-4s]
สูตร#1 สังขารูปปัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงตรัสว่าการที่ภิกษุประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ซึ่งเมื่อเจริญและทำให้มากแล้ว เมื่อปรารถนาจะไปเกิดในสิ่งที่ดี ๆ อย่างไร ให้ตั้งจิต อธิษฐานจิต และเจริญจิตนั้น ก็จะเกิดในฐานะนั้น ๆ ได้ตามปรารถนา ตั้งแต่ความเป็นกษัตริย์มหาศาล พราหมณ์มหาศาล จนถึงเทพ พรหม ทั้งรูปพรหมและอรูปพรหม และในที่สุดถึงทำอาสวะให้สิ้นได้
สูตร#2 ทักขิณาวิภังคสูตรทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน ๒ ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา ๔ ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคล
สูตร#3 อิฏฐสูตรทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา ๕ ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้องไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 15 Apr 2026 - 56min - 465 - ภัยคือความแก่ ความเจ็บ และความตาย - ปัพพโตปมสูตร, ภยสูตร , ฐานสูตร และจุนทสูตร[6915-4s]
สูตร#1 ปัพพโตปมสูตร พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำคือการประพฤติธรรม การประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญ
สูตร#2 ภยสูตร ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดาและบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลยคือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8
สูตร#3 ฐานสูตร พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย ทรงแสดงว่า ฐานะแต่ละอย่างเกิดขึ้นทั้งแก่ปุถุชนและอริยสาวก แต่ปุถุชนไม่มีปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริงตรงกันข้ามกลับถูกสิ่งเหล่านี้ครอบงำจนเกิดทุกข์กายและทุกข์ใจ ส่วนอริยสาวกมีนัยตรงกันข้ามกับปุถุชน
สูตร#4 โกสลสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ทรงเกิดทุกขโทมนัสเพราะพระนางมัลลิกาเทวีสวรรคต ทรงแสดงฐานะ 5 ประการที่ใครๆไม่พึงได้
สูตร#5 นารทสูตร ท่านพระนารทะทรงแสดงฐานะ 5 ประการที่ใครๆไม่พึงได้แก่พระราชานามว่า มุณฑะ ผู้ทรงเกิดทุกขโทมนัสเพราะนางภัททาราชเทวีสวรรคต
สูตร#6 จุนทสูตร ท่านจุนทะ สมณุทเทสผู้เป็นน้องชายคนเล็กของท่านพระสารีบุตร เข้าไปบอกข่าวการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตรแก่ท่านพระอานนท์ ท่านจึงนำเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลข่าวการปรินิพพานนั้นพร้อมกับแสดงความรู้สึกของตน พระองค์จึงตรัสสอนให้มีตนเป็นที่พึ่งมีธรรมเป็นที่พึ่ง ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ
สูตร#7 อุกกเจลสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตรและท่านพระโมคคัลลานะซึ่งเป็นคู่อัครสาวก ทรงสอนให้ภิกษุมีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่งด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 08 Apr 2026 - 57min - 464 - อินทรีย์ ๕ - พาหิยสูตร,นันทสูตร,ปุพพโกฏฐกสูตร, อาปณสูตร, ฐานสูตร[6913-4s]
สูตร#1 พาหิยสูตร ทรงแสดงแก่ บุรุษชื่อ พาหิยะ ทารุจีริยะ ขณะกำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ท่านพาหิยะได้เข้าไปเฝ้า และกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมถึง ๓ ครั้ง แม้พระองค์จะทรงทัดทานว่ายังไม่ใช่เวลา แต่ด้วยความตระหนักว่าชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ท่านจึงขอฟังธรรมอย่างเร่งด่วน จึงทรงแสดงธรรมโดยย่อ จิตของท่านก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น หลังจากบรรลุธรรมได้ไม่นาน ท่านพาหิยะถูกวัวแม่ลูกอ่อนขวิดจนเสียชีวิตก่อนที่จะได้อุปสมบท พระพุทธเจ้าจึงทรงให้ภิกษุช่วยกันจัดการสรีระของท่านและประกาศว่าท่านได้ปรินิพพานแล้ว
สูตร#2 นันทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภหลักปฏิบัติ ๔ ประการที่ทำให้พระนันทะบรรลุธรรม คือ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย การรู้จักประมาณในการบริโภค การประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น และการมีสติสัมปชัญญะ: รู้เท่าทันการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของ เวทนา, สัญญา และวิตก อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้จิตหลงไปกับสภาวะเหล่านั้น ซึ่งบุคคลที่มีราคะจัดอย่างพระนันทะ หากมีความตั้งใจจริงและปฏิบัติตามหลักปฏิบัตินี้ ก็สามารถเปลี่ยนตนเองจนบรรลุถึงความบริสุทธิ์ในธรรมได้
สูตร#3 ปุพพโกฏฐกสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ ปุพพโกฏฐกะ เขตกรุงสาวัตถีทรงตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า เชื่อหรือไม่ว่า อินทรีย์ ๕ ที่บุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว จะหยั่งลงสู่อมตะ (นิพพาน) มีอมตะเป็นที่สุด ท่านสารีบุตรตอบว่า ท่านไม่ได้เชื่อเพียงเพราะพระพุทธเจ้าทรงบอก แต่ท่านได้ รู้ เห็น เข้าใจ ทำให้แจ้ง และสัมผัสได้ด้วยปัญญาของตนเอง
สูตร#4 อาปณสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ นิคมของชาวอังคะชื่อ อาปณะ แคว้นอังคะ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอินทรีย์ ๕ โดยมีศรัทธาเป็นรากฐาน พระอริยสาวกที่มีศรัทธามั่นคงในพระองค์ ย่อมไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงในพระองค์หรือในพระธรรมคำสอน และศรัทธาที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงความเชื่อลอย ๆ แต่เป็นแรงจูงใจให้เกิดความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา จนกระทั่งเห็นแจ้งในพระนิพพานด้วยตนเอง
สูตร#5 ฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๔ ประการอันบุคคลพึงรู้ได้ คือ ๑) ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ๒) ความบริสุทธิ์พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ ๓) กำลังพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย ๔) ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา โดยต้องใช้เวลาการมนสิการ และปัญญาในการสังเกตเพื่อให้รู้จริง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 01 Apr 2026 - 45min - 463 - ธรรมเพื่อความสามัคคี - โกสัมพิยสูตร และสามคามสูตร [6913-4s]
สูตร#1 โกสัมพิยสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพีปรารภภิกษุชาวเมืองโกสัมพีผู้แตกสามัคคีกัน รับสั่งให้มาเฝ้าแล้วทรงซักถาม และทรงแนะนำให้ทำ พูด คิดต่อกันด้วยเมตตาจิต ทรงอธิบายสารณียธรรม 6 ประการ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน เป็นที่รักเป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ ไม่วิวาทกันพื่อความสามัคคีเพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และข้อที่เป็นยอด คือ ทิฏฐิความเห็นอันประเสริฐ ได้ทรงอธิบายในรายละเอียดของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ 7 อย่าง ย่อมประกอบด้วยโสดาปัตติผล
สูตร#2 สามคามสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ และท่านสมณุทเทสจุนทะ ณหมู่บ้านสามคามของชาวศากยะ แคว้นสักกะ ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระอานนท์ ตามที่ท่านพระจุนทะเล่าให้ฟัง เรื่องการแตกสามัคคีถึงขั้นวิวาทกันของพวกนิครนถ์ หลังจากนิครนถ์นาฏบุตรดับขันธ์ไปไม่นาน เพราะพระธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ทำให้ท่านพระอานนท์ห่วงใยว่าหลังพุทธปรินิพพานอาจมีบุคคลอาศัยพระผู้มีพระภาคก่อการวิวาทขึ้นในสงฆ์ จึงทรงตรัสอธิบายถึงมูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ อธิกรณ์ 4 ประการ วิธีระงับอธิกรณ์ 7 ประการ และธรรมสำหรับป้องกันมิให้เกิดอธิกรณ์ (สารณียธรรม 6 ประการ) โดยละเอียด
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 25 Mar 2026 - 57min - 462 - โลกธรรม ๘ - ทุติยโลกธัมมสูตร, เทวทัตตวิปัตติสูตร,อุตตรวิปัตติสูตร, การัณฑวสูตร, กกุธเถรสูตร [6912-4s]
สูตร#1 ทุติยโลกธัมมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงแสดงโลกธรรม หมายถึง สิ่งที่มีอยู่แน่นอนสำหรับสัตว์โลก มี ๘ ประการคือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งแก่ปุทุชนและพระอริยะ แต่มีผลต่างกัน ผู้มีปัญญาเมื่อเข้าใจความจริงนี้แล้ว ย่อมพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงว่าไม่เที่ยง แปรผันไปเป็นธรรมดา ทำให้อารมณ์ที่น่าปรารถนา (อิฏฐารมณ์) และไม่น่าปรารถนา (อนิฏฐารมณ์) ไม่สามารถย่ำยีจิตใจได้
สูตร#2 เทวทัตตวิปัตติสูตรว่าด้วยวิบัติของพระเทวทัต ทรงแสดงแก่ภิกษุโดยทรงแสดงวิบัติของพระเทวทัต ๘ ประการเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ภิกษุพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติของตนและผู้อื่นอยู่เสมอ เมื่อพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติอย่างนี้ ก็จะสามารถครอบงำวิบัติของตนได้ ทั้งอาสวะกิเลสที่ก่อความคับแค้นทางกายและใจก็จะไม่เกิดขึ้น คำว่า "สมบัติ" มีนัยตรงกันข้ามกับคำว่า “วิบัติ”
สูตร#3 อุตตรวิปัตติสูตร ว่าด้วยวิบัติที่ท่านพระอุตตระแสดงโดยยกพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคที่ตรัสไว้มาแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ท้าวเวสวัณได้ยินเข้าจึงไปกราบทูลท้าวสักกะ ท้าวสักกะจึงเสด็จมาตรัสถามท่านพระอุตตระว่า ข้อความนี้เป็นปฏิภาณส่วนตัว หรือว่าเป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ท่านจึงตอบโดยยกอุปมาโวหารเรื่องคนขนข้าวเปลือกจากกองข้าวใหญ่ เหมือนพระดำรัสที่เป็นสุภาษิตทั้งหมด ที่สาวกกล่าวโดยถือเอาจากภาษิตนั้น และทรงเล่าเรื่องวิบัติของพระเทวทัต
สูตร#4 การัณฑวสูตร ว่าด้วยผู้ประทุษร้ายสมณะ เป็นสมณะแกลบ สมณะหยากเยื่อ ซึ่งหมายถึงสมณะผู้มีศีลวิบัติ ในที่นี้หมายถึงภิกษุรูปหนึ่งถูกภิกษุทั้งหลายโจทด้วยอาบัติ แต่ไม่รับ กลับพูดกลบเกลื่อน แสดงอาการโกรธ พระผู้มีพระภาคจึงรับสั่งให้ขับออกไป แล้วทรงยกอุปมาเปรียบเทียบ
สูตร#5 กกุธเถรสูตร ทรงปรารภเรื่องพระเทวทัตคิดจะปกครองสงฆ์ตามที่กกุธเทพบุตรบอกแก่ท่านพระมหาโมคคัลลานะ จึงทรงแสดงศาสดาผู้ไม่บริสุทธิ์ ๕ จำพวก ได้แก่ (๑)ผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ (๒) ผู้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ (๓)ผู้มีธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ (๔) ผู้มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์(๕) ผู้มีญาณทัสนะไม่บริสุทธิ์ แล้วทรงแสดงว่าพระองค์เป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใน ๕ ทางตรงกันข้ามกับศาสดา ๕ จำพวก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 18 Mar 2026 - 55min - 461 - ศาสดาที่ไม่สมควรถูกทักท้วง - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ [6911-4s]
โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ ทรงแสดงศาสดาซึ่งไม่สมควรถูกทักท้วง คือผู้ที่บรรลุธรรมแล้วและสอนผู้อื่นจนบรรลุธรรมตามได้ เมื่อทรงแสดงจบ โลหิจจพราหมณ์เข้าใจความจริงและประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนตรัยตลอดชีวิต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 11 Mar 2026 - 56min - 460 - แก้ความเห็นผิด - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๑ [6910-4s]
โลหิจจสูตร ตอนที่๑ ทรงแสดงแก่โลหิจจพราหมณ์เพื่อแก้ไขความเห็นผิด ที่ว่า "ผู้บรรลุธรรมไม่ควรสอนผู้อื่น" เพราะเชื่อว่าไม่มีใครช่วยใครได้ โดยทรงชี้ว่าเป็นความคิดที่เป็นภัยและขัดขวางการเรียนรู้ของกุลบุตร โดยทรงอุปมาว่าการไม่แบ่งปันธรรมเปรียบเสมือนคนเห็นแก่ตัว ซึ่งนำไปสู่นรกหรือกำเนิดเดรัจฉาน และทรงแสดงศาสดา 3 ประเภทที่ควรถูกทักท้วง และศาสดาที่ไม่ควรถูกทักท้วง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 04 Mar 2026 - 57min - 459 - นักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร - ปาฏิกสูตร ตอนที่ ๒ [6909-4s]ปาฏิกสูตร ตอนที่๒ ทรงตรัสเล่าเรื่องนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชนในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณแต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้และทรงตรัสทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 25 Feb 2026 - 55min - 458 - เจ้าสุนักขัตตะลาสิกขา - ปาฏิกสูตร ตอนที่ ๑ปาฏิกสูตร ตอนที่๑ พระผู้มีพระภาคทรงปรารถแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ได้กราบทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ทรงตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 18 Feb 2026 - 58min - 457 - ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์- จูฬมาลุงกยสูตร, มหามาลุงกยสูตร[6907-4s]
สูตร#1 จูฬมาลุงกยสูตร ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่องปัญหาเกี่ยวกับทิฏฐิ 10 ประการ ที่จะทรงตอบรับหรือตอบปฏิเสธ ผู้ฟังก็ไม่สามารถเข้าใจ และไม่มีประโยชน์ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อทรงตรัสจบ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตนั้น
สูตร#2 มหามาลุงกยสูตร ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่องสังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออกและข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรคและปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 11 Feb 2026 - 55min - 456 - การพยากรณ์ว่าบรรลุธรรม - อัตถินุโขปริยายสูตร,โกสัมพิสูตร,ราสิยสูตร [6906-4s]
สูตร#1 อัตถินุโขปริยายสูตร ว่าด้วยคำถามเกี่ยวกับเหตุ ค่าว่า เหตุ ในที่นี้หมายถึงเหตุที่ใช้พยากรณ์อรหัตตผล ทรงตรัสถามพวกภิกษุถึงเหตุที่สามารถพยากรณ์อรหัตตผลโดยเว้นจากความเชื่อ ความชอบใจ การฟังตาม ๆ กันมา การคิดตรองตามแนวเหตุผลการเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้ แล้วสามารถทราบว่าอยู่จบพรหมจรรย์ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด ได้แก่ ปัญญา คือ การรู้ชัดราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทบกันของอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก
สูตร#2 โกสัมพิสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่าง ท่านพระมุสิละ ท่านพระปวิฏฐะท่านพระนารทะ และท่านพระอานนท์พักอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี พระปวิฏฐะสอบถามพระมุสิละเกี่ยวกับคุณธรรมที่ท่านบรรลุ แล้วสรุปว่าท่านเป็นอรหันต์ แต่พระนารทะได้อธิบายให้เห็นว่า เป็นไปได้ที่จะเห็นธรรมะโดยไม่ต้องบรรลุอรหันต์อย่างสมบูรณ์
สูตร#3 ราสิยสูตร ผู้ใหญ่บ้านชื่อราสิยะ ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า พระองค์ทรงตำหนิตบะทุกชนิด ทรงชี้โทษและคัดค้านผู้บำเพ็ญตบะทั้งปวงว่า เป็นผู้เศร้าหมองโดยส่วนเดียว เป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่จริง ทรงอธิบาย เรื่องที่สุด ๒ อย่างที่บรรพชิดไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ ๘ ว่า ควรเสพ ,กามโภคีบุคคล ๓จำพวก ,ผู้บำเพ็ญตบะที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง ๓จำพวกและธรรม ๓ ประการที่ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 04 Feb 2026 - 51min - 455 - ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าที่ผิด- เทวทหสูตร [6905-4s]
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง คือ บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ขายหนุ่มหลงรักหญิงสาว และช่างศรดัดลูกศรที่คดงอให้ตรง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 28 Jan 2026 - 58min - 454 - เหตุเกิดมิจฉาทิฏฐิ - ทิฏฐิสังยุติ, ฐานสูตร,เกสปุตติสูตร [6904-4s]
สูตร#1 ทิฏฐิสังยุติ ประมวลพระสูตรที่เกี่ยวกับทิฏฐิหรือลัทธิต่างๆ มีทั้งหมด ๙๖สูตร แบ่งเป็นวรรคได้ ๔ วรรค วรรคแรก มี ๑๘ สูตร ที่เหลือ วรรคละ ๒๖ สูตร
-โสตาปัตติวรรค มี ๑๘สูตร ประกอบด้วย
๑ วาตสูตร ว่าด้วยทิฏฐิว่าลมไม่พัดเป็นต้น
๒-๑๘ มีความหมายอย่างเดียวกัน เนื้อหาสาระของพระสูตรทั้งหมดทรงแสดงว่า ทิฏฐิหรือลัทธิเหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะขันธ์ ๕ และความยึดมั่นขันธ์ ๕ ถ้าพิจารณาเห็นว่าขันธ์ ๕ไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรผันเป็นธรรมดา ทิฏฐิเหล่านั้นก็เกิดขึ้นไม่ได้ และจะทำให้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
สูตร#2 ฐานสูตร วิธีการประเมินคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความอดทน และสติปัญญาของบุคคล
สูตร#3 เกสปุตติสูตร ทรงตรัสสอนแก่ชาวกาลามะ ในนิคมชื่อเกสปุตตะ คืออย่าปลงใจเชื่อเพราะเหตุ ๑๐ อย่าง แต่ให้เชื่อต่อเมื่อได้ไตร่ตรองด้วยเหตุผล และเห็นแจ้งด้วยตนเอง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 21 Jan 2026 - 55min - 453 - หนทางสู่พรหมโลก-เตวิชชสูตร [6903-4s]
เตวิชชสูตร ทรงตรัสแก่ วาเสฏฐะ และภารัทวาชะ ขณะประทับอยู่ ณอัมพวัน แคว้นโกศล ที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อมนสากฏะใกล้ฝั่งแม่น้ำอจิรวดีปรารภเหตุที่ทั้ง 2 ถกเถียงกัน และตกลงกันไม่ได้ว่าทางที่ไปสู่พรหมโลกทางไหนเป็นทางตรง จึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงตัดสินว่าผู้ใดกล่าวถูก ทรงสรุปให้ฟังว่า เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่เคยเห็นพรหมจะบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก เป็นวาทะที่เลื่อนลอยไม่มีหลักฐาน และตรัสถึงคุณสมบัติของพรหมกับของพราหมณ์ที่ต่างกันและเปรียบเทียบกันไม่ได้เมื่อตายแล้วจะอยู่ร่วมกับพรหมได้อย่างไร ทรงอธิบายวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม มาณพทั้ง 2 เกิดความเลื่อมใส ประกาศตัวเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 14 Jan 2026 - 58min - 452 - อุบายกำจัดอาสวะ-สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6902-4s]
สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ถึงความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้นๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด
สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8
สูตร#3 มฆเทวสูตร พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 07 Jan 2026 - 48min - 451 - มายาเครื่องกลับใจ - ติตถายตนสูตร และ ภัททิยสูตร [6901-4s]ติตถายตนสูตร ว่าด้วยลัทธิใหญ่ ๓ ลัทธิที่บัญญัติเหตุเกิดแห่งสุข ทุกข์ และมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ของคนไว้ต่างกัน คือ ลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เหตุเพราะกรรมเก่าในชาติเก่า ลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เหตุเพราะเทพเจ้าบันดาลหรือสร้างขึ้น และอีกลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เกิดเอง ไม่มีเหตุปัจจัยอื่นใด พระผู้มีพระภาคทรงคัดค้านลัทธิเหล่านี้
เพราะเมื่อทรงชักถามว่า ที่บุคคลประพฤติทุจริตทางกายวาจาใจอยู่นี้ เป็นเพราะกรรมเก่าให้ทำ หรือเทพเจ้าให้ทำ หรือว่าไม่มีอะไรให้ทำ อีกประการหนึ่งบุคคลถือเช่นนี้ ฉันทะก็ดี ความพยายามก็ดีว่า "สิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ" ย่อมไม่มี ผู้นับถือลัทธินั้นตอบไม่ได้ ต่างอ้างว่าเชื่อถือตาม ๆ กันมาอย่างนั้น
พระองค์จึงตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า สุขทุกข์เนื่องมาจากธาตุ ๖ อายตนะ ๖ มโปวิจาร ๑๘ (อารมณ์ ๖ x เวทนา ๓) และจบลงด้วยทรงอธิบายแจกแจงอริยสัจ ๔ ตามหลักปฏิจจสมุปบาททั้งสายเกิดและสายดับแห่งทุกข์
ภัททิยสูตร เจ้าลิจฉวีพระนามว่าภัททิยะทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าทรงมีมายาและทรงรู้มายาสำหรับกลับใจของพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกใช่หรือไม่ จึงตรัสสอนหลักความเชื่อที่สำคัญ ๑๐ ประการ คือทรงสอนมิให้เชื่อเพียงพราะหลัก ๑๐ ประการนี้ แต่ให้เชื่อต่อเมื่อได้ไตร่ตรองด้วยเหตุผล เห็นแจ้งด้วยตนเองแล้วจากนั้นทรงถามเรื่องโทษและคุณของโลภะ โทสะ โมหะ สารัมภะ (ความแข่งดี) โดยให้เจ้าลิจฉวีนั้นตอบตามที่ประจักษ์ด้วยตนเองแล้ว เจ้าลิจฉวีพระนามว่าภัททิยะได้สรรเสริญพระองค์ว่าทรงมีมายาและทรงรู้มายาสำหรับกลับใจสาวกของพวกอัญเดียรถีย์ และกราบทูลว่า ถ้าญาติสาโลหิตของตน กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทรทั้งปวงกลับใจได้ด้วยมายาสำหรับกลับใจนี้ ก็จะได้รับประโยชน์สุขตลอดกาลนาน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 31 Dec 2025 - 46min - 450 - เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6852-4s]สัมมาทิฏฐิสูตรท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ ที่อธิบายแต่ละอาการของปฏิจสมุปบาท ไล่เรียงมาตามลำดับ ตามนัยยะของอริยสัจ ๔ จุดที่น่าสนใจคือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 24 Dec 2025 - 1h 00min - 449 - ตำราพิชัยสงคราม - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๓ [6851-4s]
พรหมชาลสูตร ตอนจบ พระสูตรนี้นอกจากชื่อ พรหมชาลสูตร (ข่ายแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ)
ยังมีชื่ออื่นอีก ๔ ชื่อคือ อัตถชาลสูตร (ข่ายแห่งประโยชน์), ธัมมชาลสูตร (ข่ายแห่งธรรม), ทิฏฐิชาลสูตร (ข่ายแห่งทิฏฐิ) และสังคามวิชยสูตร (ตำราพิชัยสงคราม)
ที่ผู้ฟังสูตรนี้จบแล้วจะสามารถพิชิต เทวปุตตมาร ขันธมาร มัจจุมาร หรือกิเลสมารได้
ทรงสรุปไว้ว่า ทิฏฐิเหล่านี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่ใช่ทางให้พ้นทุกข์ได้เลย แต่กลับทำให้ผู้ที่เชื่อถือ เพราะไม่รู้ตามความเป็นจริงถูกลัทธิเหล่านี้ ซึ่งเป็นดุจตาข่ายครอบคลุมเอาไว้ต้องประสบทุกข์ เปรียบเหมือนปลาที่ถูกแหครอบคลุมไว้ติดอยู่ในแหนี้ เมื่อผุดขึ้นก็ผุดอยู่ในแหนี้ มิอาจหลุดพ้นไปได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 17 Dec 2025 - 56min - 448 - ไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๒ [6850-4s]พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๒พระผู้มีพระภาคตรัสแจกแจงทิฏฐิทั้ง๖๒ ไว้ดังนี้ว่า มีสมณพราหมณ์บางพวกประกาศวาทะแสดงลัทธิโดยปรารภขันธ์ส่วนอดีตซึ่งเรียกว่าปุพพันตกัปปิกวาทะ มี ๑๘ ลัทธิ และปรารภขันธ์ส่วนอนาคตและปัจจุบันซึ่งเรียกว่าอปรันตกัปปิกวาทะอีก ๔๔ ลัทธิ
ในตอนนี้ เป็นความเห็นที่กำหนดขันธ์ส่วนอนาคต และ ได้ทรงตรัสสรุปท้ายพระสูตรว่า พระองค์ทรงรู้แจ้งมูลเหตุแห่งทิฏฐิหล่านี้ และทรงรู้ด้วยว่าผู้ที่ยึดถือทิฏฐิเหล่านี้มีคติและภพเบื้องหน้าเป็นอย่างไร พระองค์จึงไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น เมื่อไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น จึงทรงรู้แจ้งความเกิด ความดับ คุณ โทษแห่งเวทนา และอุบายวิธีที่ทำให้สลัดเวทนาออกไปได้ พระองค์จึงทรงหลุดพ้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 10 Dec 2025 - 56min - 447 - ศีลถึง ปัญญาได้ - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๑ [6849-4s]
พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๑ พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุ ขณะทรงพักแรม ณ พระตำหนักหลวงในพระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา โดยทรงปรารภคำติเตียนพระรัตนตรัยของปริพาชกชื่อสุปปิยะและคำสรรเสริญพระรัตนตรัยของพรหมทัตตมาณพผู้เป็นศิษย์ ซึ่งมีถ้อยคำขัดแย้งกัน ในลักษณะตรงข้ามกันและกล่าวถึงปัญญาอันประเสริฐของพระองค์ จากนั้นทรงแสดงในเรื่องทิฏฐิไว้ ๖๒ ทิฏฐิ ซึ่งครอบคลุมทิฏฐิหรือลัทธิทั้งหมดที่แพร่หลายอยู่ในสมัยนั้น ทรงถือว่า ลัทธิเหล่านั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ
ในตอนนี้ ทรงตรัสถึงสาเหตุที่คนทั้งหลายกล่าวสรรเสริญพระองค์ ทรงงดเว้นจากข้อห้ามในศีลทั้ง ๓ ชั้น และทรงเป็นพระสัพพัญญุตญาณ และ แสดงทิฏฐิ ๖๒ ในความเห็นกำหนดขันธ์ส่วนอดีตที่เห็นว่า อัตตาและโลกเที่ยง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 03 Dec 2025 - 57min - 446 - บุคคลผู้ได้ฌาน -ฌานสังยุต, สังขิตตสูตร, ปฐมวสสูตร, พลสูตร, นิมิตตสูตร [6848-4s]
สูตร#1 ฌานสังยุต ประมวลพระสูตรที่เกี่ยวกับผู้ได้ฌานประเภทต่าง ๆ และวิธีปฏิบัติในฌาน (สมาธิ)ซึ่งทรงแสดงไว้ ๑๑ วิธีคือ การตั้งจิตมั่น การเข้า การตั้งอยู่ การออก ความพร้อม อารมณ์ โคจร อภินิหาร การทำโดยเคารพ การทำความเพียรต่อเนื่อง การทำสัปปายะ
ส่วนผู้ได้ฌานประเภทต่าง ๆ ทรงแสดงไว้ในแต่ละสูตร ๔ ประเภท คือ
๑. ผู้ฉลาดในวิธีที่ ๑ แต่ไม่ฉลาดในวิธีที่ ๒
๒. ผู้ฉลาดในวิธีที่ ๒ แต่ไม่ฉลาดในวิธีที่ ๑
๓. ผู้ไม่ฉลาดใน ๒ วิธีนี้
๔. ผู้ฉลาดใน ๒ วิธีนี้
การตั้งชื่อในพระสูตร ตั้งตามวิธีปฏิบัติทั้ง ๑๑ วิธี สลับกันไปมา รวมเป็นพระสูตรทั้งหมด ๕๕ สูตร เช่น สมาธิมูลกสมาปัตติสูตร ว่าด้วยการเข้าสมาธิอันเป็นมูล คือ ตั้งวิธีที่ ๑ (การตั้งมั่น) เป็นหลัก สลับกับวิธีที่ ๒ (การเข้า) สมาธิมูลกฐิติสูตร ว่าด้วยการตั้งอยู่ในสมาธิอันเป็นมูล คือ ตั้งวิธีที่ ๑ (การตั้งจิตมั่น) เป็นหลัก สลับกับวิธีที่ ๓ (การตั้งอยู่) จนถึงวิธีที่ ๑๑ รวมเป็น ๑๐ สูตรแรก เรียกว่า สมาธิมูลกะ เมื่อครบหมดทั้ง ๑๑ วิธี ก็เริ่มตั้งวิธีที่ ๒ (การเข้า)เป็นหลักสลับกับวิธีที่ ๓-๑๐ เรียกว่า สมาปัตติมูลกะ รวมเป็น ๙ สูตรและตั้งชื่อพระสูตรอย่างนี้ไปจนครบ ๕๕ สูตร ยกตัวอย่างดังนี้
- สมาธิมูลกสมาปัตติสูตร ว่าด้วยการเข้าสมาธิอันเป็นมูล คือ พระผู้มีพระภาค
ทรงแสดงบุคคลผู้ได้ฌาน ๔ จำพวก คือ
๑. ผู้ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ
๒. ผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ
๓. ผู้ไม่ฉลาดทั้งการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และในการเข้าสมาธิ
๔. ผู้ฉลาดทั้งในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และในการเข้าสมาธิ
ในตอนท้ายพระสูตร ตรัสว่า จำพวกที่ ๔ ดีที่สุด เหมือนยอดเนยใสดีกว่านมสด นมส้ม เนยข้น และเนยใส ในพระสูตรอื่น ๆ พึงเทียบเคียงดังที่กล่าวมานี้
สูตร#2 สังขิตตสูตร (เล่มที่ ๒๓) ภิกษุรูปหนึ่งทูลขอให้พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมโดยย่อเพื่อหลีกไปบำเพ็ญเพียรผู้เดียว ทรงตรัสว่า “โมฆบุรุษบางพวกในโลกนี้ ย่อมเชื้อเชิญเราอย่างที่เขาทำกันมา และเมื่อเราแสดงธรรมแล้ว ก็คอยติดตามเราเรื่อยไป” ภิกษุรูปนั้นก็ได้ขอให้ทรงแสดงธรรมโดยย่อ และทำอย่างไรจึงจะรู้ทั่วถึงเนื้อความแห่งภาษิต และเป็นทายาทแห่งภาษิตของพระองค์ จากนั้นทรงตรัสสอนให้ภิกษุนั้นเจริญสมาธิคือสมถะและวิปัสสนา ภิกษุนั้นรับพระโอวาทแล้วก็หลีกไปอยู่บำเพ็ญเพียร ไม่นานนักได้บรรลุพระอรหัตตผล
สูตร#3 ปฐมวสสูตร (เล่มที่๒๓)ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ ย่อมทำจิตไว้ในอำนาจ และไม่เป็นไปตามอำนาจของจิตคือ (๑) เป็นผู้ฉลาดในสมาธิ (๒) ความเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ (๓) ความเป็นผู้ฉลาดในการให้สมาธิตั้งอยู่ได้ (๔) ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิ (๕) เป็นผู้ฉลาดในความพร้อมแห่งสมาธิ (๖) ความเป็นผู้ฉลาดในอารมณ์แห่งสมาธิ (๗) ความเป็นผู้ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ
สูตร#4 พลสูตร (เล่มที่๒๒) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ที่ไม่อาจบรรลุความมีกำลังในสมาธิได้ คือ (๑) เป็นผู้ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ (๒) ...ในการให้สมาธิตั้งอยู่ใด้ (๓) ...ในการออกจากสมาธิ (๔)เป็นผู้ไม่ทำความเคารพ (๕) …ไม่ทำให้ติดต่อ (๖)…ไม่ทำสิ่งที่เป็นสัปปายะ และภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้อาจบรรลุความมีกำลังในสมาธิได้มีนัยตรงข้ามกัน
สูตร#5 นิมิตตสูตร (เล่มที่ ๒๐)ว่าด้วยนิมิต ๓ประการที่ภิกษุผู้บำเพ็ญสมาธิ (อธิจิต/พึงใส่พิจารณา (มนสิการ) ตามสมควรแก่เวลา คือ สมาธินิมิต ปัคคหนิมิต และอุเบกขานิมิต ทรงแนะนำว่า ต้องใส่ใจพิจารณานิมิตทั้ง ๓ ประการนี้ไปด้วยกันตามสมควรแก่เวลา จะพิจารณานิมิตใดนิมิตหนึ่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผล จิตจะไม่อ่อนพอจะใช้งานได้ ทรงอุปมาเหมือนช่างทองที่เตรียมการตีทองตามขั้นตอนจนได้ทองที่อ่อนเหมาะแก่การทำเป็นทองรูปพรรณต่าง ๆ ได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 26 Nov 2025 - 56min - 445 - การตามรู้ซึ่งความจริง - จังกีสูตร[6847-4s]"จังกีสูตร" เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้ากับกาปทิกมานพ และจังกีพราหมณ์พร้อมด้วยคณะ ณ ป่าไม้สาละชื่อเทพวัน ทางทิศเหนือแห่งบ้านพราหมณ์ชื่อโอปาสาทะ การปทิกมานพเป็นเด็กหนุ่มที่จังกีพราหมณ์ยกย่องว่า เป็นผู้มีความรู้คัมภีร์ต่างๆอย่างแตกฉาน เป็นพหูสูตรสามารถจะเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้าได้ กาปทิกมานพได้ทูลถามว่าทรงคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทมนตร์โบราณของพวกพราหมณ์ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นการรักษา เป็นการรู้ เป็นการบรรลุสัจจะ และธรรมที่มีอุปการะมากแก่การบรรลุสัจจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสตอบแต่ละข้อตามลำดับ กาปทิกมานพเกิดความเลื่อมใสแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 19 Nov 2025 - 57min - 444 - พระมหากัสสปะเถระ - กัสสปสังยุต [6846-4s]
สูตร#1 สันตุฏฐสูตร(ความสันโดษ)ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เขตกรุงสาวัตถี ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระมหากัสสปะว่า พระมหากัสสปะนี้เป็นผู้สันโดษด้วยปัจจัย๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ไม่หลงติดใจในปัจจัย ๔ มองเห็นโทษและใช้สอยปัจจัย ๔ อย่างรู้คุณค่าด้วยปัญญญา ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามท่านพระมหากัสสปะ
สูตร#2 อโนตตัปปิสูตร(ความไม่สะดุ้งกลัว) การสนทนาธรรมระหว่าง ท่านพระมหากัสสปะและท่านพระสารีบุตร ขณะอยู่ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตกรุงพาราณสี เกี่ยวกับบุคคล ๒ ประเภท ๑) บุคคลผู้ไม่มีความเพียรเครื่องเผากิเลส ไม่มีความสะดุ้งกลัวบาป เป็นผู้ไม่ควรเพื่อตรัสรู้และเพื่อนิพพาน ๒) บุคคลผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีความสะดุ้งกลัวบาป จึงเป็นผู้ควรเพื่อตรัสรู้และเพื่อนิพพาน
สูตร#3 จันทูปมาสูตร (การเปรียบเทียบภิกษุกับดวงจันทร์) ทรงแสดงวิธีเข้าไปสู่ตระกูลของท่านพระมหากัสสปะโดยไม่ยึดติดในตระกูล เข้าไปสู่ตระกูลโดยมุ่งประโยชน์สุข ไม่เข้าไปเพื่อหวังลาภสักการะ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ไม่ติดในนภากาศ เมื่อทำได้อย่างนี้การเข้าไปสู่ตระกูลก็ไม่มีโทษ การแสดงธรรมก็บริสุทธิ
สูตร#4 กุลูปกสูตร (ภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล) ทรงแสดงวิธีการเข้าสู่ตระกูลของท่านพระมหากัสสปะโดยไม่ยืดติดในปัจจัย ๔ และทรงแสดงคุณสมบัติของภิกษุผู้สมควรเข้าไปสู่ตระกูลและภิกษุผู้ไม่สมควรเข้าสู่ตระกูล คือ ไม่มุ่งหวังหรือมุ่งหวังในลาภและความเคารพนับถือของทายก และทรงแนะนำให้ภิกษุปฏิบัติตามพระมหากัสสปะ
สูตร#5 ชิณณสูตร (ความแก่)ทรงสนทนากับพระมหากัสสปะ ณ เวฬุวัน ทรงปรารภความแก่ชราของท่านพระมหากัสสปะ จึงทรงแนะนำให้ท่านพระมหากัสสปะรับคหบดีจีวร รับโภชนะในที่นิมนต์และอยู่ในสำนักของพระองค์ แต่ท่านพระมหากัสสปะยืนยันที่จะอยู่ในป่าและถือธุดงควัตรเหมือนเดิม ด้วยเหตุผล ๒ ประการคือ การอยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่ออนุเคราะห์หมู่ชนในภายหลัง
สูตร#6 โอวาทสูตร (การให้โอวาท) ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหากัสสปะกราบทูลว่า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอน เพราะได้เห็นสัทธิวิหาริกของพระอานนท์และสัทธิวิหาริกของพระอนุรุทธะกล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะ พระผู้มีพระภาคจึงทรงเรียกสัทธิวิหาริกนั้นมา ทรงไตร่ถามข้อเท็จจริง ภิกษุนั้นยอมรับ และขอให้ทรงให้อภัยโทษ ทรงตรัสยกโทษให้ เพราะเหตุที่เห็นความผิดเป็นความผิด แล้วแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อความเจริญในธรรมวินัยต่อไป
สูตร#7 ทุติยโอวาทสูตร (การให้โอวาท สูตรที่ ๒) ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหากัสสปะกราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอน ทั้งไม่มีศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญาในกุศลธรรม จึงหวังความเจริญในธรรมไม่ได้ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ข้างแรมที่อับแสง ไม่เต็มดวง ไร้รัศมี การที่บุคคลไม่มีศรัทธานับเป็นความเสื่อม แต่ถ้ามีศรัทธา นับว่าเป็นความเจริญ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญเปล่งรัศมีเจิดจ้า ทรงอนุโมทนาภาษิตของท่านพระมหากัสสสปะ
สูตร#8 ตติยโอวาทสูตร (การให้โอวาท สูตรที่ ๓) ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหาทัสสปะกราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ ทรงเห็นด้วยกับคำกล่าวของท่านพระมหากัสสปะ แล้วทรงแสดงความประพฤติที่แตกต่างกันของภิกษุในครั้งก่อนกับภิกษุในสมัยปัจจุบัน
สูตร#9 ปรัมมรณสูตร (ตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือไม่เกิด) พระมหากัสสปะสนทนาธรรมกับพระสารีบุตร โดยพระสารีบุตรเป็นผู้ถามท่านพระมหากัสสปะเกี่ยวกับอัตตา(ตัวตน)ตั้งเป็นคำถามได้ ๔ ประเด็น คือตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือ ตถาคตตายแล้วไม่เกิดอีกหรือ ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกหรือ ตถาคตเกิดอีกก็มิใช่ไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ ท่านพระมหากัสสปะตอบว่า ปัญหาเหล่านี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบเพราะทรงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ปัญหาที่พระองค์ทรงตอบคือ ทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และปฏิปทาที่ให้ถึงความดับทุกข์ เพราะธรรมเหล่านี้มีประโยชน์ สงบระงับ ตรัสรู้ และเพื่อนิพพานสูตร#10 สัทธรรมปฏิรูปกสูตร (สัทธรรมปฏิรูป) ทรงแสดงต้นเหตุแห่งความเสื่อมและความเจริญแห่งสัทธรรมแก่ท่านพระมหากัสสปะว่า เหตุที่ทำให้สัทธรรมเสื่อมสูญมี ๕ ประการ คือ บริษัท ๔ ในธรรมวินัยนี้ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา และในสมาธิ ส่วนเหตุที่ทำให้สัทธรรมเจริญตั้งมั่นก็มีนัยตรงข้ามกับที่กล่าวแล้ว
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 12 Nov 2025 - 57min - 443 - ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ - มาคัณฑิยสูตร [6845-4s]
มาคัณฑิยสูตร ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ขณะประทับอยู่ที่โรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร ในนิคมของชาวกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ มาคัณฑิยปริพาชกเข้าไปขออาศัยโรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร และเมื่อปริพาชกทราบว่าทรงประทับอยู่ก่อนแล้วจึงกล่าวกับพราหมณ์ว่า การเห็นที่นอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอัปมงคล และกล่าวหาว่าพระองค์เป็นผู้ทำลายความเจริญ
พระพุทธเจ้าทรงสดับการสนทนานั้นด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์จึงเสด็จกลับมายังโรงบูชาไฟ ทรงตรัสถามมาคัณฑิยปริพาชกเรื่องการสำรวมอินทรีย์ และทรงเล่าถึงเมื่อยังทรงเป็นคฤหัสถ์ เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ 5 ประการ ต่อมาทรงรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากกามทั้งหลาย ละตัณหาได้ บรรเทาความเร่าร้อนที่เกิดเพราะกามได้ มีจิตสงบ เพราะได้รับสุขระดับสุขทิพย์
จากนั้นทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบผู้บริโภคกามเหมือนคนเป็นโรคเรื้อน เหมือนคนตาบอด ทรงตรัสว่าการที่มาคัณฑิยปริพาชกกล่าวว่า ร่างกายที่ไม่มีโรค เป็นความไม่มีโรค เป็นนิพพานนั้น เป็นการกล่าวโดยไม่มีจักษุอย่างที่พระอริยบุคคลมี มาคัณฑิยปริพาชกจึงกราบทูลให้ทรงแสดงธรรมเพื่อให้ตนไม่เป็นคนตาบอด ทรงตรัสแนะนำให้คบสัตบุรุษ ฟังธรรมจากท่านและปฏิบัติตาม เมื่อทรงแสดงธรรมจบ มาคัณฑิยปริพาชกจึงขออุปสมบท และต่อมาท่านพระมาคัณฑิยะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 05 Nov 2025 - 55min - 442 - การตายของคหบดี - จิตตสังยุต ตอนที่ ๒ [6844-4s]
สูตร#1 อิสิทัตตสูตรที่ ๒ ว่าด้วยพระบวชใหม่ชื่ออิสิทัตตสูตร จิตตคหบดีถามพระเถระทั้งหลายว่า เมื่อมีอะไร ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มี พระอิสิทัตตะขออนุญาตตอบแทนว่า เมื่อมีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ ๖๒ จึงมี เมื่อไม่มี สักกายทิฏฐิจึงไม่มี พร้อมทั้งอธิบายว่า สักกายทิฏฐิมีได้เพราะเห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา ถ้าไม่เห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา สักกายทิฎฐิก็มีไม่ได้ คำตอบนี้ทำให้จิตตคหบดีพอใจ จึงได้รู้จักกันว่า ทั้งสองเป็นสหายกันมานแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นกัน
สูตร#2 มหกปาฏิหาริยสูตร ว่าด้วยพระมหกะแสดงปาฏิหาริย์ คือพระมหกะผู้เป็นพระบวชใหม่ในคณะสงฆ์ที่มาพักในอัมพาฎกวันของจิตตคหบดี แต่เป็นผู้มีฤทธิ์มาก สามารถแสดงฤทธิ์ให้มีลมเย็นและฝนตกลงมาขจัดความร้อนในขณะนั้นได้ จิตตคหบดีเห็นแล้วนิมนต์ให้แสดงฤทธิ์ให้ดูบ้าง โดยได้บันดาลฤทธิ์ให้เปลวไฟออกทางช่องลูกดาลและระหว่างกลอนประตู ให้ไหม้หญ้า แต่ไม่ให้ไหม้ผ้าห่ม จิตตคหบดีตกใจสลัดผ้าห่ม และกล่าวว่า พอได้แล้ว และถวายตัวเป็นอุปัฏฐาก
สูตร#3 โคทัตตสูตร ท่านพระโคทัตตะขณะพักอยู่ที่อัมพาฏกวันถามจิตตคหบดีว่า อัปปมาณาเจโตวิมุตติ อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ สุญญตาเจโตวิมุตติ และอนิมิตตาเจโตวิมุตติมีอรรถต่างกัน มีพยัญชนะต่างกันหรือมีอรรถอย่างเดียวกันต่างกันแต่พยัญชนะ จิตตคหบดีตอบแยกเป็น ๒ ประเด็นคือ เหตุที่ทำให้ธรรม ๔ ประการนี้ต่างกันทั้งธรรถและพยัญชนะก็มีอยู่ และหตุที่ทำให้มีอรรถอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะก็มีอยู่ แล้วอธิบายเหตุเหล่านั้นโดยละเอียด
สูตร#4 นิคัณฐนาฏปุตตสูตร นิครนถ์นาฏบุตรขณะไปพักที่อัมพาฎกวัน พร้อมด้วยนิครนถบริษัท ได้ถามจิตตคหบดีว่า "ท่านเชื่อหรือไม่ว่า สมณโคดมมีสมาธิที่ไม่มีวิตก วิจาร มีความดับวิตก วิจาร" เมื่อจิตตคหบดีตอบว่า ไม่เชื่อ นิครนถ์ นาฏบุตรจึงกล่าวยกย่องชมเชยให้บริษัทของตนฟังว่า คหบดีนี้เป็นคนตรง ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา แต่เมื่อจิตตคหบดีขยายความว่า ที่ไม่เชื่อพระสมณโคดมอย่างนั้น เพราะตัวเองก็ได้บรรลุฌานเหล่านั้นแล้ว จึงไม่ต้องเชื่อสมณพราหมณ์ใด ๆนิครนถ์ นาฏบุตรจึงพูดกลับคำว่า จิตตคหบดีเป็นคนไม่ตรง โอ้อวด มีมารยา
สูตร#5 อเจลกัสสปสูตรอเจลกัสสปะผู้เป็นสหายเก่า ของจิตตคหบดีได้มาพักที่อัมพาฎกวัน จิตตคหบดีทราบ จึงไปสนทนาธรรมด้วยความสนิทสนมยิ่ง อเจลกัสสปะยอมรับว่าได้บวชเป็นนักบวชเปลือยมา ๓๐ ปีแล้วไม่ได้ญาณทัสสนะอันประเสริฐอะไรเลย ซึ่งต่างกับจิตตคหบดีที่ยืนยันว่าได้เป็นอุบาสกของพระพุทธเจ้ามา ๓๐ ปี และได้บรรลุฌานสมาบัติชั้นสูง ในที่สุดจิตตคหบดีนำสหายเก่าไปขอบรรพชาอุปสมบทกับพระรูปหนึ่ง และไม่นานท่านพระกัสสปะก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
สูตร#6 คิลานทัสสนสูตร ขณะนั้นจิตตคหบดีป่วยหนัก มีเทวดาจำนวนมากที่สถิตอยู่ในป่า ที่ต้นไม้ ต้นหญ้า และต้นไม้ที่เป็นเจ้าป่าได้มาเยี่ยมไข้ และได้กล่าวแนะนำให้จิตตคหบดีปรารถนาขอไปเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ซึ่งจิตตคหบดีตอบว่า ไม่ต้องการ เพราะไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ต้องละจากไป พวกญาติมิตรสหายที่มาเยี่ยมเข้าใจว่าจิตตคหบดีบ่นเพ้อเพราะพิษไข้ จึงพูดปลอบใจ จิตตคหบดีจึงเล่าเรื่องให้คนเหล่านั้นฟัง และสอนให้คนเหล่านั้นมีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและการให้ทาน จากนั้นท่านจิตตคหบดีได้ตายไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 29 Oct 2025 - 53min - 441 - ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ - มหาอัสสปุรสูตร และ มหาสกุลุทายิสูตร [6843-4s]
สูตร#1 มหาอัสสปุรสูตรทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่อัสสปุรนิคมของราชกุมารชาวอังคะ แคว้นอังคะ ชาวนิคมนั้นมีความศรัทธาในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง
จึงทรงตรัสสอนภิกษุเรื่อง ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ และเป็นพราหมณ์ ได้แก่ หิริโอตตัปปะ(ความละอายและความเกรงกลัวต่อความชั่ว)
กายสมาจารบริสุทธิ์ วจีสมาจารบริสุทธิ์ มโนสมาจารบริสุทธิ์ อาชีวะบริสุทธิ์ การสำรวมอินทรีย์ การรู้จักประมาณในโภชนะ ตื่นบำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่อง เจริญสติสัมปชัญญะ ละนิวรณ์ 5
หลักธรรมนี้ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากต่ำไปหาสูงที่ทรงเรียกว่า กิจที่ควรทำให้ยิ่งขึ้นไป จนกระทั่งถึงสมาธิและปัญญา
สูตร#2 มหาสกุลุทายิสูตร ตอน ธรรมเป็นเหตุให้ทำความเคารพประการอื่น ๆ คือ ทรงมีอธิศีล ทรงมีญาณทัสสนะ ทรงมีอธิปัญญา ทรงสามารถตรัสตอบปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 ทรงสามารถตรัสบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุที่สุดแห่งอภิญญา และอภิญญาบารมี (อรหัตตผล) คือ โพธิปักขิยธรรม 37 วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 กสินายตนะ 10 ฌาน 4 และวิชชา 8
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 22 Oct 2025 - 57min - 440 - ปัญญาจิตตคหบดี - จิตตสังยุต ตอนที่ ๑ [6842-4s]
สูตร#๑ สัญโญชนสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างจิตตคหบดีกับภิกษุผู้เป็นเถระทั้งหลาย ณ อัมพาฏกวัน เรื่องสังโยชน์กับธรรมที่เกื้อกูลแก่สังโยชน์ว่าต่างกันหรือไม่ จิตตคหบดีเห็นว่าต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ โดยอุปมาเรื่องโค ๒ ตัว คือ โคดำกับโคขาวที่เขาผูกเชือกรวมกันไว้ โคทั้งสองเเม้จะเกี่ยวเนื่องกันเพราะเชือก แต่จริงๆไม่เหมือนกันเลย ข้อนี้ฉันใด อายตนะภายในกับอายตนะภายนอกต่างกัน แต่เพราะอาศัยอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก ฉันทราคะจึงเกิด อายตนะภายในกับอายตนะภายนอกจึงเกี่ยวเนื่องในฉันทราคะนั้นก็ฉันนั้น
สูตร#๒ ปฐมอิสิทัตตสูตร อิสิทัตตะ สูตรที่ ๑ จิตตคหบดีได้เข้าไปหาพระเถระ และได้เรียนถามพระเถระทั้งหลายว่า ธาตุ คืออะไร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่าธาตุต่างๆไว้เพียงเท่าไร พระเถระนิ่งไม่ตอบ ขณะนั้นท่านพระอิสิทัตตะซึ่งเป็นพระบวชใหม่ขออนุญาตตอบแทนว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสธาตุต่างๆไว้ดังนี้ คือ ธาตุ ๑๘ มี จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ เป็นต้น
สูตร#๓ อิสิทัตตะสูตรที่ ๒ จิตตคหบดีได้เข้าไปหาพระเถระอยู่ที่อัมพาฏกวัน ถามพระเถระทั้งหลายว่า เมื่อมีอะไร ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มี พระเถระนิ่งไม่ตอบ ขณะนั้นพระอิสิทัตตะขออนุญาตตอบแทนว่า เมื่อมีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ ๖๒ จึงมี เมื่อไม่มีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ๖๒ จึงไม่มี พร้อมทั้งอธิบายว่า สักกายทิฏฐิมีได้เพราะเห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา ถ้าไม่เห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา สักกายทิฎฐิก็มีไม่ได้ คำตอบนี้ทำให้จิตตคหบดีพอใจ จึงได้รู้จักกันว่า ทั้งสองเป็นสหายกันมานแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นกัน
สูตร#๔ มหกปาฏิหาริยสูตร ว่าด้วยพระมหกะแสดงปาฏิหาริย์คือ พระมหกะผู้เป็นพระบวชใหม่ในคณะสงฆ์ที่มาพักในอัมพาฎกวันของจิตคคทบดี แต่เป็นผู้มีฤทธิ์มาก สามารถแสดงฤทธิ์ให้มีลมเย็นและฝนตกลงมาขจัดความร้อนในขณะนั้นได้
จิตตคหบดีเห็นแล้วนิมนต์ให้แสดงฤทธิ์ให้ดูบ้าง โดยได้บันดาลฤทธิ์ให้เปลวไฟออกทางช่องลูกดาลและระหว่างกลอนประตู ให้ไหม้หญ้า แต่ไม่ให้ไหม้ผ้าห่ม
สูตร#๕ ปฐมกามภูสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระกามภูและจิตตคหบดีที่อัมพาฎกวัน โดยท่านพระกามภูยกพระคาถาพุทธภาษิตบทหนึ่งขึ้นถามจิตตคหบดีเกี่ยวกับอุปมา "รถ" ว่า เข้าใจว่าอย่างไร จิตตคหบดีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงอธิบายความหมายของพระคาถานั้น
สูตร#๖ ทุติยกามภูสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระกามภูและจิตตคหบดีที่อัมพาฎกวัน โดยท่านจิตตคหบดีเป็นผู้ถามปัญหาธรรม ท่านพระกามภูเป็นผู้ตอบ เรื่องสังขาร ๓ ประเภทคือ กายสังขาร วจีสังขาร และจิตตสังขาร การถามตอบเป็นไปอย่างละเอียดลึกซึ้ง ด้วยการถามปัญหาที่ยิ่งๆขึ้นไป
สูตร#๗ โคทัตตสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระโคทัตตะและจิตตคหบดี ขณะพักอยู่ที่อัมพาฏกวัน ถามจิตตคหบดีว่า อัปปมาณาเจโตวิมุตติ อากิญจัญญาเจโตวิมุตติสุญญตาเจโตวิมุตติ และอนิมิตตาเจโตวิมุตติมีอรรถต่างกัน มีพยัญชนะต่างกัน หรือมีอรรถอย่างเดียวกันต่างกันแต่พยัญชนะ จิตตคหบดีตอบแยกเป็น ๒ ประเด็น คือ เหตุที่ทำให้ธรรม ๔ ประการนี้ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะก็มีอยู่ และเหตุที่ทำให้มีอรรถอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะก็มีอยู่ แล้วอธิบายเหตุเหล่านั้นโดยละเอียด
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 15 Oct 2025 - 59min - 439 - มายาเครื่องกลับใจ - อุปาลิวาทสูตร [6841-4s]
อุปาลิวาทสูตร ทรงแสดงแก่นิครนถ์ชื่อทีฆตปัสสี และอุบาลีคหบดี ขณะประทับ ณ ป่าวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา
ในตอนต้น ทรงแสดงแก่นิครนถ์ทีฆตปัสสี ที่ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาค ทรงตั้งคำถาม ถามทีฆตปัสสีเรื่อง นิครนถ์ นาฏบุตร บัญญัติกรรมในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทีฆตปัสสีทูลตอบว่า
ไม่ได้บัญญัติเรื่องกรรมแต่บัญญัติทัณฑะ(อาญา) มี3 อย่าง และกายทัณฑะมีโทษมากกว่า
จากนั้นตปัสสี ได้ทูลย้อนถามว่า พระองค์บัญญัติทัณฑะในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน
ทรงตอบว่า ไม่ได้บัญญัติทัณฑะ แต่บัญญัติ กรรม มี 3 อย่าง และมโนกรรมมีโทษมากกว่า
จากนั้นทีฆตปัสสี ได้นำเรื่องไปเล่าให้นิครนถ์ นาฏบุตร และนิครนถ์บริษัทฟัง ทุกคนเห็นว่าทีฆตปัสสีกล่าวถูกต้อง
อุบาลีคหบดีจึงรับอาสานำเรื่องนั้นไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงย้อนถามปัญหาอุบาลี 4 ข้อ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามปัญหาจบลง อุบาลีคหบดียอมรับว่า มโนกรรมมีโทษมากกว่าจริง และได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึง 3 ครั้ง จากนั้นทรงแสดงอนุปุพพิกถา จนอุบาลีคหบดี บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 08 Oct 2025 - 57min - 438 - บุคคลที่ควรคบ - หมวดธรรม 3 ประการ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต [6840-4s]
สูตร#1 ปุคคลวรรค หมวดธรรม 3 ประการ พระไตรปิฏกเล่มที่ 20 ข้อที่ 23-30 ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยเรื่องของบุคคล ประเภทต่างๆ
ประกอบด้วยสูตร
1) สังขารสูตร ว่าด้วยบุคคลที่มีการปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจ ไปในทาง เบียดเบียน(พวกสัตว์นรก) ไม่เบียดเบียน(พวกสุภกิณห)หรือ เบียดเบียนบ้างไม่เบียดเบียนบ้าง (มนุษย์ เทวดาบางพวก และเปรตบางพวก)
2) พหุการสูตร ว่าด้วยบุคคลที่มีอุปการะมากแก่บุคคล
3) วชิรูปมสูตรว่าด้วยบุคคลที่มีจิตเหมือนเพชร คือ บุคคลที่ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ
4) เสวิตัพพสูตรว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ คือ บุคคลที่เสมอตนในด้านศีล สมาธิ ปัญญา
5) ชิคุจฉิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรรังเกียจ คือ เป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม ไม่สะอาด มีความประพฤติที่น่ารังเกียจ มีการงานปกปิด ฯลฯ
6) คูถภาณีสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้พูดภาษาคูถ คือ บุคคลผู้กล่าวเท็จ
7) อันธสูตร ว่าด้วยบุคคลตาบอด คือ บุคคลไม่มีนัยน์ตาเป็นเครื่องรู้ธรรม(ปัญญาจักษุ)
8) อวกุชชสูตร ว่าด้วยบุคคลมีปัญญาเหมือนหม้อคว่ำ คือ บุคคลที่ไปฟังธรรมเป็นประจำ แต่จำอะไรไม่ได้เลย
สูตร#2 โจทนาสูตรท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร (ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 01 Oct 2025 - 55min - 437 - ธรรมของพระเถระ - หมวดธรรม 5 ประการ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต [6839-4s]
ชุดพระสูตรหมวดธรรม 5 ประการ พระไตรปิฎกเล่มที่ 22 ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย
สูตร#1 ทีฆจาริกวรรคว่าด้วยการจาริกไปนาน ข้อที่ 221-227 ประกอบด้วยปฐมทีฆจาริกสูตร,ทุติยทีฆจาริกสูตร, อตินิวาสสูตร, มัจฉรีสูตร, ปฐมกุลุปกสูตร, ทุติยกุลุปกสูตร,โภคสูตร ทรงตรัสถึงโทษของการจาริกไปไม่มีกำหนด และอานิสงส์ของการจาริกไปมีกำหนด, การอยู่ประจำที่นานมีโทษและการอยู่กำหนดพอดีมีอานิสงส์, การเข้าไปสู่ตระกูลและอยู่คลุกคลีในตระกูลนานเกินเวลามีโทษ, เรื่องโทษและอานิสงส์ของโภคทรัพย์
สูตร#2 อาวาสิกวรรคว่าด้วยภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ข้อที่ 231-240 ประกอบด้วย อาวาสิกสูตร, ปิยสูตร, โสภณสูตร, พหูปการสูตร, อนุกัมปสูตร, ปฐมอวัณณารหสูตร, ทุติยอวัณณารหสูตร, ตติยอวัณณารหสูต, ปฐมมัจฉริยสูตร, ทุติยมัจฉริยสูตร ทรงตรัสถึงพระสูตรที่ประกอบด้วยธรรม 5 ประการ ที่ว่าด้วยธรรมของเจ้าอาวาส, ธรรมที่เป็นเหตุให้เป็นที่รัก, ธรรมที่เป็นเหตุให้อาวาสงดงาม, ธรรมที่เป็นเหตุให้มีอุปการะมากแก่อาวาส, ธรรมที่เป็นเหตุอนุเคราะห์คฤหัสถ์, ธรรมว่าด้วยคนที่ควรติเตียน,ธรรมว่าด้วยความตระหนี่
สูตร#3 เถรวรรค ว่าด้วยธรรมของพระเถระและธรรมของพระเสขะ ข้อที่ 81-90 ประกอบด้วยรชนียสูตร, วีตราคสูตร, กุหกสูตร, อัสสัทธสูตร, อักขมสูตร, ปฏิสัมภิทาปัตตสูตร, สีลวันตสูตร, เถรสูตร, ปฐมเสขสูตร, ทุติยเสขสูตร ทรงตรัสถึงธรรมของพระเถระที่เป็นเหตุให้กำหนัด, ธรรมของผู้ปราศจากราคะ, ธรรมว่าด้วยผู้หลอกลวง, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้ไม่มีศรัทธา, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้ไม่อดทน, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิทา, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้มีศีล, ว่าด้วยธรรมของพระเถระและของพระเสขะ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 24 Sep 2025 - 58min - 436 - อายตนะและการพัฒนาอินทรีย์ - อินทริยภาวนาสูตร , ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร และ สาเกตสูตร [6838-4s]
สูตร#1 อินทริยภาวนาสูตร ทรงแสดงแก่อุตตรมาณพซึ่งเป็นศิษย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ ณ เวฬุวัน ในกัชชังคลานิคม ทรงปรารภคำกราบทูลของอุตตรมาณพเรื่องการเจริญอินทรีย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ซึ่งปาราสิริยพราหมณ์แสดงการเจริญอินทรีย์แก่สาวก คือแสดงว่า อย่าดูรูปทางตา อย่าฟังเสียงทางหู ทรงตรัสว่า ผู้เจริญอินทรีย์ตามคำสอนของปาราสิริยพราหมณ์ จักเป็นคนตาบอด หูหนวก จากนั้นทรงเรียกพระอานนท์มาแล้ว ทรงแสดงเรื่องการเจริญอินทรีย์ตามหลักคำสอนของพระองค์
สูตร#2 ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภวิหารธรรมที่ทำให้พระสารีบุตรมีอินทรีย์ผ่องใส มีผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทรงแสดงว่า ภิกษุผู้ต้องการอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้นต้องพิจารณาว่า ขณะกลับจากบิณฑบาต มีอกุศลธรรมที่อาศัยอายตนะภายในเกิดขึ้นแก่ตนหรือไม่ ถ้ามีให้พยายามละเสีย ถ้าไม่มี ให้ยินดีศึกษาในกุศลธรรมต่อไป นอกจากนี้ ผู้อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมควรพิจารณา กามคุณ 5 นิวรณ์ 5 และอุปาทานขันธ์ 5 เป็นต้น ทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน ผู้พิจารณาเช่นนี้ จึงทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้
สูตร#3 สาเกตสูตรทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ ป่าอัญชนวัน สถานที่พระราชทานอภัยแก่หมู่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ทรงแสดงเหตุที่ทำให้อินทรีย์ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นพละ 5 ประการ และเหตุที่พละ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ 5 ประการ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 17 Sep 2025 - 54min - 435 - ภูมิของผู้ที่ได้รับการฝึก - ทันตภูมิสูตรและภูมิชสูตร [6837-4s]
สูตร#1 ทันตภูมิสูตร ทรงแสดงแก่สามเณรอจิรวตะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำกราบทูลของสามเณรเรื่องที่ ชยเสนราชกุมาร(พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร) ไม่ทรงเชื่อว่าภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรอุทิศกายและใจอยู่ จะบรรลุเอกัคคตาจิต(สภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียว)ได้ พระผู้มีพระภาคตรัสกับสามเณรอจิรวตะว่าชยเสนราชกุมารยังบริโภคกาม จักทรงรู้เห็นสภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียวได้อย่างไร เหมือนช้าง ม้า โค ที่ไม่ได้ฝึกก็ไม่สำเร็จภูมิของสัตว์ที่ฝึกแล้ว เหมือนผู้ยืนอยู่ที่เชิงภูเขามองไม่เห็นสิ่งที่ผู้ยืนอยู่บนยอดภูเขามองเห็น แล้วทรงยกอุปมาขึ้นแสดง
สูตร#2 ภูมิชสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระภูมิชะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ โดยทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระภูมิชะ เรื่องวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ชยเสนราชกุมารนำมาตรัสถามท่าน ท่านพระภูมิชะกราบทูลว่า ราชกุมารมาตรัสถามท่านว่า พระผู้มีพระภาคทรงเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ว่า บุคคลจะตั้งความหวัง ไม่ตั้งความหวัง ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวัง ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็จะไม่สามารถบรรลุผลอะไรได้เลย ท่านตอบราชกุมารไปว่า ท่านยังมิได้สดับรับฟังมาจากพระองค์โดยตรง แต่คิดว่าพระองค์คงจะตรัสตอบโดยใช้ “ความแยบคายและความไม่แยบคาย “ เป็นเครื่องตัดสิน ราชกุมารจึงตรัสว่า ถ้าพระองค์ตรัสตอบอย่างนั้น ก็จะทรงมีความรู้เหนือสมณพราหมณ์พวกอื่น พระผู้มีพระภาคตรัสรับรองว่าท่านพระภูมิชะตอบถูกแล้ว จากนั้นทรงอธิบายว่าความแยบคาย หมายถึงอริยมรรคมีองค์ 8 ความไม่แยบคายหมายถึงมิจฉามรรคมีองค์ 8และทรงยกอุปมาขึ้นมาแสดง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 10 Sep 2025 - 58min - 434 - อุปมาเปรียบเทียบบุคคล - ปฐมวลาหกสูตร,กุมภสูตร อุทกรหทสูตร,อัมพสูตร,มูสิกสูตร,ปุคคลัปปสาทสูตร, สีวถิกสูตร, ทุจจริตสูตร,ทุติยโยธาชีวสูตร [6836-4s]
สูตร 1 #ปฐมวลาหกสูตรทรงเปรียบเทียบบุคคลกับเมฆ 4 ชนิด คือ 1) เมฆที่คำรามแต่ฝนไม่ตกเปรียบเหมือนบุคคลที่พูดแต่ไม่ทำ 2) เมฆที่ให้ฝนตกแต่ไม่คำรามเปรียบเหมือนบุคคลที่ทำแต่ไม่พูด 3) เมฆที่ทั้งไม่คำรามทั้งให้ฝนไม่ตกเปรียบเหมือนบุคคลที่ทั้งไม่พูดและไม่ทำ 4) เมฆที่ทั้งคำรามและให้ฝนตกเปรียบเหมือนบุคคลที่ทั้งพูดและทำ
สูตร 2 #กุมภสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับหม้อ 4 ชนิด คือ 1) หม้อเปล่าแต่ปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใสแต่ไม่รู้อริยสัจ 2) หม้อเต็มแต่เปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใสแต่รู้อริยสัจ 3) หม้อเปล่าและเปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใสและไม่รู้อริยสัจ 4) หม้อเต็มและปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใสและรู้อริยสัจ
สูตร 3 #อุทกรหทสูตรทรงเปรียบเทียบบุคคลกับห้วงน้ำ 4 ชนิด คือ 1) ห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส แต่ไม่รู้อริยสัจ 2) ห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้นเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่รู้อริยสัจ 3) ห้วงน้ำตื้นและเงาตื้นเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส และไม่รู้อริยสัจ 4) ห้วงน้ำลึกและเงาลึกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส และรู้อริยสัจ
สูตร 4 #อัมพสูตรทรงเปรียบเทียบบุคคลกับมะม่วง 4 ชนิด คือ1) มะม่วงดิบแต่ผิวสุกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส แต่ไม่รู้อริยสัจ 2) มะม่วงสุกแต่ผิวดิบเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่รู้อริยสัจ 3) มะม่วงดิบและผิวดิบเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส และไม่รู้อริยสัจ 4) มะม่วงสุกและผิวสุกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส และรู้อริยสัจ
สูตร 5 #มูสิกสูตรทรงเปรียบเทียบบุคคลกับหนู 4 ชนิด คือ 1) หนูขุดรูแต่ไม่อยู่เปรียบเหมือนบุคคลเรียนธรรมแต่ไม่รู้อริยสัจ 2) หนูอยู่แต่ไม่ขุดรูเปรียบเหมือนบุคคลไม่เล่าเรียนธรรมแต่รู้อริยสัจ 3) หนูไม่ขุดรูและไม่อยู่เปรียบเหมือนบุคคลไม่เล่าเรียนธรรมและไม่รู้อริยสัจ 4) บุคคลเปรียบเหมือนหนูขุดรูและอยู่เปรียบเหมือนบุคคลเรียนธรรมและรู้อริยสัจ
สูตร 6 #ปุคคลัปปสาทสูตรได้แก่ 1) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ต้องอาบัติเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร จึงไม่เลื่อมใสภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 2) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ต้องอาบัติเป็นเหตุให้สงฆ์สั่งให้เขานั่งท้าย จึงไม่เลื่อมใสภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 3) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่หลีกไปสู่ทิศ จึงไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 4) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ลาสิกขา ทำให้ไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 5) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ตายแล้ว ทำให้ไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม
สูตร 7 #สีวถิกสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับป่าช้ามีโทษ 5 คือ 1) คนชั่วเปรียบเหมือนป่าช้าที่ไม่สะอาด 2) คำเล่าลือของคนชั่ว เปรียบเหมือกลิ่นเหม็นของป่าช้า 3) ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่ห่างไกลจากคนชั่วเนื่องจากมีภัย 4) กลุ่มคนชั่วอยู่รวมกันเป็นที่อยู่ของอมนุษย์ดุร้าย 5) ผู้ประพฤติธรรมที่ต้องอยู่กับคนชั่วเป็นที่คร่ำครวญของคนจำนวนมาก
สูตร 8 ทุจริตสูตร(พระไตรปิฏกเล่มที่ 22 อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ข้อที่ 241-248) ทรงแสดงถึงทุจริตมีโทษและสุจริตมีอานิสงส์ ใน 2 นัยยะ
โทษเพราะทุจริต 5คือ 1) แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ 2) วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียนได้ 3) กิตติศัพท์อันชั่วย่อมฟุ้งไป 4) ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ 5) เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
อานิสงส์เพราะสุจริต 5 คือ 1) แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ 2) วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ 3) กิตติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป 4) ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ 5) เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
อีกนัยยะ ข้อ 245 แตกต่างที่ข้อ 4 และ 5 คือ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม และ ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม / ย่อมเสื่อมจากอสัทธรรม และ ย่อมตั้งอยู่ในสัทธรรม
สูตร 9 #ทุติยโยธาชีวสูตรทรงเปรียบเทียบบุคคลกับนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือ ถูกข้าศึกฆ่าตาย บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างทาง บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างการรักษา บาดเจ็บและรักษาหาย และนักรบอาชีพผู้พิชิตสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพที่ไม่รักษากายวาจาใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ทำให้ถูกราคะครอบงำ แต่หากภิกษุนั้นสำรวมอินทรีย์ ละอภิชฌา ละนิวรณ์ 5 เปรียบเหมือนนักรบอาชีพนักรบอาชีพนั้นถือดาบและโล่ผูกสอดธนูแล้วเข้าสู่สมรภูมิ เขาชนะสงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 03 Sep 2025 - 57min - 433 - รอยพระตถาคต -จูฬหัตถิปโทปมสูตร , ชาณุสโสณิสูตร [6835-4s]
สูตร #1 จูฬหัตถิปโทปมสูตรทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ เชตวัน เรื่องรอยของพระตถาคต 4 รอย ที่ปิโลติกปริพาชกใช้เป็นเครื่องพิสูจน์เหตุที่ตนเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธเจ้า ทรงตรัสแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ว่า อุปมาด้วยรอยเท้าช้างของปิโลติกปริพาชกยังไม่สมบูรณ์ จึงทรงยกอุปมาขึ้นเพื่อไม่ให้ด่วนตัดสินว่า ช้างตัวนี้ใหญ่เพียงเพราะเห็นรอยเท้า แต่ทรงเน้นให้เห็นตัวจริง รอยของพระพุทธเจ้าก็ฉันนั้น แม้ภิกษุจะได้เห็นรอยทั้ง 4 รอยนี้ ก็ไม่ด่วนตัดสินว่า “พระผู้มีพระภาคเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี จนกว่าจะได้บรรลุอาสวักขยญาณด้วยตนเองฯลฯ จึงตัดสินใจดังกล่าว ตรัสจบ ชาณุสโสณิประกาศตนเป็นอุบาสก
สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตตรนิกาย #24) พราหมณ์ทูลถามเรื่องทานว่า พวกตนได้ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พวกเขาจะได้รับหรือไม่ พระองค์จึงตรัสเรื่องฐานะและอัฏฐานะของผู้จะได้รับส่วนกุศล คือผู้ไปเกิดในภูมิที่เป็นฐานะเท่านั้นจึงควรได้รับส่วนกุศล ซึ่งได้แก่ ปรทัตตูปซีวีเปต (เปรตผู้ต้องอาศัยส่วนกุศลของผู้อื่นเป็นอยู่) ส่วนภูมิอื่นมีมนุสสภูมิเป็นต้น เป็นภูมิที่ไม่ได้ส่วนกุศลเพราะต่างก็มีอาหารของตน ชื่อว่า อัฏฐานะ และทรงตรัสว่า อกุศลกรรมบถ 10 ประการ และกุศลกรรมบถ 10 ประการ เป็นเหตุจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในภูมิต่างๆ และทรงย้ำว่า การให้ทาน ย่อมไม่เสียผล เป็นความดีความเจริญของทายกผู้ให้แน่นอน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 27 Aug 2025 - 58min - 432 - อุปมากองไฟ และนักรบอาชีพ- อัคคิกขันโธปมสูตร ปฐมโยธาชีวสูตร และทุติยโยธาชีวสูตร [6834-4s]
สูตร 1 # อัคคิกขันโธปมสูตร พระผู้มีพระภาคเสด็จเดินทางไกลไปในแคว้นโกศล พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ได้ทอดพระเนตรเห็นกองไฟใหญ่ที่กำลังลุกโชนโชติช่วงอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง เสด็จแวะลงข้างทางประทับนั่งบนพุทธอาสน์ ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง จึงตรัสถามเหล่าภิกษุด้วยอุปมา 7 อย่าง และให้โอวาทแก่เหล่าภิกษุว่า
การที่บุคคลผู้ทุศีล มีธรรมลามก มีความประพฤติสกปรกน่ารังเกียจ ปกปิดกรรมชั่ว มิใช่สมณะ แต่ปฏิญาณว่าเป็นสมณะ
มิใช่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ แต่ปฏิญาณว่าประพฤติพรหมจรรย์ เน่าใน มีความกำหนัดกล้า เป็นดังหยากเยื่อบริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธาจะดีอย่างไร การที่บุรุษมีกำลัง เอาขอเหล็กแดงไฟกำลังลุกรุ่งโรจน์โชติช่วงเกี่ยวปากอ้าไว้ แล้วกรอกก้อนเหล็กแดงเข้าในปากก้อนเหล็กแดงนั้นจะพึงไหม้ริมฝีปาก แล้วออกทางทวารเบื้องต่ำนี้ดีกว่าเพราะผู้นั้นพึงถึงความตายหรือทุกข์ปางตาย แต่ผู้นั้นเมื่อตายไป ไม่พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนการที่บุคคลผู้ทุศีลบริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธาย่อมเป็นไปเพื่อความฉิบหายมิใช่ประโยชน์เพื่อทุกข์สิ้นกาลนานแก่บุคคลผู้ทุศีลนั้น เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เมื่อตรัสให้โอวาทจบมีพระภิกษุจำนวน 60 รูป กระอักเป็นเลือดและได้บอกคืนสิกขากลับเป็นคฤหัสถ์ และพระภิกษุอีกประมาณ 60 รูปมีจิตหลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย
สูตร 2 #ปฐมโยธาชีวสูตร ได้ให้โอวาทเรื่องนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือ ที่หวั่นไหวต่อการเข้าสนามรบเมื่อเห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นยอดธงของข้าศึก เสียงกึกก้องของข้าศึก การประหารของข้าศึก และนักรบอาชีพที่ไม่หวั่นไหวต่อการเห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นยอดธง เสียงกึกก้อง และการประหารของข้าศึกซึ่งเป็นผู้ชนะสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพ และเปรียบข้าศึกเหมือนหญิงสาวที่ไม่ว่าจะได้พบเจอ ในลักษณะหรือเหตุการณ์ใดก็ตาม แต่หากจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลส ปราศจากความเศร้าหมอง อ่อน เหมาะแก่การใช้งาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ น้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’เมื่อเธอรู้ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะและอวิชชาสวะ
สูตร 3 # ทุติยโยธาชีวสูตร ได้ให้โอวาทเรื่องนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือที่ถูกข้าศึกฆ่าตาย บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างทางบาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างการรักษา บาดเจ็บและรักษาหาย และนักรบอาชีพผู้พิชิตสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพที่ไม่รักษากายวาจาใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ทำให้ถูกราคะครอบงำ แต่หากภิกษุในธรรมวินัยสำรวมอินทรีย์ ละอภิชฌา ละนิวรณ์5 เปรียบเหมือนนักรบอาชีพนักรบอาชีพนั้นถือดาบและโล่ผูกสอดธนูและแล่งแล้วเข้าสู่สมรภูมิ เขาชนะสงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 20 Aug 2025 - 57min - 431 - อุบายกำจัดอาสวะ - สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6833-4s]
สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้เฉพาะผู้รู้ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด
สูตร#2 ธรรมทายาทสูตรพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8
สูตร#3 มฆเทวสูตรพระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 13 Aug 2025 - 56min - 430 - ธรรมสมาธิทำให้หายสงสัย - ปาฏลิยสูตร และ คันธภกสูตร [6832-4s]
สูตร#1 ปาฏลิยสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อปาฏลิยะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า"พระสมณโคดมทรงรู้จักมารยา" นั้น เป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า เป็นความจริง ทรงอธิบายว่า คำว่า "รู้จักมารยา" กับคำว่า "มีมารยา"โดยทรงยกตัวอย่างประกอบว่า ผู้ใหญ่บ้านชื่อ ปาฏลิยะรู้จักทหารผมยาวชาวโกฬิยะดีว่าเป็นคนทุศีล เป็นคนเลว แต่ผู้ใหญ่บ้านก็พูดไม่ได้ว่า ทหารผมยาวเป็นคนทุศีลส่วนผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่คนทุศีล ทรงอธิบายต่อไปว่า ทรงรู้ชัดกุศลกรรมบถ 10 ประการ และผลของอกุศลกรรมบถเหล่านั้น และทรงรู้ข้อปฏิบัติที่เป็นเหตุให้ผู้มีอกุศลกรรมบถเหล่านั้นหลังจากตายแล้วไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ทรงแสดงว่า สมณพราหมณ์ผู้มีมีทิฏฐิว่า "ผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ลักทรัพย์ ผู้ประพฤติผิดในกามและผู้พูดเท็จ ทั้งหมดเสวยทุกขโทมนัสในปัจจุบัน ชื่อว่าเป็นผู้พูดเท็จ เพราะผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ลักทรัพย์ ผู้ประพฤติผิดในกาม และผู้พูดเท็จ บางคนได้รับพระราชทานรางวัลอย่างดี มีสุข แต่บางคนได้รับพระราชอาชญา มีทุกข์
ผู้ใหญ่บ้านปาฏลิยะได้กราบทูลว่า มีศาสดา 4 จำพวกมาพักที่บ้านพัก คือ
(1) ผู้มีทิฏฐิว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล
(2) ผู้มีทิฏฐิว่า ทานมีผล
(3) ผู้มีทิฏฐิว่า บาป บุญไม่มี
(4) ผู้มีทิฏฐิว่า บาป บุญมี
แล้วทูลถามว่า ผู้ใดพูดจริง ผู้ใดพูดเท็จ จึงทรงแนะนำวิธีละความสงสัย คือให้ปฏิบัติธธรรมสมาธิ
สูตร#2 คันธภกสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อคันธภกะ ชาวอุรุเวลกับปนิคม แคว้นมัลละ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลขอให้ทรงแสดงธรม พระองค์จึงทรงแสดงเหตุเกิดแห่งโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส ว่า ได้แก่ ฉันทะ เช่น เพราะชาวอุรุเวลกัปปนิคมถูกประหาร ถูกจองจำ ถูกปรับไหมหรือถูกตำหนิโทษ คันธภกะในฐานะผู้ใหญ่บ้านก็มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เพราะคันธภกะมีฉันทะในคนเหล่านั้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 06 Aug 2025 - 54min - 429 - ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน- สามัญญผลสูตร ตอนที่ 3 [6831-4s]สามัญญผลสูตรตอนที่ 3เป็นตอนที่สมาธิเป็นเหตุให้ได้ผลเป็นปัญญา ซึ่งในการแสดงธรรมเรื่องของพรหมจรรย์ตลอดสายแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความเลื่อมใสทันทีเพราะทรงเห็นผลประจักษ์ และโดยปกติแล้วจะต้องบรรลุธรรม แต่เนื่องจาก พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทำอนันตริยกรรม (ปิตุฆาต) จึงทำให้ไม่มีดวงตาเห็นธรรม
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 30 Jul 2025 - 57min - 428 - ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนสุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นวิบาก - สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 [6830-4s]สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู อธิบายถึงผลของการปฏิบัติในทางคำสอน ที่จะได้รับผลเป็นความสุข เห็นผลประจักษ์ในปัจจุบัน และสามารถปฏิบัติให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็จะให้ผลที่ประณีตกว่าดีกว่าได้ ซึ่งศีล สมาธิ ปัญญานั้นเป็นผลของการปฏิบัติ โดยอาศัยเหตุที่เราสร้างขึ้นตามลำดับ เป็นขบวนการปฏิบัติที่จะให้ผลเป็นขั้น ๆ ดังที่ปรากฏในพระสูตรนี้ …(ยังมีต่อ)
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 23 Jul 2025 - 55min - 427 - ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนถามมะม่วงตอบขนุนสำปะลอ -สามัญญผลสูตร ตอนที่ 1 [6829-4s]
สูตร#1 สามัญญผลสูตร ตอนที่ 1 ว่าด้วยผลแห่งความเป็นสมณะพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของหมอชีวก โกมารภัจ เขตกรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ พระเจ้าอชาตศัตรูได้เสด็จไปถามปัญหา เรื่องผลแห่งความเป็นสมณะ ตามคำชวนของหมอชีวก แต่ก่อนจะได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ได้เที่ยวหาคำตอบจากพราหมณ์เจ้าลัทธิทั้ง 6 แต่ไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ เหมือนถามเรื่องมะม่วงแต่ตอบเรื่องขนุนสำปะลอ …(ยังมีต่อ)
สูตร#2 เวปุลลปัพพตสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตพระนครราชคฤห์ ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา โดยเปรียบเทียบกับความเป็นไปของภูเขาเวปุลละความยาวนานของสังสารวัฏ อุปมาจากภูเขาเวปุลละที่เคยมีความสูงใหญ่และเรียกชื่อต่างๆกันในแต่ละยุคสมัยจนมาในปัจจุบันที่เป็นภูเขาไม่สูงและมีชื่อว่าเวปุลละ
สูตร#3 อิสิคิริสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ภูเขาอิสิคิลิ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงตรัสเล่าถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า 500 รูป ที่อาศัยอยู่ที่ภูเขาอิสิคิรินี้มานาน ซึ่งประชาชนเห็นว่าท่านเข้าไป แต่เมื่อเข้าไปแล้วประชาชนไม่เห็น จึงเรียกภูเขานี้ว่า ภูเขากลืนฤษี หรือ อิสิคิริ แล้วทรงตรัสรายชื่อพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่เคยมาตรัสรู้และอาศัยในภูเขานี้ ที่ควรระลึกถึงและทำจิตให้เลื่อมใส
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 16 Jul 2025 - 56min - 426 - การดำเนินชีวิตของผู้ครองเรือน - จัณฑสูตร, ตาลปุตตสูตร, โยธาชีวสูตร, ราสิยสูตร [6828-4s]
สูตร#1 จัณฑสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อจัณฑะ (ผู้ดุร้าย) เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า เพราะเหตุไรคนบางคนจึงดุร้ายและเพราะเหตุไร คนบางคนจึงสงบเสงี่ยม ตรัสตอบว่า คนที่ดุร้ายเพราะละราคะ โทสะ โมหะไม่ได้ คนที่สงบเสงี่ยมเพราะละอกุศลธรรมเหล่านั้นได้
สูตร#2 ตาลปุตตสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อตาลบุตร เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่อาจารย์และปาจารย์ทางการฟ้อนรำกล่าวว่านักฟ้อนรำที่ทำให้ประชาชนหัวเราะรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง เท็จบ้าง กลางโรงละครกลางงานมหรสพ หลังจากตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อปหาสะ" นั้น พระองค์ทรงเห็นอย่างไร ตรัสห้ามมิให้ถามเรื่องนี้ แต่ผู้ใหญ่บ้านตาลบุตรก็เพียรถามถึง 3 ครั้ง จึงตรัสตอบว่า นักฟ้อนรำที่มัวเมาประมาท อาศัยราคะ โทสะ และโมหะทำให้คนอื่นมัวเมาประมาทเหมือนตน หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในนรกชื่อปหาสะ ถ้าทำให้คนอื่นหัวเราะรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง เท็จบ้างหลังจากตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อปหาสะ แต่เพราะมีความเห็นผิด จึงมีคติ ๒ อย่าง คือ ไปเกิดในนรกหรือไม่ก็ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ผู้ใหญ่บ้านตาลบุตรเสียใจร้องไห้ที่ถูกลวงให้หลงเชื่อมานาน
สูตร#3 โยธาชีวสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่นักรบอาชีพผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์กล่าวว่า "นักรบอาชีพที่พยายามต่อสู้ในสงครามจนถูกนักรบอาชีพฝ่ายตรงกันข้ามสังหารจนสิ้นชีวิต หลังจากตายแล้วนักรบนั้นไปเกิดในหมู่เทวดาชื่อสรชิต" พระองค์ทรงเห็นอย่างไร ตรัสห้ามมิให้ถามเรื่องนี้ถึง 3 ครั้ง เมื่อผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะทูลถามต่อไปอีก จึงตรัสตอบว่า ถ้านักรบอาชีพที่ถูกสังหารมีความคิดอาฆาตมาดร้ายฝ่ายศัตรู หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในนรกชื่อสรชิต แต่ถ้าเขาพยายามทำสงครามตามหน้าที่ เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามสังหารจนสิ้นชีวิต จะเข้าถึงความเป็นอยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อสรชิต แต่เพราะเขามีมิจฉาทิฏฐิ เขาจึงมีคติ 2 อย่าง คือ ไปเกิดในนรกหรือไม่ก็ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะเสียใจร้องให้ที่ถูกลวงให้หลงเชื่อมานาน
สูตร#4 ราสิยสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อราสิยะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า "พระสมณโคดมทรงตำหนิตบะทุกชนิด ทรงชี้โทษและคัดค้านผู้บำเพ็ญตบะทั้งปวงว่า เป็นผู้เศร้าหมองโดยส่วนเดียว" นั้นเป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่จริง ทรงอธิบาย เรื่องที่สุด 2 อย่างที่บรรพชิดไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ 8 ว่า ควรเสพ ทรงแสดงกามโภคีบุคคล 3 จำพวก จำพวกที่ 1-2 แบ่งย่อยเป็นจำพวกละ 3 จำพวก ส่วนจำพวกที่ 3 แบ่งย่อยเป็น 4 จำพวก รวมเป็น 10 จำพวก ในจำนวนนี้ มีทั้งที่ควรติเตียนและควรสรรเสริญ ทรงแสดงว่า ผู้บำเพ็ญตบะที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง 3 จำพวก มีทั้งที่ควรติเตียนและที่ควรสรรเสริญ และทรงแสดงธรรม 3 ประการที่ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง
สูตร#5 มณิจูฬกสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อมณิจูฬกะ ชาวกรุงราชคฤห์ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ที่ประชุมข้าราชบริพารพูดกันว่าสมณะศากยบุตรควรรับเงินและทองหรือไม่ ท่านเองได้ชี้ให้ที่ประชุมยอมรับว่า สมณะศากยบุตรไม่ควรรับเงินและทอง แล้วทูลถามว่า ท่านพูดถูกต้องหรือไม่ ตรัสตอบว่า ถูกต้องแล้ว เพราะเงินและทองเหมาะแก่ผู้บริโภคกามไม่เหมาะแก่สมณะ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 09 Jul 2025 - 59min - 425 - ที่นอนอันเป็นทิพย์ - เวนาคปุรสูตร, เวขณสสูตร, เอสุการีสูตร [6827-4s]
สูตร#1 เวนาคปุรสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์และคหบดีชาวเวนาคปุระ แคว้นโกศล ทรงปรารภคำกราบทูลของพราหมณ์วัจฉโคตรที่กล่าวสรรเสริญถึงอินทรีย์ที่ผ่องใส พระฉวีวรรณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์เช่นนั้น การจะได้ที่นอนสูงใหญ่ คือเตียงมีเท้าเกินประมาณ ฯลฯ เครื่องลาดมีหมอนข้างตามความปรารถนาได้โดยไม่ยากไม่ลำบากแน่นอน แต่ทรงตรัสว่า ที่นอนสูงใหญ่ ฯลฯ บรรพชิตหาได้ยาก และถ้าได้มาก็ไม่สมควร แต่มีที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ 3 อย่าง ที่ทรงได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบาก คือที่นอน ฯลฯ ที่เป็นทิพย์ จากการได้ฌาณทั้ง 4, ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพรหม จากการเจริญพรหมวิหาร, ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพระอริยะ จากการที่ละกิเลสได้เด็ดขาด เมื่อจบธรรมเทศนา พราหมณ์วัจฉโคตรทูลสรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
สูตร#2 เวขณสสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อเวขณสะ ขณะประทับอยู่เชตวนาราม ได้เข้าไปเฝ้าทูลเรื่อง “วรรณะอันยอดเยี่ยม” แต่ชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าวรรณะไหน เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งปรารภถึงหญิงสาวอย่างนี้ว่า ‘เราปรารถนารักใคร่หญิงงามแห่งชนบทนี้’ แต่เมื่อถูกถามในรายละเอียดของหญิงนั้น กลับตอบว่าไม่รู้จัก และได้ทรงเปรียบเทียบวรรณะเป็นคู่ให้เห็นว่ามีสิ่งที่เลิศกว่ากันเป็นชั้น ๆ และตรัสอธิบายเรื่องของกามในสุขที่ลึกซึ้งขึ้นไปคือสมาธิ และความงดงามลึกซึ้งถึงขั้นไม่มีอวิชชา เมื่อจบธรรมเทศนา เวขณสปริพพาชกทูลสรรเสริญแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
สูตร #3 เอสุการีสูตร ว่าด้วยเรื่องของวรรณะ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 02 Jul 2025 - 58min - 424 - ผู้ใหญ่บ้านชื่อ อสิพันธกบุตร - กุลสูตร, สังขธมสูตร, เขตตูปมสูตร, อสิพันธกปุตตสูตร [6826-4s]
สูตร#1 กุลสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาฬันทา ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตร ได้รับคำแนะนำจากนิครนถ์นาฎบุตรให้มาโต้วาทะกับพระผู้มีพระภาคเรื่องเหตุที่ทำให้ตระกูลคับแค้น โดยยกเหตุการณ์ที่พระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จเที่ยวบิณฑบาตจากชาวบ้านผู้ประสบภัยข้าวยากหมากแพงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในเมืองนาฬันทาขณะนั้นมาเป็นเงื่อนไข พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงเหตุปัจจัยให้ตระกูลคับแค้น 8 ประการ คือ (1) จากพระราชา (2) จากโจร (3) จากไฟ (4) จากน้ำ (5) จากทรัพย์ที่มีได้เคลื่อนที่ไป (6) จากการงานที่ไม่ดี (7) จากทรัพย์ในตระกูลที่กลายเป็นถ่านเพลิง (8) จากการใช้จ่ายทรัพย์อย่างสุรุ่ย สุร่ายฟุ่มเฟือย ไม่ใช่เพราะการบิณฑบาตของพระองค์ ทรงแสดงว่า การให้ ความมีสัจจะ ความสำรวมเป็นหตุให้ตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีเงินทองมาก
สูตร#2 สังขธมสูตรณ ปาวาริกัมพวัน พระผู้มีพระภาคตรัสถามผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรว่า นิครนภ์นาฏบุตรแสดงธรรมแก่สาวกอย่างไร เขาทูลตอบว่า ผู้ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม และผู้พูดเท็จ ทั้งหมดต้องไปสู่อบาย ตกนรก กรรมมีมากกรรมนั้น ๆ นำบุคคลไป ทรงแย้งว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่าไม่มีไปเกิดในอบาย ในนรกเลย เพราะการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ต้องทำในเวลาขณะตื่น ขณะนอนหลับทำไม่ได้ ทรงถามว่า เวลาทำกรรมกับเวลาไม่ทำกรรมของคนคนหนึ่ง เวลาไหนมีมากกว่ากัน เมื่อผู้ใหญ่บ้านทูลตอบว่า เวลาไม่ทำกรรมมีมากกว่า จึงทรงสรุปว่าไม่มีกรรมใดที่จะถือว่า "มีมาก" เมื่อไม่มีกรรมมาก ก็ไม่มีกรรมที่นำบุคคลไปสู่อบาย นรก ความเห็นของนิครนถ์ นาฏบุตร จึงเป็นความเห็นผิด แล้วทรงสอนธรรมตามที่ได้ตรัสรู้โดยชอบ จะละบาปกรรมและก้าวล่วงบาปกรรมนั้นได้ และทรงสรุปว่า เมื่อปฏิบัติธรรมได้ผลสมควรแก่กรรมแล้ว ให้แผ่เมตตาจิต กรุณาจิต มุทิตาจิต และอุเบกขาจิตไปในทิศทั้งหลายเหมือนคนมีกำลังเป่าสังข์ให้ได้ยินโดยทั่วกัน
สูตร#3 เขตตูปมสูตร ณ ปาวาริกัมพวัน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค แล้วทูลถามว่า ทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์มิใช่หรือ ทำไมจึงทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ไม่ทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ตรัสตอบว่า ทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์จริง คือทรงแสดงธรรมโดยเคารพต่อสรรพสัตว์เสมอกัน แต่ที่ทรงแสดงแก่คนบางพวกก่อน ก็เพราะทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อคนเหล่านั้นผู้พร้อมจะฟังธรรมเทศนาก่อน ทรงเปรียบให้ฟังว่า พระองค์เหมือนชาวนาที่ฉลาดผู้เลือกหว่านพืชในนาดีก่อน แล้วหว่านในนาปานกลาง ส่วนนาเลวซึ่งดินแข็ง ดินเค็ม ดินไม่ดีนั้น ชาวนาจะหว่านพืชบ้าง ไม่หว่านพืชบ้างก็ได้ นอกจากนี้ยังทรงอุปมาด้วยคนตักน้ำใส่โอ่ง 3 ชนิด คือ (1) โอ่งไม่ร้าว น้ำไม่ซึม (2) โอ่งไม่ร้าว แต่น้ำซึมออกได้ (3) โอ่งร้าวและน้ำซึมออกได้ โอ่ง 3 ชนิดนี้ แม้คนตักน้ำจะใส่น้ำลงเท่า ๆ กัน ก็ย่อมรับน้ำไว้ได้ไม่เท่ากัน ข้อนี้ฉันใด ผู้ฟังพระธรรมเทศนาก็รับธรรมไว้ได้ไม่ท่ากันฉันนั้น
สูตร#4 อสิพันธกปุตตสูตร ณ ปาวาริกัมพวัน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วทูลถามว่า ทรงสามารถทำให้คนตายกลับฟื้นขึ้นมา ทรงสอนให้รู้ชอบ ให้ไปเกิดในสวรรค์ เหมือนพวกพราหมณ์ชาวปัจฉาภูมิได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า คนที่ประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ 10 ประการ มหาชนช่วยกันสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ทำพิธีกรรมขอให้ไปเกิดในสวรรค์ ผู้นั้นจะไปเกิดในสวรรค์ได้หรือไม่ เมื่ออสิพันธกบุตรทูลตอบว่า ไม่ได้ จึงตรัสอุปมาให้ฟังว่า เหมือนหินใหญ่ที่จมน้ำไม่อาจลอยขึ้นตามคำอ้อนวอน คำสรรเสริญ และพิธีกรรมของมหาชน ในทางตรงกันข้าม คนที่ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ 10 ประการ ถึงมหาชนจะสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ทำพิธีกรรมขอให้ไปตกนรก ผู้นั้นก็ไม่ไปตกนรกแน่นอน เหมือนเนยใสที่ลอยน้ำย่อมไม่จมน้ำตามคำอ้อนวอน คำสรรเสริญและพิธีกรรมของมหาชน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 25 Jun 2025 - 55min - 423 - ปัญหาของโพธิราชกุมาร - โพธิราชกุมารสูตร [6825-4s]
โพธิราชกุมารสูตร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่โพธิราชกุมาร ขณะประทับอยู่ ณ เภสกฬาวัน ในงานสมโภชปราสาทชื่อ โกกนุท ที่มีลักษณะเหมือนดอกบัวลอยน้ำ แล้วทรงเล่าพระประวัติของพระองค์ตั้งแต่ตอนที่บำเพ็ญความเพียรจนถึงตรัสรู้ธรรม จนกระทั่งไปถึงการประกาศสอนศาสนา จนคนบรรลุตามได้ เป็นความน่าอัศจรรย์ ที่มีพระพุทธเจ้า มีคำสอนคือธรรม ที่ถ้าเมื่อใครปฏิบัติตามด้วยความเพียร 5 ประการ ก็จะทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ได้ โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี 7เดือน หรือแค่ 7 วัน 7คืน หรือสั่งสอนในเวลาเช้า บรรลุในเวลาเย็น สั่งสอนในเวลาเย็น บรรลุในเวลาเช้าได้ เมื่อฟังจบแล้วโพธิราชกุมารกล่าวว่า ตนเคยถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะมาแล้วสองครั้ง คือตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และในวัยเด็ก และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ขอประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 18 Jun 2025 - 57min - 422 - การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปัญญา - จูฬเวทัลลสูตรและอนาถปิณฑิโกวาทสูตร [6824-4s]
สูตร#1 จูฬเวทัลลสูตร ว่าด้วยการสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปัญญาสูตรเล็ก การสนทนาธรรมระหว่างภิกษุณีชื่อว่าธัมมทินนาและอุบาสกชื่อวิสาขะ ขณะพักอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์
วิสาขอุบาสกเข้าไปเยี่ยมธัมมทินนาภิกษุณีและเรียนถามปัญหาธรรม จำนวน 5 เรื่อง คือ
สักกายทิฏฐิ, มรรคมีองค์ 8 กับขันธ์3 , สมาธิและสังขาร , สัญญาเวทยิตนิโรธ และเวทนา
ธัมมทินนาภิกษุณีได้ตอบปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนเป็นที่พอใจแก่วิสาขอุบาสก และเมื่อวิสาขอุบาสกไปกราบทูลให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ทรงตรัสว่าธรรมทินนาภิกษุณีเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ทรงตรัสรับรองที่ธรรมทินนาภิกษุณีตอบนั้นว่าถูกต้อง ถ้ามาทูลถามพระองค์ ก็จะตรัสตอบอย่างที่ธัมมทินนาภิกษุณีตอบนั้นเหมือนกัน
สูตร#2 อนาถปิณฑิโกวาทสูตร ว่าด้วยการให้โอวาทแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี พระสารีบุตรแสดงแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้กำลังป่วยหนัก อยู่ที่บ้านในกรุงสาวัตถี ตามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีอาราธนา เรื่อง อย่ายึดมั่นอายตนะภายใน 6 อายตนะภายนอก 6 วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ธาตุ ขันธ์ อรูปฌาน โลกนี้ โลกหน้า และอารมณ์ที่รับรู้ทางอายตนะ 6 อนาถบิณฑิกเศรษฐีฟังธรรมแล้วได้ร้องไห้น้ำตาไหล เพราะได้รับใช้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์มานาน แต่ไม่เคยฟังธรรมบรรยายเช่นนี้มาก่อน พระสารีบุตรกล่าวว่าธรรมเหล่านี้แสดงแก่บรรพชิต ไม่แสดงแก่คฤหัสถ์ ท่านเศรษฐีจึงขอร้องให้แสดงแก่คฤหัสถ์ด้วย เมื่อพระสารีบุตรกลับไป อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ถึงแก่กรรมไปเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิต เป็นอนาถบิณฑิกเทพบุตรและได้มาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ได้กราบทูลว่า พระวิหารเชตวันนี้มีประโยชน์เพราะได้เป็นที่พักอาศัยให้แก่สงฆ์ และมีพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ยังให้เกิดปีติแก่ตัวอนาถบิณฑิกเทพบุตร และกล่าวว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยธรรม 5 อย่างนี้ คือ การงาน วิชชา ธรรม ศีล ชีวิตอันสูงสุด ไม่ใช่ด้วยโคตรหรือด้วยทรัพย์ และอนาถบิณฑิกเทพบุตรได้กล่าวสรรเสริญพระสารีบุตรว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยปัญญา ด้วยศีล และด้วยความสงบ ภิกษุผู้ถึงความบริสุทธิ์แล้วจะดียิ่งก็ต้องเป็นเช่นพระสารีบุตร
‘ดูกรวิสาขะ ธรรมทินนาภิกษุณีเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก แม้หาก ท่านพึงสอบถามเนื้อความนั้นกะเรา แม้เราก็พึงพยากรณ์เนื้อความนั้น เหมือนที่ธรรมทินนาภิกษุณี พยากรณ์แล้ว เนื้อความแห่งพยากรณ์นั้นเป็นดังนั้นนั่นแล ท่านพึงทรงจำไว้อย่างนั้นเถิด.’
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 11 Jun 2025 - 54min - 421 - พระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า-เสลสูตร และกินติสูตร [6823-4s]
สูตร#1 เสลสูตร พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นอังคุตตราปะ พร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ 1,250รูป เสด็จถึงนิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ ชฎิลชื่อเกณิยะได้ทราบข่าวว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงไปเข้าเฝ้าและนิมนต์เสวยภัตตาหาร ทรงรับนิมนต์ เมื่อเกณิยะกลับมาถึงเรือนได้ให้ญาติสาโลหิต ช่วยกันเตรียมสถานที่และอาหารเพื่อถวายในวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเสลพราหมณ์พร้อมด้วยบริวารเดินเที่ยวเล่นอยู่ ซึ่งเกณิยชฏิลมีความเลื่อมใสในเสลพราหมณ์อย่างมาก เลสพราหมณ์เห็นว่าที่บ้านเกณิยชฏิลมีการตระเตรียมงาน จึงเข้าไปทักทายสอบถาม ได้รับคำตอบว่า พรุ่งนี้จะถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าและภิกษุจำนวน 1,250 รูป และได้กล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าให้เลสพราหมณ์ฟัง เมื่อเสลพราหมณ์ได้ยินบทว่า“พุทธะ”เกิดความสนใจจึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้เห็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการตามที่กล่าวไว้ในมนต์ของพวกพราหมณ์ ได้สอบถามธรรมได้ฟังธรรมแล้วเกิดความเลื่อมใสขอบวชในวันนั้น พร้อมกับบริวาร ต่อมาท่านพระเสละพร้อมด้วยภิกษุผู้เป็นบริวารมีความเพียรฝึกฝนตนสำเร็จ ใช้เวลา 7วัน ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
สูตร#2 กินติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ปรารภความคิดเห็นของภิกษุที่มีต่อพระองค์ และทรงอธิบายถึงวิธีการปฏิบัติที่เมื่อมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นในหมู่ภิกษุ ให้กำหนดเนื้อความให้ดี แล้วเข้าไปหาคนที่ว่าง่าย และทิฏฐิน้อยที่สุด ให้คิดว่าการลำบากจากการบอกเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วจึงบอกสอนชี้แจงอย่างมีเหตุผลโดยไม่ยกตนข่มผู้อื่น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 04 Jun 2025 - 53min - 420 - ปัญญาพระสารีบุตรและพระมหาโกฏฐิตะ - มหาเวทัลลสูตร , นฬกลาปิยสูตร, สีลวันตสูตร, มหาโกฏฐิตสูตร [6822-4s]
สูตร#1 มหาเวทัลลสูตรเป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิกะ(หรือมหาโกฏฐิตะ) ขณะพักอยู่ ณ พระเซตวัน อารามของอนาถบินฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ท่านมหาโกฏฐิตะออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น ได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรเพื่อถามปัญหา เรื่องที่ท่านถามมี 6 เรื่อง คือ 1.เรื่องปัญญากับวิญญาณ 2. เรื่องเวทนาสัญญาและวิญญาณ 3. เรื่องประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ 4. เรื่องภพและฌาน 5.เรื่องอินทรีย์ ๕ 6. เรื่องปัจจัยเจโตวิมุตติ ซึ่งท่านมหาโกฏฐิตะกล่าวชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระสารีบุตร
สูตร#2 นฬกลาปิยสูตรท่านพระมหาโกฏฐิตะถามท่านพระสารีบุตรเกี่ยวกับองค์ปฏิจจสมุปบาททั้ง 12 และท่านพระสารีบุตรได้เปรียบเทียบระหว่างนามรูปกับวิญญาณให้ท่านพระมหาโกฏฐิตะฟังว่าเปรียบเหมือนไม้อ้อ 2 กำพิงกัน สามารถตั้งอยู่ได้เพราะอาศัยกันและกัน และไร่เรียงปฏิจจสมุปบาทไปตามลำดับทั้งสายเกิดและสายดับ และกล่าวต่อไปว่าถ้าภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ ฯลฯ อวิชชา นี้รียกว่า “พระธรรรมกถึก” ถ้าภิกษุปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม” ถ้าภิกษุเป็นผู้หลุดพ้น เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดไม่ถือมั่นอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน”
สูตร#3 สีลวันตสูตรพระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรืออรหันต์ ควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรือแม้อรหันต์ ควรกระทำอุปาทานขันธ์ 5 ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค ดังฝี ดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน เมื่อกระทำธรรมเหล่านี้ไว้ในใจโดยแยบคาย ดังนี้แล้ว ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล และภิกษุผู้เป็นอรหันต์ ผู้ไม่มีกิจที่จะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไป ธรรมเหล่านี้ภิกษุผู้เป็นอรหันต์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว เป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่อสติสัมปชัญญะ
สูตร#4 มหาโกฏฐิตสูตร พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรเรื่องผัสสายตนะ 6 ดับ ซึ่งท่านพระสารีบุตรได้ตอบว่า เมื่อบุคคลกล่าวว่า ‘เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่นยังมีอยู่หรือ ฯลฯ ชื่อว่าคิดปรุงแต่งสิ่งที่ไม่ ควรคิดปรุงแต่ง ดังนั้น ปปัญจธรรม(สิ่งที่คิดปรุงแต่ง) ย่อมดำเนินไปตราบเท่าที่ผัสสายตนะดำเนินไป ผัสสายตนะก็ดำเนินไปตราบเท่าที่ปปัญจธรรมดำเนินไป เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ ปปัญจธรรมจึงดับสนิท ระงับไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 28 May 2025 - 58min - 419 - มารผู้ใจบาป - พรหมนิมันตนิกสูตร และ มารตัชชนียสูตร [6821-4s]
สูตร#1 พรหมนิมันตนิกสูตร ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของท้าวพกพรหม ทรงทราบด้วยพระทัยว่า ท้าวพกพรหมมีทิฏฐิชั่ว กล่าวสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน เป็นต้น จึงทรงเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลก และได้โต้วาทะกัน ขณะนั้น มารใจบาปได้เข้าสิงในพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งให้กล่าวห้ามมิให้พระองค์ว่ากล่าวท้าวพกพรหม พร้อมทั้งขู่สำทับ แต่ทรงรู้ทันว่าเป็นมาร พรหมและพรหมบริษัททั้งปวงตกอยู่ในอำนาจของมารแต่พระองค์มิได้อยู่ในอำนาจนั้น ได้ทรงสำแดงพุทธานุภาพไม่ให้พกพรหมหายตัวได้ แต่ทรงแสดงหายตัวให้ดู และมารได้เข้าสิงพรหมอีกองค์หนึ่งเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ทรงสอนธรรมแก่สาวก และขู่สำทับแต่ทรงตรัสว่า ทรงรู้จักมารดี พระองค์จะสอนหรือไม่สอนก็ไม่ทำให้พระองค์ดีขึ้นหรือเลวลงเพราะทรงตัดอาสวะได้ขาดแล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้
สูตร#2 มารตัชชนียสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่มารที่เข้าสิงในท้องท่าน ขณะเดินจงกรม ณ เภสกฬาวัน สมัยนั้นพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอยู่ ถูกมารเข้าไปในท้องในไส้ รู้สึกเหมือนมีของหนักอยู่ในท้อง จึงหยุดจงกรม กลับไปยังวิหาร นั่งพิจารณาแล้ว ทราบว่า มารใจบาปเข้าไปสิงอยู่ จึงเรียกให้มารออกมา เมื่อมารนั้นออกมาท่านจึงเทศน์สอน ได้ลำดับญาติระหว่างท่านกับมารตนนี้ให้ฟังว่า มารนี้เป็นลูกของน้องสาวและเล่าอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารได้เคยทำร้ายพระอริยสาวกต้องไปตกนรกถูกหลาวแทงหลายพันปี หลายหมื่นปี ท่านขอให้มารนั้นอย่าทำร้ายพระอริยสาวกเพราะจะส่งผลให้ไปตกนรกเหมือนที่ท่านได้รับมาแล้ว มารนั้นรู้สึกเสียใจ แล้วหายตัวไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 21 May 2025 - 58min - 418 - มูลเหตุที่ทรงห้ามฉันในเวลาวิกาล - ลฑุกิโกปมสูตร และ จาตุมสูตร [6820-4s]
สูตร#1 ลฑุกิโกปมสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอุทายี ขณะประทับอยู่ในอาปณนิคมของชาวอังคุตราปะ โดยท่านพระอุทายีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคและกราบทูลว่า เมื่อก่อนท่านฉันทั้งในวลาเย็น เวลาเช้า เวลาหลังเที่ยง ต่อมา ทรงรับสั่งให้เลิกฉันในเวลาเย็นและเวลาหลังเที่ยง ท่านน้อยใจ เสียใจ แต่ก็ยังปฏิบัติตามเพราะความรัก ความเคารพ ความละอายและความยำเกรงในพระผู้มีพระกาค ต่อมาได้เห็นโทษในการฉันเวลาเย็นและวลาหลังเที่ยงด้วยตนเอง จึงได้รู้ว่า ทรงกำจัดธรรมอันเป็นหตุแห่งทุกข์ ทรงนำธรรมอันเป็นเหตุแห่งสุขเป็นอันมากมาให้ ทรงกำจัดอกุศลธรรม ทรงนำกุกุศลธรรมมาให้ แล้วทรงตรัสว่า ที่เป็นเช่นนั้น เพราะในธรรมวินัยนี้ มีบุคคลหลายจำพวกที่คิดว่า พระวินัยบัญบัญญัติของพระองค์เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญอะไร ซึ่งความจริงไม่ใช่เรื่องล็กน้อย แล้วทรงแสดงบุคคล 4 จำพวกเปรียบเทียบกับอุปมา 4 ข้อ ทรงชี้ให้เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติตามคำสอนและโทษที่ไม่ปฏิบัติตาม คือผู้มีความยำเกรงในพระองค์ แต่ไม่ยอมแก้ไขความผิดที่มีอยู่ ย่อมไม่พ้นจากความผิดนั้น ส่วนผู้ไม่มีความยำเกรงในพระองค์แต่ยอมสละความผิดเสีย ย่อมพ้นผิดได้
สูตร#2 จาตุมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูป ณ อามลกีวัน หมู่บ้านจาตุมาซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวศากยะ แคว้นสักกะ โดยทรงประสงค์ให้รู้มารยาทในการอยู่ร่วมกันและรู้จักระวังภัยของผู้บวชใหม่ สมัยนั้น ภิกษุประมาณ 500 รูป ซึ่งติดตามท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะมาเข้าเฝ้าพระองค์ ภิกษุเหล่านั้นสนทนากับภิกษุเจ้าถิ่นส่งเสียงดังอื้ออึง จึงทรงตรัสเรียกมาและขับไล่ภิกษุเหล่านั้นไป แต่พวกเจ้าศากยะชาวบ้านจาตุมา และท้าวสหัมบดีพรหมทราบเรื่อง จึงเข้าเฝ้ากราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุเหล่านั้น เพราะบางรูปเป็นภิกษุใหม่ เมื่อไม่ได้เข้าเฝ้าก็จะแปรผันไป เหมือนพืชอ่อนขาดน้ำ หรือเหมือนลูกโคอ่อนไม่เห็นแม่ เมื่อทรงสดับอุปมาที่ชาวบ้านจาตุมาและท้าวสหัมบดีพรหมกราบทูลก็ทรงพอพระทัย ท่านพระมหาโมคคัลลานะจึงพาภิกษุทั้งหลายเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้ทรงตรัสรับรองว่า พระองค์ ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะเท่านั้นควรบริหารภิกษุสงฆ์ จากนั้นทรงแสดงภัยของผู้บวชใหม่ 4 ประการ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 14 May 2025 - 1h 04min - 417 - มีธรรมเป็นที่พึ่ง - โคปกโมคคัลลานสูตรและคณกโมคคัลลานสูตร [6819-4s]
สูตร#1 โคปกโมคคัลลานสูตร ท่านพระอานนท์แสดงแก่โคปกโมคคัลลานพราหมณ์ที่ทำหน้าที่ดูแลกิจการงานของพระเจ้าพิมพิสาร เกี่ยวกับปศุสัตว์ ณ ที่ทำงานของพราหมณ์ในกรุงราชคฤห์ หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน เพื่อตอบปัญหาเรื่องภิกษุเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นการถามด้วยความห่วงใย ซึ่งต่อมามีวัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธมาสมทบและได้ถามถึงเรื่องฌาณ ซึ่งท่านพระอานนท์ได้ตอบให้เข้าใจชัดเจนตามลำดับว่า พระผู้มีพระภาคทรงสอนให้ภิกษุนับถือธรรมเท่านั้นเป็นที่พึ่ง และถ้าบุคคลใดมีธรรม 10 ประการนี้ สงฆ์ก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาบุคคลนั้น เรื่องฌาณกล่าวตอบว่า ฌาณที่ไม่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่ประกอบด้วยนิวรณ์ 5 ส่วนฌาณที่ทรงสรรเสริญได้แก่ ฌาณที่สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย พราหมณ์ทั้งสองต่างชื่นชมยินดีคำตอบของท่านพระอานนท์
สูตร#2 คณกโมคคัลลานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่คณกโมคคัลลานพราหมณ์ ณ เชตวัน โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งในศาสนาของพระองค์ก็มีการฝึกปฏิบัติไปตามลำดับขั้น เมื่อโมคคัลลานะพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 07 May 2025 - 56min - 416 - ประกาศพระพุทธคุณ-สัมปสาทนียสูตร [6818-4s]
สัมปสาทนียสูตร พระสารีบุตรเป็นผู้แสดง ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ขณะประทับอยู่ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา แคว้นมคธ เพื่อกราบทูลความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระผู้มีพระภาคประทานแก่ท่านและความเลื่อมใสอันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีต่อพระองค์ ได้พรรณนาสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่มีมากมายมหาศาลและแจกแจงธรรมบรรยายไว้ในนัยยะต่างๆ ซึ่งท่านถือว่าเป็นธรรมยอดเยี่ยม คือ ทรงแสดงธรรมเป็นสวาขาตะธรรม , พรรณนาเรื่องการบัญญัติบุคคล, เรื่องคำสอน, ปฏิปทา, ฌาณสมาธิ และปัญญา คำสอนต่าง ๆ มีรายละเอียดน่าอัศจรรย์ลึกซึ้ง และไม่มีสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่จะมีความรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางพระสัมโพธิญาณฯ เมื่อท่านแสดงจบ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสรับรองว่า ที่ท่านพรรณนามา ถูกต้องมิได้กล่าวตู่พระองค์ ซึ่งขณะนั้น ท่านพระมหาอุทายี ได้นั่งฟังโดยตลอด ก็ได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณด้วย ซึ่งทรงรับสั่งให้พระสารีบุตรกล่าวธรรมบรรยายนี้แก่พุทธบริษัทบ่อย ๆ เพื่อให้ผู้ที่เคลือบแคลงสงสัยในพระองค์ จะละความเคลือบแคลงสงสัยไปได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 30 Apr 2025 - 1h 01min - 415 - ข้ออ้างแห่งความประมาท - ธนัญชานิสูตรและสุสิมสูตร [6817-4s]
สูตร#1 ธนัญชานิสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชา และเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติ และแสดงธรรมให้ฟัง ณ ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้ประตูกรุงราชคฤห์ เพื่อให้ธนัญชานิพราหมณ์เลิกประพฤติอธรรม (ผิดศีล) ซึ่งธนัญชานิพรามณ์ได้อ้างเหตุแห่งความประมาทว่าเพราะต้องดูแล รับใช้ เลี้ยงดู บิดา มารดา ภรรยาบุตร ทาส กรรมกร คนรับใช้ มิตร อำมาตย์ ญาติ แขก ปุพเปตชน เทวดา พระราชา และต้องทำนุบำรุงกายตน จึงได้เตือนสติว่า เมื่อบุคคลประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรมไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ ย่อมไปยังนรกเป็นผู้ไม่ประเสริฐ ส่วนผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ เป็นผู้ประเสริฐ และการทำงานที่มีเหตุประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคลเลี้ยงตนและคนอื่นๆได้ โดยไม่ทำบาปกรรม และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่เป็นบุญได้ ก็มีอยู่ ธนัญชานิมีใจชื่นชมยินดีภาษิตของพระสารีบุตร
สมัยต่อมาเมื่อธนัญชานิพราหมณ์ป่วยหนัก พระสารีบุตรได้มาแสดงธรรมให้ฟังโดยถามถึงความประเสริฐของทุคติภูมิและสุคติภูมิและถามขึ้นไปตามลำดับ โดยเริ่มจากนรกจนถึงพรหมโลก จนธนัญชานิพราหมณ์เห็นว่า พรหมโลกประเสริฐที่สุด จึงได้แสดงทางเพื่อเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพรหม เมื่อท่านแสดงธรรมจบแล้วจากไปไม่นาน ธนัญชานิก็ตายไปบังเกิดในพรหมโลก
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามเหตุผลว่า เหตุที่พระสารีบุตรไม่แสดงธรรมให้พราหมณ์บรรลุมรรคผล เพราะพวกพราหมณ์มักน้อมใจไปเกิดในพรหมโลก ซึ่งพระพุทธเจ้าจึงตรัสรับรองว่าธนัญชานิพราหมณ์ไปเกิดในพรหมโลกแล้ว
สูตร#2 สุสิมสูตรเรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ขณะนั้นพระพุทธเจ้าและท่านพระอานนท์กำลังกล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตร สุสิมเทพบุตรผู้มีเทพบุตรบริษัทจำนวนมากได้เข้ามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคและได้กล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตรด้วย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 23 Apr 2025 - 58min - 414 - ลักษณะของคนพาลและบัณฑิต - พาลบัณฑิตสูตร [6816-4s]
พาลบัณฑิตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสลักษณะของคนพาล 3 ประการ คือ คิดแต่เรื่องชั่ว พูดแต่เรื่องชั่ว คนพาลจึงได้รับทุกขโทมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป จะไปเกิดในทุคติ วินิบาต นรก หรือไปเกิดในภูมิของสัตว์ดิรัจฉาน ส่วนลักษณะของบัณฑิต 3 ประการคือ คิดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่กรรมดี จึงได้รับสุขโสมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป ก็จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่น่าปราถนา หรือถ้าไปเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเกิดในตระกูลสูง มีทรัพย์มาก มีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 16 Apr 2025 - 59min - 413 - ปริพาชกชื่อ สกุลุทายี - จูฬสกุลุทายิสูตรและอนุปทสูตร [6815-4s]
สูตร#1 จูฬสกุลุทายิสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อสกุลุทายีพร้อมด้วยปริพาชกบริษัทหมู่
ใหญ่อาศัยอยู่ในอารามของปริพาชกอันเป็นที่ให้เหยื่อแก่นกยูง เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำถามของสกุลุทายี เรื่องปัญหาปรารภขันธ์ส่วนอดีตและขันธ์ส่วนอนาคต ซึ่งอุทายีเคยถามคำถามนี้กับนิครนถ์ นาฏบุตร แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ ทรงตรัสว่าให้อุทายีงดเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่จะทรงแสดงธรรม ‘ เมื่อเหตุนี้มี ผลจึงมี เพราะเหตุนี้เกิด ผลจึงเกิด เมื่อเหตุนี้ไม่มี ผลนี้จึงไม่มี เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ ‘ แล้วทรงตรัสถาม เรื่องลัทธิอาจารย์ของตน ได้แก่เรื่องวรรณะ , ปัญหาเรื่องโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว ว่ามีรายละเอียดอย่างไร เมื่ออุทายีตอบ ก็ทรงซักไซร้ไล่เลียง เพื่อทำความเข้าใจว่า ส่วนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จากนั้นทรงอธิบายไล่เลียงไปตามลำดับคือ ฌาน 4 และวิชชา 3 ซึ่งเป็นธรรมที่ปราณีตกว่า ที่ภิกษุที่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระองค์ มุ่งจะทำให้แจ้ง เมื่อทรงตรัสจบ สกุลุทายีได้ขอบวช แต่ถูกลูกศิษย์ในบริษัทของตนกล่าวห้ามไว้ จึงทำให้สกุลุทายีไม่ได้ออกบวช ประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระผู้มีพระภาค
สูตร#2 อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ทรงปรารภการบรรลุธรรมของท่านพระสารีบุตร ทรงสรรเสริญท่านสารีบุตรว่าเป็นผู้มีปัญญามาก สามารถบรรลุธรรมตามลำดับบทในระยะเวลาเพียงกึ่งเดือน และได้ทรงแสดงธรรมที่ท่านสารีบุตรได้เห็นแจ้งตามลำดับบท และผู้กล่าวชอบ พึงกล่าวชมว่าพระสารีบุตรเป็นผู้ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยศีล ในอริยสมาธิ ในอริยปัญญา ในอริยวิมุติ และเป็นบุตรของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่พระโอฐของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่ธรรม อันธรรมเนรมิต เป็นธรรมทายาท ไม่ใช่เป็นทายาทของอามิส ท่านสารีบุตรย่อมประกาศธรรมจักร อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าที่พระผู้มีพระภาคให้เป็นไปแล้ว ไปตามลำดับโดยชอบ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 09 Apr 2025 - 59min - 412 - แผ่นดินไหวครั้งใหญ่-โมคคัลลานสูตร ภูมิจาลสูตร และปุพพสูตร [6814-4s]
สูตร#1 ภูมิจาลสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ ปาวลเจดีย์ เมืองเวสาลี ทรงตรัสแสดงเรื่องอิทธิบาท 4 ที่เมื่อเจริญ ทำให้มากแล้ว ผู้นั้นเมื่อมุ่งหวังจะดำรงอยู่ 1 กัปหรือเกินกว่า 1 กัปได้ ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง เพื่อให้พระอานนท์กราบทูลวิงวอนให้พระองค์ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ตลอดกัป แต่ท่านพระอานนท์ไม่อาจรู้ทันจึงไม่กราบทูลวิงวอน ได้ถวายอภิวาทแล้วหลีกไปนั่งใต้ต้นไม้ที่ไม่ไกลนั้น ลำดับนั้นมารผู้มีบาปได้เข้ามากราบทูลว่าเวลานี้เป็นเวลาปรินิพพานตามที่ได้เคยทรงตรัสไว้แล้ว ตรัสตอบมารว่า จะทรงปรินิพพานจากนี้ไปอีก 3 เดือน เมื่อทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ น่าสะพรึงกลัว ฯลฯ ท่านพระอานนท์ได้ไปเข้าเฝ้า และกราบทูลเรื่องแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้รุนแรงจริงๆ ทรงตรัสตอบว่า มีเหตุปัจจัย 8 ประการที่ทำให้แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง
1. เกิดจากธาตุไม่สมดุล หรือ ชนกัน (ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม)
2. ผู้มีฤทธิ์บันดาล (เทวดา-มนุษย์)
3. พระพุทธเจ้าลงจากสวรรค์ชั้นดุสิตมาสู่ครรภ์พระมารดา
4. พระพุทธเจ้าประสูติ (สวนลุมพินีวัน กรุงกบิลพัสดุ์ )
5. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ (ใต้ต้นโพธิ์ ณ ตำบลอุรุเวลา แคว้นมคธ)
6. พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจักร (แสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ป่าอิสิปตน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ)
7. พระพุทธเจ้าปลงอายุสังขาร (ณ เมืองปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี)
8. พระพุทธเจ้าปรินิพพาน (ใต้ต้นสาละคู่ เมืองกุสินารา)
สูตร#2 ปุพพสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ กรุงเวสาลี ทรงปรารภเหตุปัจจัยแห่งการเจริญอิทธิบาท 4 ซึ่งเมื่อเจริญ ทำให้มาก ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง และทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน
สูตร#3 วิภังคสูตร (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) วิธีเจริญอิทธิบาท 4 ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุเมื่อเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก แล้วทรงแสดงในรายละเอียด
สูตร#4 โมคคัลลานสูตร (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ซึ่งมีภิกษุมากรูป ที่อยู่ภายใต้ปราสาทของมิคารมารดา เป็นผู้ฟุ้งซ่าน อวดตัว มีจิตกวัดแกว่ง ปากกล้า พูดจาอื้อฉาว ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่น คิดจะสึก ไม่สำรวมอินทรีย์ ทรงตรัสเรียกท่านพระมหาโมคคัลลานะมา แล้วทรงรับสั่งให้กระทำให้ภิกษุเหล่านั้น ให้รู้สึกสังเวชใจ พระโมคัลลานะรับพระดำรัสแล้ว จึงแสดงอิทธาภิสังขาร ให้ปราสาทของมิคารมารดา สะเทือนสะท้านหวั่นไหว ด้วยนิ้วหัวแม่เท้า ทำให้ภิกษุเหล่านั้นเกิดความสลดใจ ขนพองสยองเกล้า และทรงตรัสว่า พระโมคคัลานะมีฤทธิ์ มีอานุภาพมากอย่างนี้ เพราะ ได้เจริญ ได้กระทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 พระโมคคัลลานะย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะ มิได้ เพราะอาสวะ ทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่
สูตร#5 จูฬตัณหาสังขยสูตร ตอนพระมหาโมคคัลลานะทดสอบท้าวสักกะ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 02 Apr 2025 - 1h 00min - 411 - วิบากกรรม - อิฏฐิสูตร จูฬกัมมวิภังคสูตร และทักขิณาวิภังคสูตร [6813-4s]
สูตร#1 อิฏฐสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้อง ไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้น
สูตร#2 จูฬกัมมวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สุภมาณพ โตเทยยบุตร เพื่อทรงตอบปัญหาของ สุภมาณพ ว่าเหตุปัจจัยที่ทำให้มนุษย์เกิดมาทราม และประณีตต่างกัน เป็นเพราะมีข้อปฏิบัติ และปฏิปทาที่แตกต่างกัน
สูตร#3 ทักขิณาวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน 2 ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา 4 ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคล
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 26 Mar 2025 - 57min - 410 - เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6812-4s]
สัมมาทิฏฐิสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ ที่อธิบายแต่ละอาการของปฏิจสมุปบาท ไล่เรียงมาตามลำดับ ตามนัยยะของอริยสัจสี่ จุดที่น่าสนใจในที่นี้คือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมจากที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 19 Mar 2025 - 58min - 409 - เสขธรรมและอเสขธรรม - สมณมุณฑิกสูตร โจทนาสูตร และวุฏฐิสูตร [6811-4s]
สูตร#1 สมณมุณฑิกสูตร ทรงแสดงแก่ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภข้อบัญญัติเรื่องคุณสมบัติของผู้เป็นสมณะของอุคคาหมานปริพาชก ซึ่งช่างไม้ปัญจกังคะนำเข้าไปกราบทูลให้ทรงทราบ ซึ่งอุคคาหมานะกล่าวถึงข้อบัญญัติของตนว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม มีกุศลยอดเยี่ยม เป็นสมณะผู้บรรลุธรรมขั้นสูงที่ควรบรรลุ ไม่มีใครสู้วาทะได้ ธรรม 4 ประการคือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย ทางวาจา ไม่ดำริความดำริชั่ว และไม่ประกอบอาชีพชั่ว ทรงตรัสว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เด็กอ่อนที่ไม่รู้จักกรรมชั่ว ไม่เคยทำกรรมชั่วก็จะกลายเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม ทรงไม่ยอมรับการบัญญัติเช่นนั้น แล้วทรงแสดงเสขธรรม(ธรรมสำหรับผู้เป็นพระเสขะ) คือ ความรู้เรื่องศีล และความดำริ ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล พร้อมทั้งสมุฏฐานความดับและข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งศีลและดำริ และอเสขธรรม ( ธรรมของพระอเสขะ) คือ อเสขธรรม 10 ประการ
สูตร#2 โจทนาสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร(ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิต
สูตร#3 วุฏฐิสูตร ว่าด้วยการบันลือสีหนาทของท่านพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลว่าท่านพระสารีบุตรกระทบตนแล้วไม่ขอโทษก่อนจาริกไป จึงรับสั่งให้ตามท่านพระสารีบุตรมา ระหว่างนั้น พระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ได้ป่าวประกาศเชิญชวนให้คนไปฟังท่านพระสารีบุตรบันลือสีหนาท ณ เบื้องพระพักตร์ พระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่า ภิกษุที่ไม่ตั้งกายคตาสติไว้ในกายเท่านั้นที่กระทบเพื่อนพรหมจารีแล้วไม่ขอโทษก่อนจากไป แต่ท่านไม่มีความประพฤติเช่นนั้น และได้ยกอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบการวางจิตของท่าน เมื่อแสดงธรรมจบ ภิกษุรูปนั้นรู้ว่าตนผิดจึงกราบขอโทษท่านพระสารีบุตร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 12 Mar 2025 - 58min - 408 - อุปาทานขันธ์ 5 - มหาปุณณมสูตร และมหาหัตถิปโทปมสูตร [6810-4s]
สูตร#1 มหาปุณณมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพาราม ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ทรงประทานโอกาสให้ภิกษุถามปัญหาข้อธรรม ภิกษุได้ถามเกี่ยวกับอุปาทานขันธ์ 5 แล้วทรงตรัสตอบอย่างย่อๆ ทำให้ภิกษุที่ถามพอใจในคำตอบ แต่มีภิกษุรูปหนึ่งยังสงสัยในเรื่องขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เพราะเหตุนั้นกรรมที่ถูกอนัตตากระทำ จะถูกต้องอัตตาได้อย่างไร แต่ไม่กล้าถาม พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุนั้นด้วยใจ ทรงตรัสว่าเป็นโมฆะบุรุษ จึงทรงสอบถามความเข้าใจในธรรมนั้นกับภิกษุทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรัสจบมีภิกษุบรรลุเป็นพระอรหันต์จำนวน 60 รูป
สูตร#2 มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้าง สูตรใหญ่ ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 05 Mar 2025 - 57min - 407 - ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต-พหุธาตุกสูตร และสฬายตนวิภังคสูตร [6809-4s]
สูตร#1พหุธาตุกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า ภัย อุปัททวะ และอุปสรรคล้วนเกิดจากคนพาลมิใช่เกิดจากบัณฑิต เหมือนไฟที่ลุกไหม้จากเรือนไม้อ้อ ไหม้เรือนยอดที่มีประตูหน้าต่างปิดสนิทได้ฉะนั้น ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ด้วยเหตุเท่าไร จึงสมควรเรียกว่าภิกษุผู้เป็นบัณฑิต ตรัสตอบว่า เพราะเป็นผู้ฉลาดในธาตุ เป็นผู้ฉลาดในอายตนะ เป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท และเป็นผู้ฉลาดในฐานะ อฐานะ จากนั้นทรงจำแนกธรรมเหล่านี้โดยละเอียด
สูตร#2 สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 26 Feb 2025 - 58min - 406 - ปัญญาเพียงดั่งศาสตรา - กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร [6808-4s]
สูตร#1 กกจูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารภความประพฤติของพระโมลิยผัคคุนะที่มักโกรธและก่ออธิกรณ์ขึ้นเมื่อมีภิกษุบางรูปตำหนิภิกษุณีหรือตำหนิท่าน จึงทรงรับสั่งให้มาเฝ้าและทรงตรัสสอนให้ละความโกรธให้เป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะ และให้เป็นคนว่าง่าย ทรงยกกรณีนี้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายและยกอุปมาขึ้นหลายประการ คือทรงตรัสเรื่องประโยชน์ของการฉันอาหารมื้อเดียว ตรัสเล่าเรื่องนางเวเทหิกาที่บันดาลโทสะ ทรงสรุปว่าจะรู้ว่าภิกษุใดสงบเสงี่ยมหรือไม่ ก็ต่อเมื่อมีถ้อยคำที่ไม่น่าพอใจมากระทบ ทรงแนะนำอุบายระงับความโกรธและโอวาทอุปมาด้วยเลื่อย ที่เมื่อมีโจรใช้เลื่อยมาตัดอวัยวะน้อยใหญ่ของเราแล้ว ก็ให้อดกลั้น ไม่โกรธ แต่ให้กลับมีเมตตาจิตต่อผู้นั้นได้
สูตร#2 วัมมิกสูตร ว่าด้วยปริศนาจอมปลวก ทรงแสดงแก่พระกุมารกัสสปะ ณ พระเชตวัน ปรารภปัญหา 15 ข้อของเทวดา เนื่องด้วยมีเทวดาองค์หนึ่งเข้าไปหาท่านพระกุมารกัสสปะที่ป่าอันธวันเพื่อถามปริศนาธรรม 15 ข้อ และขอให้ท่านพระกุมารกัสสปะทูลถามปัญหา 15 ข้อนี้กับพระผู้มีพระภาค ซึ่งคำตอบจอมปลวกคือกายของมนุษย์ พราหมณ์ที่สั่งให้ขุดคือพระพุทธเจ้า สุเมธะคือชื่อของพระเสขะ ศาสตราที่ขุดคือปัญญา เป็นต้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 19 Feb 2025 - 50min - 405 - ประทานโอวาทแก่พระราหุล- มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร [6807-4s]
สูตร 1 # มหาราหุโลวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) เพื่อให้ท่านบรรเทาความพอใจและความกำหนัดเกี่ยวกับเรือนร่าง คือ ขันธ์ 5
ขณะนั้นทรงประทับอยู่พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ในตอนเช้าก่อนเสด็จออกบิณฑบาต ทรงแสดงวิธีการเจริญกัมมัฏฐานหลายอย่าง ทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 และการเจริญอานาปานสติให้มีผลมาก มีอานิสงส์มาก คือ ให้พิจารณาธาตุ 5 ให้เจริญภาวนาเสมอด้วยธาตุทั้ง 5 นั้น ให้เจริญภาวนา 6 อย่าง และให้เจริญอานาปานสติ 16 ชั้น
สูตร 2 # จูฬราหุโรวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล ณ พระเชตวัน ทรงเห็นว่า ธรรมเครื่องบ่มวิมุตติของท่านพระราหุลแก่กล้าแล้ว ควรแสดงธรรมขั้นสูงขึ้นไป ทรงรับสั่งให้ท่านพระราหุลตามเสด็จเข้าไปในป่าอันธวัน ใกล้กรุงสาวัตถี ทรงสนทนาธรรมกับท่านพระราหุล โดยทรงอธิบายอายตนะภายในจับคู่กับอายตนะภายนอก และธรรมที่เกี่ยวข้องเป็นชุดๆ รวม 6 ชุด เมื่อจบการสนทนา ท่านพระราหุลได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 12 Feb 2025 - 55min - 404 - วิธีและอานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ -กายคตาสติสูตร และอานาปนสังยุต [6806-4s]
สูตร#1 กายคตาสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จึงทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ
สูตร#2 อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารถเรื่องธรรมตามลำดับบทของพระสารีบุตร ในการเห็นแจ้งธรรม ได้แก่ รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ เป็นผู้ถึงวสี(ความชำนาญ) ถึงบารมี(ความสำเร็จ) ในอริยศีล อริยสมาธิ อริยปัญญา และอริยวิมุตติ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 05 Feb 2025 - 57min - 403 - ทำมารให้ตาบอด -นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6805-4s]
สูตร#1 นิวาปสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตะวัน โดยกล่าวถึงสมณพราหมณ์ 4 ประเภท ที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของมาร 3 ประเภท พ้นไปได้เพียง 1 ประเภท เปรียบเหมือนเนื้อ 4 ประเภทที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของนายพรานปลูกหญ้าเป็นเหยื่อล่อ 3 ประเภท พ้นไปได้เพียงประเภทเดียว ทรงเปรียบเทียบโลกาทิโลกาทิส ( รูป, เสียง , กลิ่น , รส, โผฏฐัพพะ หรือกามคุณ 5 ) ด้วยเหยื่อล่อ, เปรียบมารด้วยนายพราน, เปรียบบริษัทของมารด้วยบริษัทของนายพราน , เปรียบสมณะพราหมณ์ด้วยหมู่เนื้อ คือ สามณพราหมณ์พวกแรก ติดโลกามิส ไม่พ้นเงื้อมมือมาร จึงเปรียบเหมือนเนื้อพวกแรกที่เห็นแก่เหยื่อล่อของนายพราน สมณพราหมณ์พวกที่สอง ไม่ติดตอนแรก แต่ไปติดตอนหลัง ( ไม่อดทนต่อความอดอยาก ) เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สองที่หนีเหยื่อตอนแรก แต่ทนอดไม่ได้ ต้องมาหาเหยื่อในภายหลัง สมณพราหมณ์พวกที่สาม ไม่ติดอามิสความเห็นผิด เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สามที่ไม่ติดเหยื่อล่อ แต่ถูกล้อมจับด้วยเครื่องมือจับสัตว์ สมณพราหมณ์พวกที่สี่ ซึ่งไม่ติดอามิส ไม่ติดทิกฐิ ไม่ประมาท จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สี่ ซึ่งไม่ติดเหยื่อล่อ และไม่ถูกล้อมจับได้ ตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ และสัญญาเวทยิตนิโรธ ว่ามิใช่คติของมารและบริษัทของมาร มารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้
สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้
สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร (บางส่วน) ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 29 Jan 2025 - 58min - 402 - พลังสมาธิ-คาวีอุปมาสูตร, อนุปทสูตร และนิพพานสุขสูตร [6804-4s]
สูตร#1 คาวีอุปมาสูตร ว่าด้วยการอุปมาด้วยแม่โค โดยเปรียบเทียบแม่โคกับภิกษุ แม่โคเที่ยวไปตามภูเขา คิดว่าจะไปยังทิศที่ไม่เคยไป ไปกินหญ้า ไปดึ่มน้ำในเขตที่ไม่เคย กิน อาจมีอันตรายไม่ปลอดภัย เพราะเป็นโคโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขตที่หากิน ไม่เข้าใจที่จะเที่ยวไปบนเขาอันขรุขระ เหมือนกับภิกษุบางรูป เป็นคนโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขต ไม่เข้าใจ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม ไม่บรรลุ ฌาณ 1- ฌาน 4 ได้ทรงแสดงว่าหากภิกษุปฏิบัติสมาบัติ (สมาธิ 8 ระดับ) จะมีสมาธิอันหาประมาณมิได้ เจริญดีแล้ว ย่อมโน้มน้อมจิตไป เพื่อกระทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมใดๆที่ควรกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง
สูตร#2 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ
สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ ท่านกล่าวถึงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 22 Jan 2025 - 58min - 401 - สมาธิ 9 ขั้น - อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร และ ตปุสสสูตร [6803-4s]
สูตร#1 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้น ๆ ว่า "เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั"
สูตร#2 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ(การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์คือเนกขัมมะ
ทรงตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ
แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 9 ทรงสรุปว่า เมื่อใด ทรงเข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณนยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 15 Jan 2025 - 59min - 400 - ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ- สติปัฏฐานสูตร [6802-4s]
สติปัฏฐานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่นิคมชาวกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ ทรงปรารภพุทธบริษัทชาวกัมมาสธัมมนิคม แม้พวกทาสกรรมกร มีความสนใจในการเจริญสติปัฏฐานกันอย่างมาก จึงทรงยกหัวข้อขึ้นอธิบายในรายละเอียดของการเจริญสติ ความหมาย และการพิจารณากาย เวทนา จิตและธรรม และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญสติปัฏฐานว่า บุคคลผู้เจริญสติปัฏฐาน 4 ประการนี้ แม้เพียง 7 วัน เป็นอย่างน้อย ก็หวังได้ว่า จะมีผลในปัจจุบันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนผล 2 อย่าง คือ จะได้บรรลุอรหัตตผล หรือถ้ายังมีอุปาทิเหลืออยู่ จะบรรลุอนาคามิผล และทรงสรุปว่า สติปัฏฐาน 4 ประการนี้ เป็นทางสายเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (อริยมรรค) และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Thu, 09 Jan 2025 - 59min - 399 - การบันลือสีหนาท - จูฬสีหนาถสูตรและเวรัญชกสูตร [6801-4s]
สูตร#1 จูฬสีหนาทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 ( โสดาบันถึงอรหันต์ ) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น
จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการคือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และ ผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา
จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการที่สมณะหรือพราหมณ์ยึดติด และ ทรงแสดงอุปาทาน ( ความยึดมั่นถือมั่น ) 4 อย่าง ที่สมณพราหมณ์ทั้งหลายมักอ้างว่า รอบรู้อุปาทานทุกอย่าง แต่ก็ไม่บัญญัติการกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงจริง บัญญัติไว้เพียงประการใดประการหนึ่งเท่านั้น ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาทเริ่มต้นด้วยอุปาทานว่า อุปาทาน 4 ประการดังกล่าวเกิดจากตัณหา ฯลฯ สังขารเกิดจากอวิชชา เมื่อละอวิชชาได้ วิชชาเกิดขึ้น อุปาทานทั้ง 4 ประการ ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ปรินิพพานเฉพาะตน
สูตร#2 เวรัญชกสูตร ทรงแสดงแก่พวกพราหมณ์และคหบดีชาวเมืองเวรัญชาที่มาทำธุรกิจบางอย่างในกรุงสาวัตถี ขณะประทับ ณ เชตวัน ที่มาเข้าเฝ้าและได้ทูลถามปัญหาเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์ไปเกิดในทุคติและสุคติ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงแสดงจบ ชาวเมืองเวรัญชาขอถึงพระรัตนตรัยไปจนตลอดชีวิต (ทรงแสดงหมวดธรรมนี้ไว้ในสาเลยกสูตร)
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 01 Jan 2025 - 55min - 398 - ธรรมที่ไม่มีกิเลส - อรณวิภังคสูตรและ นิพเพธิกสูตร [6752-4s]
สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลส
ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า
1) ภิกษุไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งสุขในกาม อันทราม เป็นของชาวบ้านเป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งอัตตกิลมถานุโยค(การประกอบความลำบากเดือดร้อนแก่ตน) อันเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
2) มัชฌิมาปฏิปทาที่ไม่เอียงเข้าใกล้ที่สุด 2 อย่างนั้น ที่ทรงได้ตรัสรู้แล้ว อันเป็นปฏิปทาก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้กิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
3) รู้จักการยกย่องและการตำหนิ ครั้นรู้แล้ว ไม่พึงยกย่อง ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงธรรมเท่านั้น
4) พึงรู้การตัดสินความสุข ครั้นรู้แล้ว พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสุขภายใน สุขนี้เรียกว่า เนกขัมมสุข
5) ไม่พึงกล่าวความลับ ไม่พึ่งกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า เมื่อไม่รีบร้อนจึงพูด เมื่อรีบร้อนไม่ควรพูด ไม่พึงยึดภาษาท้องถิ่น ไม่พึงละเลยคำพูดสามัญ (คำที่คนทั่วไปใช้พูดกัน)
แล้วทรงยกตัวอย่าง กุลบุตรผู้มีนามว่าสุภูติ ได้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติเพื่อไม่มีกิเลสแล้ว
สูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 25 Dec 2024 - 1h 09min - 397 - สุขยิ่งกว่าสุขเวทนา-อนุปุพพวิหารสูตร, อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร, นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6751-4s]
สูตร#1 อนุปุพพวิหารสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารธรรม คำว่า “อนุปุพพวิหารธรรม” หมายถึง ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับ มี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1
สูตร#2 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้นๆ ว่า “เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั”
สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ แล้วแสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร
สูตร#4 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 18 Dec 2024 - 54min - 396 - อานิสงส์แห่งยัญ-กุฎทันตสูตร ตอนที่ 2 [6750-4s]
กุฎทันตสูตร #2 สืบเนื่องจาก กุฎทันตสูตรตอนที่1 ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงปรารถคำถามของกูฏทันตะพราหมณ์ที่กำลังเตรียมทำพิธีบูชายัญ ได้ทรงอธิบายโดยเล่าเรื่องการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งการทำพิธีบูชายัญนั้นต้องจัดเตรียมสิ่งของ มีรายละเอียดการทำบูชายัญ ใช้ทุนทรัพย์มาก รวมถึงคุณสมบัติของผู้ให้และผู้รับ ในตอนนี้กูฏทันตะพราหมณ์ได้กราบทูลถามถึงยัญอื่นที่มีการเริ่มน้อยกว่า แต่มีผลมากกว่ายัญ ๓ ประการ องค์ประกอบ ๑๖ อีกหรือไม่ โดยมีการถามตอบไปมาหลายวาระถึงสิ่งที่มีการริเริ่มน้อยกว่า แต่มีผลานิสงส์มากกว่าโดยลำดับ มี 5 อย่าง ตั้งแต่การให้ทานเป็นนิตย์ อุทิศแด่ผู้มีศีล การสร้างวิหาร อุทิศพระสงฆ์ที่มาจาก ๔ ทิศ การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ การสมาทานศีล ๕ และสุดท้ายคือการออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ ตั้งอยู่ในศีล ๓ ประเภท บำเพ็ญสมาธิจนได้ฌาน ๔ บำเพ็ญปัญญาจนได้วิชชา ๘ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสจบกูฏทัตพราหมณ์มีความเลื่อมใสในพระธรรมเทศนา ประกาศตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ปล่อยสัตว์อย่างละ ๗๐๐ หลายประเภทนั้นให้เป็นอิสระ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 11 Dec 2024 - 55min - 395 - อานิสงส์แห่งยัญ- กุฎทันตสูตร ตอนที่1 [6749-4s]
กุฎทันตสูตร #1 สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นมคธพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เสด็จถึงหมู่บ้านพราหมณ์ชาวมคธชื่อขาณุมัต สมัยนั้น พราหมณ์กูฏทันตะปกครองหมู่บ้าน ขาณุมัต พระสูตรนี้เป็นเรื่องราวการบูชายัญทั้งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยขน์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงปรารถคำถามของกูฏทันตะพราหมณ์ ที่กำลังเตรียมทำพิธีบูชายัญด้วยโคเพศผู้ ลูกโคเพศผู้ ลูกโคเพศเมีย แพะ และแกะอย่างละ ๗๐๐ ตัว ถูกนำเข้าไปผูกที่หลักเพื่อฆ่าบูชายัญ ต้องการเข้าเผ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถามยัญสมบัติ ๓ประการ มีองค์ประกอบ ๑๖ ซึ่งได้ทรงอธิบายโดยเล่าเรื่องการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งการทำพิธีบูชายัญนั้นต้องจัดเตรียมสิ่งของ มีรายละเอียดการทำบูชายัญ ได้แก่ พระเจ้ามหาวิชิตราชทรงประกอบด้วยคุณลักษณะ ๘ อย่าง พราหมณ์ปุโรหิตประกอบด้วยคุณสมบัติ ๔ อย่าง ยัญพิธี ๓ ประการ ผู้รับทานต้องประกอบด้วยอาการ ๑๐ อย่าง และต้องบูชายัญด้วยอาการ ๑๖ ยัญพิธีนั้นสำเร็จลงเพียงเพราะเนยใส น้ำมัน เนยข้น นมเปรี้ยว น้ำผึ้ง และน้ำอ้อยเท่านั้น ไม่ต้องฆ่าโค แพะ แกะ ไก่ สุกร และสัตว์นานาชนิด ไม่ต้องตัดต้นไม้มาทำหลักบูชายัญ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 04 Dec 2024 - 59min - 394 - พึ่งตน พึ่งธรรม- จักกวัตติสูตร [6748-4S]
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 27 Nov 2024 - 58min - 393 - ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าที่ผิด- เทวทหสูตร [6747-4s]
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง คือ บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ขายหนุ่มหลงรักหญิงสาว และช่างศรดัดลูกศรที่คดงอให้ตรง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 20 Nov 2024 - 58min - 392 - ความเห็นผิด- ปาฏิกสูตร ตอนที่ 2 [6746-4S]
เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ เป็นตอนที่ปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชน ในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณ แต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้
เนื้อหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เรื่องกำเนิดของโลก ที่ไม่ได้เกิดจากพรหม หรือพระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ที่ถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้นั่นเอง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 13 Nov 2024 - 55min - 391 - ความเห็นผิด- ปาฏิกสูตร ตอนที่ 1 [6745-4s]
พระสูตรว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร ซึ่งเป็นนักบวชเปลือย 1 ใน 3 คน ที่ปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงปรารถแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ได้กราบทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งในตอนท้ายของพระสูตรได้ทรงตรัสเล่าเรื่องทฤษฏีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลกในตอนนี้ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้า ตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 06 Nov 2024 - 57min - 390 - ต้นกำเนิดของโลก-อัคคัญญสูตร [6744-4s]
อัคคัญญสูตร ทรงแสดงแก่สามเณรชื่อ วาเสฏฐะและภารทวาชะ ทรงชี้แจงให้เข้าใจถึงความเป็นมาของวรรณะ 4 ที่พวกพราหมณ์เข้าใจเรื่องระบบวรรณะผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของวรรณะตามความเป็นจริง และทรงแสดงการกำเนิดหรือวิวัฒนาการของโลก ตั้งแต่ตอนต้นแห่งวิวัฏฏกัปที่โลกก่อตัวขึ้นใหม่ จนมีมนุษย์เกิดขึ้นและวิวัฒนาการของระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ และทรงสรุปเน้นย้ำในเรื่อง การประพฤติสุจริต ตรัสสอนให้เจริญโพธิปักขิยธรรม เป็นธรรมที่จะให้เกิดการบรรลุธรรม และหลุดพ้นได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 30 Oct 2024 - 59min - 389 - เหตุแรกเกิด-มหานิทานสูตร [6743-4s]
มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ ขณะประทับอยู่ ณ นิคมของชาวกุรุ ปรารภธรรมในหมวดธรรมที่ชื่อ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อทรงแก้ความเข้าใจผิดของพระอานนท์ ที่กราบทูลว่า น่าแปลกที่ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมที่ลึกซึ้งสุดคาดคะเน แต่สำหรับท่านกลับเป็นธรรมง่ายๆ พระพุทธเจ้าทรงห้ามมิให้พูดเช่นนี้ แล้วทรงอธิบายไล่เรียงในรายละเอียดให้ฟัง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 23 Oct 2024 - 58min - 388 - ใจเขา ใจเรา - อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6742-4s]
สูตร#1 อนุมานสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่ภิกษุจำนวนหนึ่ง ขณะพักอยู่เภสกฬาวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ โดยปรารภปวารณากรรมของภิกษุบางรูปที่เป็นผู้ว่ายาก โดยยกเรื่องธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก 16 ประการ และธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย 16 ประการ มาตั้งเป็นข้ออนุมานตน ได้แก่บุคคลอื่นผู้มีธรรมให้เป็นผู้ว่ายาก ไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา ฉันใด ถ้าตนเองมีคุณธรรมให้เป็นผู้ว่ายากบ้าง คนอื่นก็ไม่รักไม่พอใจฉันนั้นเหมือนกัน ดังนั้นให้ปฏิบัติธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย และได้ยกข้อธรรมทั้ง 2 ประการนั้น มาตั้งเป็นหัวข้อพิจารณาตนเองแต่ละประการอีกว่า ตนมีธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายากหรือไม่ ถ้ามีก็ควรพยายามละเสีย แต่ถ้าไม่มีในตน ก็ควรศึกษาและปฏิบัติตามกุศลธรรมทั้งหลายอย่างต่อเนื่องต่อไป
สูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติ ที่ว่า “ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น “ ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลากลับ
ขณะนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ นั่งฟังอยู่ไม่ไกล คิดว่า ท้าวสักกะจะไม่เข้าใจจริง จึงตามไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อถามว่า พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องความสิ้นตัณหาโดยย่อว่าอย่างไร ท้าวสักกะไม่ตอบ แต่ชวนไปชมเวชยันตปราสาท พระเถระจึงสำแดงฤทธิ์ให้เวชยันตปราสาทสั่นสะเทือน จึงยอมบอกตามที่ทรงได้ฟังมา พระเถระได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Wed, 16 Oct 2024 - 59min
Podcasts similares a 4 คลังพระสูตร
นิทานชาดก 072
ธรรมะวันสบาย Achiraya
พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์ CHANGE2561
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม dhamma.com
ฟังธรรมะก่อนนอน ใครชอบนอนฟังธรรมะแล้วหลับ จ Dhamma Lover
People You May Know FAROSE podcast
รอบโลก by กรุณาบัวคำศรี karunabuakamsri
Mission To The Moon Mission To The Moon Media
ธรรมนิยาย หลวงพ่อจรัญ (สัตว์โลกย่อมเป็นไปตา Ploy Techa
SONDHI TALK sondhitalk
คุยให้คิด Thai PBS Podcast
หน้าต่างโลก Thai PBS Podcast
อ่านแล้วอ่านเล่า Thananon Domthong
The Secret Sauce THE STANDARD
Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) watpasukato
1 สมการชีวิต ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
2 จิตตวิเวก ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
3 ใต้ร่มโพธิบท ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
5 นิทานพรรณนา ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
6 ขุดเพชรในพระไตรปิฏก ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
พุทธทาส อินทปัญโญ พุทธทาส อินทปัญโญ
พุทธวจน พุทธวจน
หลวงพ่อจรัญ ทักขญาโณ หลวงพ่อจรัญ ทักขญาโณ
Otros podcasts de Religion y Espiritualidad
Dante Gebel Live Dante Gebel
LA DOSIS DIARIA ROKA Con William Arana ROKA STEREO
El Santo Rosario Guadalupe Radio
365 con Dios Wenddy Neciosup | Genuina Media
Santo Rosario RadioSeminario
Noche de Misterio Caracol Pódcast
ROKA STEREO Podcast Roka Stereo
Código Misterio Código Misterio
Predicaciones Cristianas Pentecostales Predicaciones Pentecostales
LA BIBLIA Reina Valera
LAS MEJORES PREDICAS CRISTIANAS Leonardo
Rosario desde Lourdes EWTN
Amado Dios Amado Dios
Dante Gebel MedioLunatico
Música Sacra Robert Kostka.
EWTN noticias EWTN
Oraciones Católicas Emmanuel Montenegro
Emisora Cristiana Noticias Hispanas
Alabanzas y Música para Orar - Radio Solidaria Radio Solidaria
Dr. Armando Alducin Podcast Dr. Armando Alducin
